คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8824/2556 ฉบับเต็ม

#541500
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8824/2556 บริษัทเอฟ ที เอ็น จำกัด โจทก์ นางรัชนี บุญรอด ในฐานะพนักงานตรวจแรงงาน จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) เมื่อนายจ้างลงโทษลูกจ้างในการกระทำความผิดเรื่องนั้นไปแล้ว ไม่สามารถนำมากล่าวอ้างว่าลูกจ้างทำผิดซ้ำคำเตือนในเรื่องเดิมได้อีก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งจำเลยที่ 55/2550 จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 พิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า นายพรชัย เป็นลูกจ้างโจทก์ เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2542 ระหว่างทำงานนายพรชัยได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงานหลายครั้งซึ่งโจทก์ได้ตักเตือนเป็นหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 ถึง จ.16 วันที่ 22 พฤษภาคม 2550 โจทก์เลิกจ้างนายพรชัยโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายพรชัยได้ไปยื่นคำร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน ต่อมาจำเลยมีคำสั่งที่ 55/2550 ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 51,760 บาท แล้ววินิจฉัยว่า หนังสือเตือนของโจทก์นับย้อนหลังไปไม่เกินหนึ่งปีเป็นการเตือนเรื่องขาดงาน การนำรถยนต์เข้าไปจอดภายในบริษัทโดยไม่ได้แสดงบัตรจอดรถ หยุดงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และออกนอกพื้นที่การทำงานโดยไม่ได้ขออนุญาตตามลำดับ ส่วนหนังสือเตือนเป็นการเตือนในเรื่องไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ให้ไปรอคำสั่งการเปลี่ยนหน้าที่ในการทำงานใหม่ แต่การไม่เชื่อฟังคำสั่งของบังคับบัญชาที่โจทก์อ้างเป็นเหตุเลิกจ้างนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเกิดจากการที่นายพรชัยไม่ทำความเคารพกรรมการผู้จัดการโจทก์ที่นำลูกค้าชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมกิจการของโจทก์ ทำตัวไม่เหมาะสมและไม่ทำงาน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายพรชัยยอมทำงานในหน้าที่ใหม่แล้ว ดังนั้นการกระทำดังกล่าวของนายพรชัยจึงมิใช่กรณีเดียวกับเรื่องที่โจทก์เคยมีหนังสือเตือนและไม่ใช่กรณีร้ายแรง จึงมิใช่เหตุยกเว้นที่โจทก์จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลยตามฟ้อง ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การปลดนายพรชัยออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์ไม่ได้เกิดจากการที่นายพรชัยไม่ทำความเคารพกรรมการผู้จัดการของโจทก์เพียงอย่างเดียว ยังประกอบด้วยความผิดฐานไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติงานและฐานไม่เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้างานซึ่งโจทก์ได้เตือนเป็นหนังสือแล้ว เมื่อโจทก์เลิกจ้างนายพรชัยโดยรวมความผิดอื่นๆ ประกอบไปด้วยย่อมสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น เห็นว่า หนังสือเตือนตามเอกสารหมาย จ.13 จะมีข้อความว่าหัวหน้างานมีการติดตามผลการปฏิบัติงานของพนักงานพบว่าพนักงานไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติงาน ไม่มีการรายงานปัญหาในการผลิต ไม่มีความเอาใจใส่ในงานที่ได้รับมอบหมายและไม่เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้างานซึ่งทางหัวหน้ามีการแจ้งเพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อหยุดปัญหาที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตจึงได้มีการปรับเปลี่ยนมารอคำสั่งในสำนักงานก่อนแต่ทางพนักงานไม่เชื่อฟังและไม่ปฏิบัติตาม จึงพิจารณาเห็นสมควรลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรหนังสือเตือนดังกล่าวแม้จะมีการกล่าวถึงการไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติงาน ไม่เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้างานแต่เป็นการกล่าวอ้างเพื่อเปลี่ยนหน้าที่ในการทำงานแล้วมีคำสั่งให้นายพรชัยมารอคำสั่งในสำนักงานในวันที่ 10 และ 11 พฤษภาคม 2550 เมื่อนายพรชัยไม่ปฏิบัติตามจึงมีการออกหนังสือเตือนฉบับนี้ ส่วนหนังสือเตือนเอกสารหมาย จ.14 ก็เป็นกรณีนายพรชัยไม่ไปรอคำสั่งการเปลี่ยนหน้าที่ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2550 สำหรับเอกสารหมาย จ.15 เป็นกรณีที่นายพรชัยยังมิได้ไปรอคำสั่งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 จึงถูกลงโทษโดยการพักงาน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 17 พฤษภาคม 2550 โดยไม่จ่ายค่าจ้าง เมื่อนายจ้างลงโทษลูกจ้างในเรื่องกระทำความผิดในเรื่องนั้นไปแล้วย่อมไม่สามารถนำมากล่าวอ้างว่าลูกจ้างทำผิดซ้ำ คำเตือนในเรื่องเดิมได้อีกส่วนเหตุในการเลิกจ้างนายพรชัยเกิดจากการที่นายพรชัยไม่ทำความเคารพกรรมการผู้จัดการโจทก์ในขณะที่นำลูกค้าชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมกิจการของโจทก์ ทำตัวไม่เหมาะสมและไม่ทำงาน ถึงแม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์แต่ก็มิใช่กรณีร้ายแรงที่โจทก์ไม่จำต้องตักเตือน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล) ศาลแรงงานภาค 1 - นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.252/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ342/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ23/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
541500
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 1",
        "judge": "นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980887"
    }
}
date
2556
deka_no
8824/2556
deka_running_no
8824
deka_year
2556
department
แรงงาน
judges
[
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอฟ ที เอ็น จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางรัชนี บุญรอด ในฐานะพนักงานตรวจแรงงาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งจำเลยที่ 55/2550

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 พิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า นายพรชัย เป็นลูกจ้างโจทก์ เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2542 ระหว่างทำงานนายพรชัยได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงานหลายครั้งซึ่งโจทก์ได้ตักเตือนเป็นหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 ถึง จ.16 วันที่ 22 พฤษภาคม 2550 โจทก์เลิกจ้างนายพรชัยโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายพรชัยได้ไปยื่นคำร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน ต่อมาจำเลยมีคำสั่งที่ 55/2550 ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 51,760 บาท แล้ววินิจฉัยว่า หนังสือเตือนของโจทก์นับย้อนหลังไปไม่เกินหนึ่งปีเป็นการเตือนเรื่องขาดงาน การนำรถยนต์เข้าไปจอดภายในบริษัทโดยไม่ได้แสดงบัตรจอดรถ หยุดงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และออกนอกพื้นที่การทำงานโดยไม่ได้ขออนุญาตตามลำดับ ส่วนหนังสือเตือนเป็นการเตือนในเรื่องไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ให้ไปรอคำสั่งการเปลี่ยนหน้าที่ในการทำงานใหม่ แต่การไม่เชื่อฟังคำสั่งของบังคับบัญชาที่โจทก์อ้างเป็นเหตุเลิกจ้างนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเกิดจากการที่นายพรชัยไม่ทำความเคารพกรรมการผู้จัดการโจทก์ที่นำลูกค้าชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมกิจการของโจทก์ ทำตัวไม่เหมาะสมและไม่ทำงาน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากนายพรชัยยอมทำงานในหน้าที่ใหม่แล้ว ดังนั้นการกระทำดังกล่าวของนายพรชัยจึงมิใช่กรณีเดียวกับเรื่องที่โจทก์เคยมีหนังสือเตือนและไม่ใช่กรณีร้ายแรง จึงมิใช่เหตุยกเว้นที่โจทก์จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ไม่มีเหตุเพิกถอนคำสั่งของจำเลยตามฟ้อง ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การปลดนายพรชัยออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์ไม่ได้เกิดจากการที่นายพรชัยไม่ทำความเคารพกรรมการผู้จัดการของโจทก์เพียงอย่างเดียว ยังประกอบด้วยความผิดฐานไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติงานและฐานไม่เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้างานซึ่งโจทก์ได้เตือนเป็นหนังสือแล้ว เมื่อโจทก์เลิกจ้างนายพรชัยโดยรวมความผิดอื่นๆ ประกอบไปด้วยย่อมสามารถเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น เห็นว่า หนังสือเตือนตามเอกสารหมาย จ.13 จะมีข้อความว่าหัวหน้างานมีการติดตามผลการปฏิบัติงานของพนักงานพบว่าพนักงานไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติงาน ไม่มีการรายงานปัญหาในการผลิต ไม่มีความเอาใจใส่ในงานที่ได้รับมอบหมายและไม่เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้างานซึ่งทางหัวหน้ามีการแจ้งเพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อหยุดปัญหาที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตจึงได้มีการปรับเปลี่ยนมารอคำสั่งในสำนักงานก่อนแต่ทางพนักงานไม่เชื่อฟังและไม่ปฏิบัติตาม จึงพิจารณาเห็นสมควรลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรหนังสือเตือนดังกล่าวแม้จะมีการกล่าวถึงการไม่เอาใจใส่ในการปฏิบัติงาน ไม่เชื่อฟังคำสั่งของหัวหน้างานแต่เป็นการกล่าวอ้างเพื่อเปลี่ยนหน้าที่ในการทำงานแล้วมีคำสั่งให้นายพรชัยมารอคำสั่งในสำนักงานในวันที่ 10 และ 11 พฤษภาคม 2550 เมื่อนายพรชัยไม่ปฏิบัติตามจึงมีการออกหนังสือเตือนฉบับนี้ ส่วนหนังสือเตือนเอกสารหมาย จ.14 ก็เป็นกรณีนายพรชัยไม่ไปรอคำสั่งการเปลี่ยนหน้าที่ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2550 สำหรับเอกสารหมาย จ.15 เป็นกรณีที่นายพรชัยยังมิได้ไปรอคำสั่งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 จึงถูกลงโทษโดยการพักงาน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 17 พฤษภาคม 2550 โดยไม่จ่ายค่าจ้าง เมื่อนายจ้างลงโทษลูกจ้างในเรื่องกระทำความผิดในเรื่องนั้นไปแล้วย่อมไม่สามารถนำมากล่าวอ้างว่าลูกจ้างทำผิดซ้ำ คำเตือนในเรื่องเดิมได้อีกส่วนเหตุในการเลิกจ้างนายพรชัยเกิดจากการที่นายพรชัยไม่ทำความเคารพกรรมการผู้จัดการโจทก์ในขณะที่นำลูกค้าชาวต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมกิจการของโจทก์ ทำตัวไม่เหมาะสมและไม่ทำงาน ถึงแม้ว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์แต่ก็มิใช่กรณีร้ายแรงที่โจทก์ไม่จำต้องตักเตือน ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ342/2550
primary_red_case_no
พ23/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000366.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.252/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556