คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6306/2556 ฉบับเต็ม

#540905
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6306/2556 นายแจ่ม ฝึกศิลป์ ผู้ร้อง นางประทุม จันทร์เรือง กับพวก ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ป.วิ.พ. มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. ผู้ตาย จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องซึ่งมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้ตายเป็นบุตร เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้องโดยแท้ เมื่อสิทธิตามคำร้องของผู้ร้องมิใช่สิทธิอันเป็นมรดกที่จะตกทอดแก่ทายาทได้ แม้ต่อมาผู้ร้องถึงแก่ความตายระหว่างไต่สวนคำร้อง และ ภ. ซึ่งเป็นทนายความของ ป. และ ส. ทายาทโดยธรรมของผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ ก็ไม่อาจเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องที่มรณะได้ ศาลชอบที่จะยกคำร้องของ ภ. ___________________________ คดีสืบเนื่องจาก ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย ต่อมาระหว่างไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องถึงแก่ความตาย นายภาสุวรรณ ในฐานะทนายความของนางประทุมและนายสุนทร ทายาทโดยธรรมของผู้ร้องยื่นคำขอขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายกอุทธรณ์ของนายภาสุวรรณ ทนายความทายาทของผู้ร้อง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่นายภาสุวรรณ (ที่ถูก ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสอง) ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองของผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ทายาทของคู่ความผู้มรณะหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกของผู้มรณะหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกไว้ จะได้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะได้ดังที่จำเลยฎีกาก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องซึ่งมิได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย อันเป็นการขอให้ศาลพิพากษารับรองว่าผู้ตายเป็นบุตรของผู้ร้องนั้น เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้องโดยแท้ เมื่อสิทธิตามคำร้องของผู้ร้องมิใช่สิทธิอันเป็นมรดกที่จะตกทอดแก่ทายาทได้ ดังนั้น ทายาทของผู้ร้องจึงไม่อาจเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องมรณะได้ ฎีกาของผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายภาสุวรรณ ทนายความทายาทของผู้ร้อง (ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสอง) เป็นบุคคลนอกคดีไม่อยู่ในฐานะที่จะอุทธรณ์คดีได้นั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องและกรณีไม่มีกฎหมายห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งกรณีดังกล่าว ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองย่อมมีสิทธิอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 อีกทั้งศาลอุทธรณ์ก็มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองแล้วว่า ศาลอุทธรณ์เห็นชอบด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นจึงยกคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นและมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์และคืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองมานั้นจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และบังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมชาติ ธัญญาวินิชกุล-เพลินจิต ตั้งพูลสกุล-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นางสาวณิศรา ชุบขุนทด ศาลอุทธรณ์ - นางอารีย์ เตชะหรูวิจิตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)183/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1457/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1038/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
540905
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง",
        "judge": "นางสาวณิศรา ชุบขุนทด"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอารีย์ เตชะหรูวิจิตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981436"
    }
}
date
2556
deka_no
6306/2556
deka_running_no
6306
deka_year
2556
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล",
    "เพลินจิต ตั้งพูลสกุล",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายแจ่ม ฝึกศิลป์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน",
        "name": "นางประทุม จันทร์เรือง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจาก ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย ต่อมาระหว่างไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องถึงแก่ความตาย นายภาสุวรรณ ในฐานะทนายความของนางประทุมและนายสุนทร ทายาทโดยธรรมของผู้ร้องยื่นคำขอขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายกอุทธรณ์ของนายภาสุวรรณ ทนายความทายาทของผู้ร้อง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่นายภาสุวรรณ (ที่ถูก ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสอง) ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองของผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ทายาทของคู่ความผู้มรณะหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกของผู้มรณะหรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกไว้ จะได้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะได้ดังที่จำเลยฎีกาก็ตาม แต่การที่ผู้ร้องซึ่งมิได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของ พ.อ.อ. สุเทพ ผู้ตาย อันเป็นการขอให้ศาลพิพากษารับรองว่าผู้ตายเป็นบุตรของผู้ร้องนั้น เป็นการยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้องโดยแท้ เมื่อสิทธิตามคำร้องของผู้ร้องมิใช่สิทธิอันเป็นมรดกที่จะตกทอดแก่ทายาทได้ ดังนั้น ทายาทของผู้ร้องจึงไม่อาจเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องมรณะได้ ฎีกาของผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า นายภาสุวรรณ ทนายความทายาทของผู้ร้อง (ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสอง) เป็นบุคคลนอกคดีไม่อยู่ในฐานะที่จะอุทธรณ์คดีได้นั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องและกรณีไม่มีกฎหมายห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งกรณีดังกล่าว ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองย่อมมีสิทธิอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 อีกทั้งศาลอุทธรณ์ก็มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองแล้วว่า ศาลอุทธรณ์เห็นชอบด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นจึงยกคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นและมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์และคืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนทั้งสองมานั้นจึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และบังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1457/2553
primary_red_case_no
พ1038/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000371.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)183/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556