คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3946/2556 ฉบับเต็ม

#541473
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3946/2556 บริษัทอิสท์ตินี่ อินน์ จำกัด โจทก์ บริษัทเอส. ซี. เจนเนอรัล คอนสตรัคชั่น จำกัด จำเลย พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ตามอุทธรณ์ของผู้ร้องกล่าวอ้างเพียงว่าศาลชั้นต้นเลือกรับฟังพยานหลักฐานในบางเรื่องแล้วพิจารณาพิพากษาคดีไป โดยอ้างบทกฎหมายคลาดเคลื่อน และผู้ร้องเห็นว่าเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันเป็นข้ออ้างเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันนำไปสู่การอ้างว่าการฟังข้อเท็จจริงไม่ชอบทำให้ปรับบทกฎหมายผิด เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นรับฟังพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่จะเป็นคำพิพากษาที่ฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใด อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องไว้พิจารณา ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยอ้างว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เนื่องจากคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยรับฟังพยานหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว และวินิจฉัยข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง จึงยื่นคำร้องให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 บัญญัติให้อุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลฎีกา จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งศาลฎีกาต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการต่อศาล ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง การที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ จึงต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ซึ่งความในมาตรา 45 วรรคท้าย บัญญัติให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด การที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงไม่ชอบ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์ภาค 2 และส่งสำนวนให้ศาลชั้นต้นส่งศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องได้ตามความในมาตรา 45 ดังกล่าว แต่กรณีจะอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 45 จะต้องได้ความว่า (1) การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (2) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (3) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นไม่ตรงกับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ (4) ผู้พิพากษา หรือตุลาการซึ่งพิจารณาคดีนั้นได้ทำความเห็นแย้งไว้ในคำพิพากษา หรือ (5) เป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยการใช้วิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่พิพาทตามมาตรา 16 แต่ตามอุทธรณ์ของผู้ร้องกล่าวอ้างเพียงว่าศาลชั้นต้นเลือกรับฟังพยานหลักฐานในบางเรื่อง แล้วพิจารณาพิพากษาคดีไป โดยอ้างบทกฎหมายคลาดเคลื่อนและผู้ร้องเห็นว่าเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น ข้ออ้างของผู้ร้องเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันจะนำไปสู่การอ้างว่าการฟังข้อเท็จจริงไม่ชอบทำให้ปรับบทกฎหมายผิด ก็เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เมื่อไม่ปรากฎว่าศาลชั้นต้นรับฟังพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐานที่จะเป็นคำพิพากษาที่ฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใด อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องไว้พิจารณา พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (นพพร โพธิรังสิยากร-ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-สุทธิโชค เทพไตรรัตน์) ศาลจังหวัดพัทยา - นายเลิศพงษ์ บุษนาวิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2302/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ881/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4745/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
541473
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายเลิศพงษ์ บุษนาวิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981876"
    }
}
date
2556
deka_no
3946/2556
deka_running_no
3946
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "นพพร โพธิรังสิยากร",
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์",
    "สุทธิโชค เทพไตรรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 45"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอิสท์ตินี่ อินน์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอส. ซี. เจนเนอรัล คอนสตรัคชั่น จำกัด"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดยอ้างว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เนื่องจากคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยรับฟังพยานหลักฐานเพียงฝ่ายเดียว และวินิจฉัยข้อกฎหมายไม่ถูกต้อง จึงยื่นคำร้องให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 บัญญัติให้อุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลฎีกา จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งศาลฎีกาต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการต่อศาล ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง การที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ จึงต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ซึ่งความในมาตรา 45 วรรคท้าย บัญญัติให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือศาลปกครองสูงสุด การที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงไม่ชอบ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์ภาค 2 และส่งสำนวนให้ศาลชั้นต้นส่งศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องได้ตามความในมาตรา 45 ดังกล่าว แต่กรณีจะอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 45 จะต้องได้ความว่า (1) การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดนั้นจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (2) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน (3) คำสั่งหรือคำพิพากษานั้นไม่ตรงกับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ (4) ผู้พิพากษา หรือตุลาการซึ่งพิจารณาคดีนั้นได้ทำความเห็นแย้งไว้ในคำพิพากษา หรือ (5) เป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยการใช้วิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่พิพาทตามมาตรา 16 แต่ตามอุทธรณ์ของผู้ร้องกล่าวอ้างเพียงว่าศาลชั้นต้นเลือกรับฟังพยานหลักฐานในบางเรื่อง แล้วพิจารณาพิพากษาคดีไป โดยอ้างบทกฎหมายคลาดเคลื่อนและผู้ร้องเห็นว่าเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น ข้ออ้างของผู้ร้องเกี่ยวกับดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันจะนำไปสู่การอ้างว่าการฟังข้อเท็จจริงไม่ชอบทำให้ปรับบทกฎหมายผิด ก็เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น เมื่อไม่ปรากฎว่าศาลชั้นต้นรับฟังพยานหลักฐานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยพยานหลักฐานที่จะเป็นคำพิพากษาที่ฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใด อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้องไว้พิจารณา

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ881/2551
primary_red_case_no
พ4745/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000375.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2302/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556