คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2556 ฉบับเต็ม

#540938
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2556 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายสมพงค์ บุญเมือง จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195, มาตรา 212, มาตรา 225 พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดโทษปรับแก่จำเลยก่อนลดโทษเป็นเงิน 4,000 บาท เป็นการวางโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของความผิดตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง เห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 โดยไม่ระบุวรรคให้ชัดเจน แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 อ้างว่าเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ย่อมแสดงว่าศาลชั้นต้นลงโทษตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคหนึ่ง ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะอาวุธที่จำเลยพาติดตัวไปเป็นอาวุธปืน เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ แต่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด โดยให้ยกโทษจำคุกตาม ป.อ. มาตรา 55 และให้ปรับ 4,000 บาท ก่อนลดโทษนั้น เป็นเพียงการปรับบทลงโทษตามมาตรา 28/2 วรรคสอง ให้ถูกต้องเท่านั้น แต่มิได้แก้ไขโทษให้สูงขึ้นด้วย เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ดังนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในส่วนที่พิพากษาให้ยกโทษจำคุก และให้ปรับ 2,000 บาท จึงเป็นการกำหนดโทษให้เหมาะสมสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่ายังไม่สมควรลงโทษจำคุกจำเลยเท่านั้น หาใช่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดโทษเช่นว่านั้นสำหรับความผิดตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3, 16/2, 28/2 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคสอง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 16/2, 28/2 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ยกโทษจำคุกเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 และให้ปรับจำเลย 4,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดโทษปรับแก่จำเลยก่อนลดโทษเป็นเงิน 4,000 บาท เป็นการวางโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ซึ่งกำหนดอัตราโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพาอาวุธปืนมีทะเบียนของจำเลยติดตัวไป ที่ร้านเดือนเด่น ซึ่งเป็นสถานบันเทิงเพื่อการรื่นเริง อันเป็นสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และไม่ได้รับยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพผิดตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคสอง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 16/2, 28/2 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ดังนี้ แม้ว่าการปรับบทลงโทษจำเลยของศาลชั้นต้นตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 จะไม่ระบุวรรคให้ชัดเจน แต่การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อ้างว่าเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสถานบริการฯ มาตรา 28/2 วรรคหนึ่ง ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะอาวุธที่จำเลยพาติดตัวไปเป็นอาวุธปืน แต่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ คงมีแต่ฝ่ายจำเลยเท่านั้นที่อุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยตามประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษว่า พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง ยังไม่สมควรลงโทษจำคุกจำเลย กับใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง หยิบยกปัญหาการปรับบทตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยไม่ถูกต้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ยกโทษจำคุกเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 และให้ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย่อมแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่า สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการฯ นั้น เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเพียงแต่ปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 28/2 วรรคสอง ให้ถูกต้องเท่านั้น แต่มิได้แก้ไขโทษให้สูงขึ้นด้วย เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในส่วนที่พิพากษาให้ยกโทษจำคุกเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 และให้ปรับจำเลย 2,000 บาท จึงเป็นการกำหนดโทษให้เหมาะสมสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้วินิจฉัยว่ายังไม่สมควรลงโทษจำคุกจำเลยเท่านั้น หาใช่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดโทษเช่นว่านั้นสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิศิฏฐ์ สุดลาภา-วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล-ทวีศักดิ์ ทองภักดี) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายวิชัย เดชชุติพงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5983/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ544/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ622/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
540938
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายวิชัย เดชชุติพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายสุพจน์ ธำรงเวียงผึ้ง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982554"
    }
}
date
2556
deka_no
762/2556
deka_running_no
762
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "พิศิฏฐ์ สุดลาภา",
    "วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195",
            "ม. 212",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509",
        "sections": [
            "ม. 28/2 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 72 ทวิ วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมพงค์ บุญเมือง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3, 16/2, 28/2

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคสอง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 16/2, 28/2 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ยกโทษจำคุกเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 และให้ปรับจำเลย 4,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดโทษปรับแก่จำเลยก่อนลดโทษเป็นเงิน 4,000 บาท เป็นการวางโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำของความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ซึ่งกำหนดอัตราโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพาอาวุธปืนมีทะเบียนของจำเลยติดตัวไป ที่ร้านเดือนเด่น ซึ่งเป็นสถานบันเทิงเพื่อการรื่นเริง อันเป็นสถานบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และไม่ได้รับยกเว้นใดๆ ตามกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพผิดตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคสอง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 16/2, 28/2 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ดังนี้ แม้ว่าการปรับบทลงโทษจำเลยของศาลชั้นต้นตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 จะไม่ระบุวรรคให้ชัดเจน แต่การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ อ้างว่าเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสถานบริการฯ มาตรา 28/2 วรรคหนึ่ง ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะอาวุธที่จำเลยพาติดตัวไปเป็นอาวุธปืน แต่เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ คงมีแต่ฝ่ายจำเลยเท่านั้นที่อุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยตามประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษว่า พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง ยังไม่สมควรลงโทษจำคุกจำเลย กับใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง หยิบยกปัญหาการปรับบทตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยไม่ถูกต้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ยกโทษจำคุกเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 และให้ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย่อมแสดงให้เห็นชัดแจ้งว่า สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการฯ นั้น เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเพียงแต่ปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 28/2 วรรคสอง ให้ถูกต้องเท่านั้น แต่มิได้แก้ไขโทษให้สูงขึ้นด้วย เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในส่วนที่พิพากษาให้ยกโทษจำคุกเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 55 และให้ปรับจำเลย 2,000 บาท จึงเป็นการกำหนดโทษให้เหมาะสมสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้วินิจฉัยว่ายังไม่สมควรลงโทษจำคุกจำเลยเท่านั้น หาใช่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดโทษเช่นว่านั้นสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 28/2 วรรคสอง ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ544/2550
primary_red_case_no
อ622/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000381.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5983/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556