คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6535/2556 ฉบับเต็ม

#541499
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6535/2556 บริษัทควอลิตี้ฟู้ดส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โจทก์ นายสังสรรค์หรืออาทิตย์ หัตถกิจจานุกิจ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้นจำต้องพิจารณาแต่เพียงเฉพาะข้อความที่ปรากฏตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องเท่านั้น ไม่จำต้องพิจารณาถึงพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,478,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,367,029 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัด ศาลพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวสำหรับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,355,748 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 26 กรกฎาคม 2549) ให้ไม่เกิน 111,071 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แทนจนครบ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แต่เพียงว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินไปว่ามีกี่ครั้ง ครั้งละจำนวนเท่าใด รวมทั้งวันเวลาและสถานที่ที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินไปและในชั้นพิจารณาคดีโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้แจ้งชัดว่าจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินจากลูกค้ารายใดไปเมื่อวันที่เท่าใด และไม่ได้แสดงหลักฐานการยักยอกเป็นรายๆ ไป เห็นว่า การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้นจำต้องพิจารณาแต่เพียงเฉพาะข้อความที่ปรากฎตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องเท่านั้น โดยมิพักจำต้องพิจารณาถึงพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบเข้าด้วยกันแต่อย่างใดไม่ เมื่อพิเคราะห์ฟ้องโจทก์ที่บรรยายสรุปได้ความว่าเมื่อระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2548 จำเลยที่ 1 ลูกจ้างโจทก์นำสินค้าไปส่งและรับเงินค่าสินค้ามาจากลูกค้าหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 1,367,029 บาท แต่จำเลยที่ 1 กลับเบียดบังยักยอกเอาเงินดังกล่าวที่จะต้องส่งมอบให้แก่โจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดด้วย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ดังนั้นคำฟ้องดังกล่าวจึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 สำหรับข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างมาในอุทธรณ์นั้นเป็นแต่เพียงรายละเอียดของพฤติการณ์แห่งคดีที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระพงศ์ จิระภาค-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล) ศาลแรงงานกลาง - นายระบิล จันทรภิรมย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2282/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ136/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ253/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
541499
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายระบิล จันทรภิรมย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981335"
    }
}
date
2556
deka_no
6535/2556
deka_running_no
6535
deka_year
2556
department
แรงงาน
judges
[
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 172 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทควอลิตี้ฟู้ดส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสังสรรค์หรืออาทิตย์ หัตถกิจจานุกิจ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,478,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,367,029 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัด ศาลพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวสำหรับจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 2 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,355,748 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 26 กรกฎาคม 2549) ให้ไม่เกิน 111,071 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แทนจนครบ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แต่เพียงว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินไปว่ามีกี่ครั้ง ครั้งละจำนวนเท่าใด รวมทั้งวันเวลาและสถานที่ที่จำเลยที่ 1 ยักยอกเงินไปและในชั้นพิจารณาคดีโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้แจ้งชัดว่าจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินจากลูกค้ารายใดไปเมื่อวันที่เท่าใด และไม่ได้แสดงหลักฐานการยักยอกเป็นรายๆ ไป เห็นว่า การพิจารณาว่าคำฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้นจำต้องพิจารณาแต่เพียงเฉพาะข้อความที่ปรากฎตามที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องเท่านั้น โดยมิพักจำต้องพิจารณาถึงพยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบเข้าด้วยกันแต่อย่างใดไม่ เมื่อพิเคราะห์ฟ้องโจทก์ที่บรรยายสรุปได้ความว่าเมื่อระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน 2548 จำเลยที่ 1 ลูกจ้างโจทก์นำสินค้าไปส่งและรับเงินค่าสินค้ามาจากลูกค้าหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 1,367,029 บาท แต่จำเลยที่ 1 กลับเบียดบังยักยอกเอาเงินดังกล่าวที่จะต้องส่งมอบให้แก่โจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดด้วย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ดังนั้นคำฟ้องดังกล่าวจึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 สำหรับข้อเท็จจริงตามที่จำเลยที่ 2 ยกขึ้นอ้างมาในอุทธรณ์นั้นเป็นแต่เพียงรายละเอียดของพฤติการณ์แห่งคดีที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ136/2549
primary_red_case_no
พ253/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000370.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2282/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556