คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5946/2556 ฉบับเต็ม

#540890
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5946/2556 นางสาวโบ้บ่วย แซ่ลิ้ม โจทก์ นายไพโรจน์ เชาว์ไว กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 แม้ ป.วิ.พ. มาตรา 271 จะบัญญัติให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาก็ตาม แต่หาได้กำหนดให้เสร็จสิ้น ภายในกำหนด 10 ปีไม่ ปรากฏว่าภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดีขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งนายจ้างได้ส่งเงินตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเดือนละ 2,000 บาท ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตลอดมา แต่ยังไม่ครบหนี้ตามหมายบังคับ เมื่อโจทก์ดำเนินการบังคับคดีมาโดยตลอดดังนี้ แม้เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์ก็ยังสามารถดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้จนกว่าการบังคับคดีดังกล่าวจะแล้วเสร็จ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยทั้งสามยินยอมร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 823,125 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 810,000 บาท ตกลงผ่อนชำระรายเดือน เริ่มชำระงวดแรกภายในวันที่ 5 มกราคม 2541 และงวดต่อ ๆ ไปทุกวันที่ 5 ของเดือนจนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งมีสิทธิได้รับจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ต่อมาเป็นบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน)) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ต่อมาองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ส่งเงินตามคำสั่งอายัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้เพิกถอนการอายัดแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิเสธคำร้องดังกล่าว ศาลชั้นต้น มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เมื่อพ้นระยะเวลา 10 ปี แห่งการบังคับคดีแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จะบัญญัติให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งก็ตาม แต่หาได้กำหนดให้บังคับคดีให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 10 ปีไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดีโดยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) ได้ส่งเงินตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเดือนละ 2,000 บาท ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตลอดมา แต่ยังไม่ครบหนี้ตามหมายบังคับคดี เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ดำเนินการบังคับคดีมาโดยตลอด ดังนี้ แม้เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์ก็ยังสามารถดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้จนกว่าการบังคับคดีดังกล่าวจะแล้วเสร็จ คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อ้าง ไม่ผูกพันคดีนี้ และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 อีกเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที 2 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งให้ถูกต้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์-ปดารณี ลัดพลี-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย) ศาลแพ่ง - นายสรรพวิทย์ ตูวิเชียร ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3266/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ11031/2540 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ29079/2540 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
540890
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสรรพวิทย์ ตูวิเชียร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณรงค์ กลั่นวารินทร์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981546"
    }
}
date
2556
deka_no
5946/2556
deka_running_no
5946
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์",
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวโบ้บ่วย แซ่ลิ้ม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไพโรจน์ เชาว์ไว กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยทั้งสามยินยอมร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 823,125 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 810,000 บาท ตกลงผ่อนชำระรายเดือน เริ่มชำระงวดแรกภายในวันที่ 5 มกราคม 2541 และงวดต่อ ๆ ไปทุกวันที่ 5 ของเดือนจนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระหนี้ให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ จำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งมีสิทธิได้รับจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ต่อมาเป็นบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน)) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ต่อมาองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ส่งเงินตามคำสั่งอายัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้เพิกถอนการอายัดแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิเสธคำร้องดังกล่าว

ศาลชั้นต้น มีคำสั่งยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เมื่อพ้นระยะเวลา 10 ปี แห่งการบังคับคดีแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จะบัญญัติให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งก็ตาม แต่หาได้กำหนดให้บังคับคดีให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 10 ปีไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดีโดยขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งบริษัท ที โอ ที จำกัด (มหาชน) ได้ส่งเงินตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเดือนละ 2,000 บาท ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตลอดมา แต่ยังไม่ครบหนี้ตามหมายบังคับคดี เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ดำเนินการบังคับคดีมาโดยตลอด ดังนี้ แม้เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา โจทก์ก็ยังสามารถดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้จนกว่าการบังคับคดีดังกล่าวจะแล้วเสร็จ คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อ้าง ไม่ผูกพันคดีนี้ และกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 อีกเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที 2 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งให้ถูกต้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ11031/2540
primary_red_case_no
พ29079/2540
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000372.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3266/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556