คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20075/2555 ฉบับเต็ม

#540933
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20075/2555 พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียว โจทก์ นายสมเกียรติ นิยมสุข จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ป.อ. มาตรา 341 จำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายทั้งสองนำเงินที่จะซื้อหวยมาทำพิธีทาน้ำมันตาทิพย์ก่อนจึงจะแทงหวยถูก เมื่อผู้เสียหายทั้งสองนำเงินใส่บาตรเพื่อให้จำเลยทำพิธี จำเลยไม่คืนเงินให้โดยแจ้งว่าขอให้นำเงินดังกล่าวร่วมทุนกับทางวัดเพื่อไปซื้อหวย ความจริงผู้เสียหายที่ 1 ไม่ยินยอม แต่กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ตนและบุตรชาย แสดงว่าผู้เสียหายทั้งสองไม่มีเจตนาที่จะมอบเงินให้จำเลยไปซื้อหวยให้ เพราะสามารถซื้อเองได้อยู่แล้ว ผู้เสียหายทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธิร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 144,000 บาท และคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 11,500 บาท และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 454/2547 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 144,000 บาท และคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 11,500 บาท ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 454/2547 หมายเลขแดงที่ 1633/2547 ของศาลชั้นต้นนั้น คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย จึงมิอาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายทั้งสองและนายชวลิต เบิกความเป็นพยานทำนองเดียวกันว่า จำเลยหลอกให้ผู้เสียหายทั้งสองนำเงินที่จะแทงหวยมาทำพิธีทาน้ำมันตาทิพย์ก่อนจึงจะแทงถูก เมื่อผู้เสียหายทั้งสองนำเงินมามอบให้จำเลยทำพิธี จำเลยกลับไม่คืนเงินให้โดยอ้างว่าซื้อหวยให้แล้ว เห็นว่า ปกติผู้ให้หวยจะไม่ทำหน้าที่ซื้อหวยให้ด้วย แต่จะให้ผู้ได้รับใบ้หวยไปแทงหวยเอง พฤติกรรมของจำเลยกับพวกจึงมีพิรุธ ประกอบกับผู้เสียหายที่ 1 ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ผู้เสียหายที่ 1 กับบุตรชายนำเงินใส่บาตรแล้ว จำเลยแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวขอให้ร่วมทุนกับทางวัดเพื่อไปซื้อหวย ความจริงผู้เสียหายที่ 1 ไม่ยินยอม แต่กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ตนและบุตรชาย แสดงว่าผู้เสียหายทั้งสองไม่มีเจตนาที่จะมอบเงินให้จำเลยไปซื้อหวยให้เลย เพราะสามารถซื้อเองได้อยู่แล้ว ผู้เสียหายทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธิร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ทวีป ตันสวัสดิ์-ศิริชัย วัฒนโยธิน-ธงชัย เสนามนตรี) ศาลจังหวัดภูเขียว - นางสาวธนวรรณ เนียมกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5360/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1261/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ564/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
540933
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเขียว",
        "judge": "นางสาวธนวรรณ เนียมกลาง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายตั้งใจ ศาสตร์ศศิ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983031"
    }
}
date
2555
deka_no
20075/2555
deka_running_no
20075
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ทวีป ตันสวัสดิ์",
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน",
    "ธงชัย เสนามนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดภูเขียว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมเกียรติ นิยมสุข"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 144,000 บาท และคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 11,500 บาท และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 454/2547 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 144,000 บาท และคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 11,500 บาท ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 454/2547 หมายเลขแดงที่ 1633/2547 ของศาลชั้นต้นนั้น คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย จึงมิอาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายทั้งสองและนายชวลิต เบิกความเป็นพยานทำนองเดียวกันว่า จำเลยหลอกให้ผู้เสียหายทั้งสองนำเงินที่จะแทงหวยมาทำพิธีทาน้ำมันตาทิพย์ก่อนจึงจะแทงถูก เมื่อผู้เสียหายทั้งสองนำเงินมามอบให้จำเลยทำพิธี จำเลยกลับไม่คืนเงินให้โดยอ้างว่าซื้อหวยให้แล้ว เห็นว่า ปกติผู้ให้หวยจะไม่ทำหน้าที่ซื้อหวยให้ด้วย แต่จะให้ผู้ได้รับใบ้หวยไปแทงหวยเอง พฤติกรรมของจำเลยกับพวกจึงมีพิรุธ ประกอบกับผู้เสียหายที่ 1 ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ผู้เสียหายที่ 1 กับบุตรชายนำเงินใส่บาตรแล้ว จำเลยแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวขอให้ร่วมทุนกับทางวัดเพื่อไปซื้อหวย ความจริงผู้เสียหายที่ 1 ไม่ยินยอม แต่กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ตนและบุตรชาย แสดงว่าผู้เสียหายทั้งสองไม่มีเจตนาที่จะมอบเงินให้จำเลยไปซื้อหวยให้เลย เพราะสามารถซื้อเองได้อยู่แล้ว ผู้เสียหายทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธิร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลยกับพวกได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1261/2547
primary_red_case_no
อ564/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000385.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5360/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555