คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6850/2556 ฉบับเต็ม

#540932
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6850/2556 พนักงานอัยการจังหวัดสวรรคโลก ผู้ร้อง นายสมบัติ ปัทมาสศนุพงศ์ กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 เหตุอันสมควรที่แสดงได้ว่าผู้ร้องไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 นั้น มิใช่เหตุที่เกิดจากผู้ร้องฝ่ายเดียว หากมีเหตุอันสมควรเกิดจากความยุ่งยากและความซับซ้อนในการตรวจสอบทรัพย์สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็นับว่ามีเหตุอันสมควรเช่นกัน การที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่ไว้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2546 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้มีคำสั่งมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2546 แต่เพิ่งมีหนังสือถึงผู้ร้องให้ยื่นคำร้องขอริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 ทั้ง ๆ ที่ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่ที่ถูกตรวจสอบมีจำนวนไม่มาก ส่วนมากเป็นสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างมูลค่าไม่สูงมากหรือมีความซับซ้อนยากแก่การตรวจสอบและอยู่ในราชอาณาจักรสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย กระบวนการตรวจสอบนับตั้งแต่ที่มีการยึดทรัพย์จนถึงวันที่แจ้งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลใช้เวลากว่าสองปี นับว่าเป็นเวลานานเกินสมควร จึงไม่ใช่กรณีมีเหตุอันสมควรที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม 2548 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกผู้คัดค้านที่ 1 มีกำหนด 7 ปี และปรับ 700,000 บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 218/2548 ผู้ร้องได้รับสำนวนการตรวจสอบทรัพย์สินจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 จึงไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินทั้ง 49 รายการ ของผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ขอให้ริบทรัพย์สินทั้ง 49 รายการ ตามคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ 355/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ศาลได้มีคำสั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินแก่ผู้คัดค้านทั้งสี่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบทรัพย์สิน 49 รายการ ที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้ตามคำสั่งที่ 355/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง คืนทรัพย์สิน 49 รายการ ที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้ตามคำสั่งที่ 355/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ให้แก่ ผู้คัดค้านทั้งสี่ตามลำดับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมีเหตุสมควรยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่จำนวน 49 รายการ ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านที่ 1 ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันเป็นมูลเหตุให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่หรือไม่ ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่า ผู้ร้องได้รับสำนวนการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 ผู้ร้องจึงไม่สามารถยื่นคำร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุอันสมควรที่แสดงได้ว่าไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 นั้น มิใช่เหตุที่เกิดจากผู้ร้องฝ่ายเดียว หากมีเหตุอันสมควรเกิดจากความยุ่งยากและความซับซ้อนในการตรวจสอบทรัพย์สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็นับว่ามีเหตุอันสมควรเช่นกัน สำหรับคดีนี้ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่ไว้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2546 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้มีคำสั่งมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 1เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2546 แต่เพิ่งมีหนังสือถึงผู้ร้องให้ยื่นคำร้องขอริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 ทั้งๆ ที่ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่ที่ถูกตรวจสอบมีจำนวนไม่มาก ส่วนมากเป็นสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างมูลค่าไม่สูงมากหรือมีความซับซ้อนยากแก่การตรวจสอบและอยู่ในราชอาณาจักรสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย กระบวนการตรวจสอบนับตั้งแต่ที่มีการยึดทรัพย์จนถึงวันที่แจ้งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลใช้เวลากว่าสองปี นับว่าเป็นเวลานานเกินสมควร จึงไม่ใช่กรณีมีเหตุอันสมควรที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล-ทวีศักดิ์ ทองภักดี-พิศิฎฐ์ สุดลาภา) ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายดุสิต กองทรัพย์เจริญ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสุทิน อุ้ยตระกูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.507/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม2/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม2/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
540932
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสวรรคโลก",
        "judge": "นายดุสิต กองทรัพย์เจริญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายสุทิน อุ้ยตระกูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981329"
    }
}
date
2556
deka_no
6850/2556
deka_running_no
6850
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี",
    "พิศิฎฐ์ สุดลาภา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสวรรคโลก"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายสมบัติ ปัทมาสศนุพงศ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม 2548 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกผู้คัดค้านที่ 1 มีกำหนด 7 ปี และปรับ 700,000 บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 218/2548 ผู้ร้องได้รับสำนวนการตรวจสอบทรัพย์สินจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 จึงไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินทั้ง 49 รายการ ของผู้คัดค้านทั้งสี่ได้ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ขอให้ริบทรัพย์สินทั้ง 49 รายการ ตามคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ 355/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31

ศาลได้มีคำสั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว

ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินแก่ผู้คัดค้านทั้งสี่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบทรัพย์สิน 49 รายการ ที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้ตามคำสั่งที่ 355/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31

ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง คืนทรัพย์สิน 49 รายการ ที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดไว้ตามคำสั่งที่ 355/2548 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2548 ให้แก่ ผู้คัดค้านทั้งสี่ตามลำดับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องมีเหตุสมควรยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่จำนวน 49 รายการ ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านที่ 1 ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันเป็นมูลเหตุให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่หรือไม่ ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่า ผู้ร้องได้รับสำนวนการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 ผู้ร้องจึงไม่สามารถยื่นคำร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุอันสมควรที่แสดงได้ว่าไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 นั้น มิใช่เหตุที่เกิดจากผู้ร้องฝ่ายเดียว หากมีเหตุอันสมควรเกิดจากความยุ่งยากและความซับซ้อนในการตรวจสอบทรัพย์สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็นับว่ามีเหตุอันสมควรเช่นกัน สำหรับคดีนี้ได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่ไว้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2546 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้มีคำสั่งมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 1เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2546 แต่เพิ่งมีหนังสือถึงผู้ร้องให้ยื่นคำร้องขอริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 ทั้งๆ ที่ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสี่ที่ถูกตรวจสอบมีจำนวนไม่มาก ส่วนมากเป็นสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างมูลค่าไม่สูงมากหรือมีความซับซ้อนยากแก่การตรวจสอบและอยู่ในราชอาณาจักรสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย กระบวนการตรวจสอบนับตั้งแต่ที่มีการยึดทรัพย์จนถึงวันที่แจ้งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลใช้เวลากว่าสองปี นับว่าเป็นเวลานานเกินสมควร จึงไม่ใช่กรณีมีเหตุอันสมควรที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
ม2/2548
primary_red_case_no
ม2/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000370.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.507/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556