คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2556 ฉบับเต็ม

#541486
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2739/2556 นางคำมี ว่องไว ผู้ร้อง ป.พ.พ. มาตรา 61, มาตรา 62, มาตรา 1713 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 บัญญัติว่า "ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย..." หมายความว่าในขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกต้องปรากฏว่าเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องขอและตามทางไต่สวนได้ความว่า ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของ บ. ศาลยังมิได้มีคำสั่งว่า บ. เป็นคนสาบสูญ จึงถือไม่ได้ว่า บ. ถึงแก่ความตายแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 61 และ 62 ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของ บ. มาพร้อมกับขอให้ศาลสั่งให้ บ. เป็นคนสาบสูญ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่านายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ และตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 ประกาศคำสั่งในราชกิจการนุเบกษา คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตแต่การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียงกับขอให้ศาลสั่งให้นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญพร้อมกันได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 และมาตรา 62 การที่จะถือว่าบุคคลใดถึงแก่ความตายเพราะเหตุที่บุคคลนั้นได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลาห้าปีจะต้องมีคำสั่งของศาลให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญเสียก่อน และการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตายดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ที่บัญญัติว่า "ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดั่งต่อไปนี้ (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย..." หมายความว่าในขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกต้องปรากฏว่าเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องขอและตามทางไต่สวนได้ความว่า ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียง ศาลยังมิได้มีคำสั่งว่านายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียงมาพร้อมกับขอให้ศาลสั่งให้นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอจัดการมรดกนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี-วิรุฬห์ แสงเทียน-วรงค์พร จิระภาค) ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายนรเทพ สอนเผือก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3920/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ416/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ455/2555 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
541486
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมุกดาหาร",
        "judge": "นายนรเทพ สอนเผือก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982113"
    }
}
date
2556
deka_no
2739/2556
deka_running_no
2739
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "วรงค์พร จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 61",
            "ม. 62",
            "ม. 1713"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางคำมี ว่องไว"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่านายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ และตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 ประกาศคำสั่งในราชกิจการนุเบกษา คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตแต่การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา พอแปลได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียงกับขอให้ศาลสั่งให้นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญพร้อมกันได้หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 และมาตรา 62 การที่จะถือว่าบุคคลใดถึงแก่ความตายเพราะเหตุที่บุคคลนั้นได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลาห้าปีจะต้องมีคำสั่งของศาลให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญเสียก่อน และการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของผู้ตายดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ที่บัญญัติว่า "ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการจะร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกก็ได้ ในกรณีดั่งต่อไปนี้ (1) เมื่อเจ้ามรดกตาย..." หมายความว่าในขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกต้องปรากฏว่าเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องขอและตามทางไต่สวนได้ความว่า ขณะยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียง ศาลยังมิได้มีคำสั่งว่านายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกของนายบุญเลียงมาพร้อมกับขอให้ศาลสั่งให้นายบุญเลียงเป็นคนสาบสูญ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอจัดการมรดกนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ416/2555
primary_red_case_no
พ455/2555
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000377.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3920/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556