คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2556 ฉบับเต็ม

#541472
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1818/2556 นางอนงค์ แซ่โง้ว โจทก์ พันเอกไพศาล คำสุพรหม โดยนายสหพร คำสุพรหม ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 224 ป.วิ.พ. มาตรา 249 ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นั้น โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า โจทก์เรียกดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวได้โดยอาศัยสิทธิใด แต่เมื่อหนี้ที่จำเลยทั้งสองค้างชำระเป็นหนี้เงินและจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี การที่ศาลชั้นต้นกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้จำเลยทั้งสองรับผิดในอัตราสูงกว่าอัตราที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย อันเป็นการกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดเกินกว่าความรับผิดตามกฎหมาย เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ มาตรา 249 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเพิกถอนการทำนิติกรรมโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 3721 และ 3722 ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย โดยให้จำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่าย กรณีจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินให้ได้ ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าที่ดินให้แก่โจทก์เป็นเงิน 300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 กรกฎาคม 2552) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 1 เข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่ได้ตกลงกันเรื่องดอกเบี้ย การที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงสูงเกินไปนั้น เห็นว่า โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์เรียกดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวได้โดยอาศัยสิทธิใด โจทก์จึงไม่อาจคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราดังกล่าวได้ เมื่อหนี้ที่จำเลยทั้งสองค้างชำระเป็นหนี้เงินและจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันฟ้องซึ่งเป็นวันที่โจทก์ขอมาเป็นต้นไป สำหรับที่โจทก์ตั้งประเด็นมาในคำแก้ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้คัดค้านปัญหาดังกล่าวมาก่อน การที่ศาลชั้นต้นกำหนดดอกเบี้ยให้ตามอัตราดังกล่าวจึงชอบแล้วนั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้จำเลยทั้งสองรับผิดในอัตราที่สูงกว่าอัตราที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย อันเป็นการกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดเกินกว่าความรับผิดตามกฎหมาย เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในเรื่องอัตราดอกเบี้ยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี (วิรุฬห์ แสงเทียน-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี-วรงค์พร จิระภาค) ศาลจังหวัดบึงกาฬ - นายจิระศักดิ์ จันทร์สว่าง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายชัยพร สมบุญวงค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2202/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ281/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ58/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
541472
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดบึงกาฬ",
        "judge": "นายจิระศักดิ์ จันทร์สว่าง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายชัยพร สมบุญวงค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982337"
    }
}
date
2556
deka_no
1818/2556
deka_running_no
1818
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี",
    "วรงค์พร จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางอนงค์ แซ่โง้ว"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "พันเอกไพศาล คำสุพรหม โดยนายสหพร คำสุพรหม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเพิกถอนการทำนิติกรรมโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 3721 และ 3722 ตำบลหอคำ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย โดยให้จำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่าย กรณีจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินให้ได้ ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าที่ดินให้แก่โจทก์เป็นเงิน 300,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 กรกฎาคม 2552) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 1 เข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่ได้ตกลงกันเรื่องดอกเบี้ย การที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงสูงเกินไปนั้น เห็นว่า โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์เรียกดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวได้โดยอาศัยสิทธิใด โจทก์จึงไม่อาจคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราดังกล่าวได้ เมื่อหนี้ที่จำเลยทั้งสองค้างชำระเป็นหนี้เงินและจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระหนี้แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันฟ้องซึ่งเป็นวันที่โจทก์ขอมาเป็นต้นไป สำหรับที่โจทก์ตั้งประเด็นมาในคำแก้ฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้คัดค้านปัญหาดังกล่าวมาก่อน การที่ศาลชั้นต้นกำหนดดอกเบี้ยให้ตามอัตราดังกล่าวจึงชอบแล้วนั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้จำเลยทั้งสองรับผิดในอัตราที่สูงกว่าอัตราที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย อันเป็นการกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดเกินกว่าความรับผิดตามกฎหมาย เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในเรื่องอัตราดอกเบี้ยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี
opensearch_id
primary_black_case_no
พ281/2552
primary_red_case_no
พ58/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000379.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2202/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556