คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862 -ที่ 1863/2556 ฉบับเต็ม

#538086
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862 - 1863/2556 นายเสน่ห์ บุญเชิด โจทก์ พลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ป.อ. มาตรา 157, มาตรา 83, มาตรา 90 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนโจทก์ว่าได้รับการเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันนำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่อีก โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐาน โจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความเห็นตามรายงานความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีไปโดยที่ยังมิได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐาน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 นำข้อเท็จจริงที่ไม่ได้กล่าวมาในฟ้อง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณามาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จึงเป็นการพิพากษาในข้อที่มิได้กล่าวในฟ้อง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ตามลำดับ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 มาตรา 24, 42 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า สำนวนแรกคดีมีมูลเฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 ให้ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าวส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง สำนวนหลังให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 มีกำหนดคนละสิบปี จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 7 จากสารบบความ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือไม่ คดีนี้ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวหาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนโจทก์ว่าได้รับการเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันนำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่ โดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานโดยมิชอบเพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความเห็นตามรายงานความเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีไปโดยที่ยังมิได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานไปโดยไม่ชอบ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 นำข้อเท็จจริงที่ไม่ได้กล่าวมาในฟ้อง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณามาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จึงเป็นการพิพากษาในข้อที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งย่อมเป็นการไม่ชอบ ส่วนที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 นำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์แสดงพยานหลักฐานเพื่อหักล้างเป็นการมิชอบนั้นข้อเท็จจริงกลับได้ความว่า นายสมชายมาร้องเรียนกล่าวหาว่าโจทก์ได้รับเลือกตั้งโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรมหลังจากมีการนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว ส่วนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) คณะกรรมการการเลือกตั้งคงแต่ประกาศผลการเลือกตั้งบางส่วนเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการร้องเรียน อันเป็นการแสดงว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) เป็นเพียงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เฉพาะส่วนที่ไม่มีการร้องเรียนก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยสั่งการที่ 526/2547 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปี ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ใหม่ โจทก์เพียงแต่นำสืบว่ามีการประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิแล้ว ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปีและให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยโจทก์มิได้นำสืบว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ นั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นำข้อร้องเรียนของนายสมชายมาพิจารณาแล้วประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ ตามที่ได้บรรยายฟ้องแต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏตามหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรี ว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีทำการสืบสวนสอบสวนตามข้อร้องเรียนของนายสมชายแล้ว จำเลยที่ 2 รายงานข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบเพื่อมีคำวินิจฉัย อันแสดงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปีและให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามข้อร้องเรียนของนายสมชายภายหลังการเลือกตั้งตามที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบและรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ถามค้านว่า นายสมชายร้องเรียนภายหลังการเลือกตั้ง ดังนี้ แสดงว่าก่อนการเลือกตั้งโจทก์ไม่เคยถูกร้องเรียน เจือสมกับประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) ที่ระบุว่า ...ประกาศผลการเลือกตั้งแต่เพียงบางส่วนไปก่อนเฉพาะผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการร้องเรียน เช่นนี้ บ่งชี้ว่าไม่เคยมีการสอบสวนมาก่อนที่นายสมชายจะร้องเรียน การสอบสวนมีเพียงครั้งเดียวตามที่นายสมชายร้องเรียนเท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ได้นำข้อร้องเรียนเดิมที่มีคำวินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่โดยไม่ชอบอันเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร หรือกระทำการหรือละเว้นกระทำการโดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ (กีรติ กาญจนรินทร์-ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายวีรวัฒน์ เพ็ชรสม ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางอุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ8279/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1064/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ32/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
538086
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดปราจีนบุรี",
        "judge": "นายวีรวัฒน์ เพ็ชรสม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นางอุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982335"
    }
}
date
2556
deka_no
1863/2556
deka_running_no
1863
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "กีรติ กาญจนรินทร์",
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 157",
            "ม. 83",
            "ม. 90"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 115"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเสน่ห์ บุญเชิด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ตามลำดับ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 มาตรา 24, 42 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า สำนวนแรกคดีมีมูลเฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 ให้ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าวส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง สำนวนหลังให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 115 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 มีกำหนดคนละสิบปี

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 7 จากสารบบความ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือไม่ คดีนี้ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวหาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ว่า เมื่อมีผู้ร้องเรียนโจทก์ว่าได้รับการเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันนำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่ โดยไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานโดยมิชอบเพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 มีความเห็นตามรายงานความเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีไปโดยที่ยังมิได้แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานไปโดยไม่ชอบ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 นำข้อเท็จจริงที่ไม่ได้กล่าวมาในฟ้อง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณามาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 จึงเป็นการพิพากษาในข้อที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่งย่อมเป็นการไม่ชอบ ส่วนที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 นำข้อร้องเรียนเดิมก่อนมีการประกาศผลการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์แสดงพยานหลักฐานเพื่อหักล้างเป็นการมิชอบนั้นข้อเท็จจริงกลับได้ความว่า นายสมชายมาร้องเรียนกล่าวหาว่าโจทก์ได้รับเลือกตั้งโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรมหลังจากมีการนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว ส่วนประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) คณะกรรมการการเลือกตั้งคงแต่ประกาศผลการเลือกตั้งบางส่วนเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการร้องเรียน อันเป็นการแสดงว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) เป็นเพียงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เฉพาะส่วนที่ไม่มีการร้องเรียนก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยสั่งการที่ 526/2547 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปี ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ใหม่ โจทก์เพียงแต่นำสืบว่ามีการประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิแล้ว ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปีและให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยโจทก์มิได้นำสืบว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ นั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้นำข้อร้องเรียนของนายสมชายมาพิจารณาแล้วประกาศผลการเลือกตั้งให้โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอศรีมหาโพธิ ตามที่ได้บรรยายฟ้องแต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏตามหนังสือของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรี ว่า เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรีทำการสืบสวนสอบสวนตามข้อร้องเรียนของนายสมชายแล้ว จำเลยที่ 2 รายงานข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบเพื่อมีคำวินิจฉัย อันแสดงว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีคำวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของโจทก์เป็นเวลาหนึ่งปีและให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามข้อร้องเรียนของนายสมชายภายหลังการเลือกตั้งตามที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 แจ้งข้อกล่าวหาให้โจทก์ทราบและรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบยิ่งกว่านั้นโจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ถามค้านว่า นายสมชายร้องเรียนภายหลังการเลือกตั้ง ดังนี้ แสดงว่าก่อนการเลือกตั้งโจทก์ไม่เคยถูกร้องเรียน เจือสมกับประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดปราจีนบุรี (บางส่วน) ที่ระบุว่า ...ประกาศผลการเลือกตั้งแต่เพียงบางส่วนไปก่อนเฉพาะผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการร้องเรียน เช่นนี้ บ่งชี้ว่าไม่เคยมีการสอบสวนมาก่อนที่นายสมชายจะร้องเรียน การสอบสวนมีเพียงครั้งเดียวตามที่นายสมชายร้องเรียนเท่านั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ได้นำข้อร้องเรียนเดิมที่มีคำวินิจฉัยไปแล้วกลับมาวินิจฉัยใหม่โดยไม่ชอบอันเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัคร หรือกระทำการหรือละเว้นกระทำการโดยทุจริตหรือประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1064/2547
primary_red_case_no
อ32/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000379.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ8279/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862 -
year
2556