คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20447/2555 ฉบับเต็ม

#544477
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20447/2555 บริษัทไทยอินดัสเตรียลพาร์ท จำกัด ผู้ร้อง นายปัญญา พิเนตร ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้องในตำแหน่งพนักงานปั๊มโลหะและเป็นกรรมการลูกจ้าง ผู้คัดค้านดื่มสุราในเวลาพักรับประทานอาหารนอกเขตโรงงานของผู้ร้องจนมึนเมา เวลา 12.50 นาฬิกา ผู้คัดค้านกลับเข้ามาตอกบัตรเลิกงานและออกจากโรงงานไปไม่ได้ทำงานในช่วงบ่าย การที่ผู้คัดค้านดื่มสุราจนมึนเมาเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 3.5.6 ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ลูกจ้างมีอาการมึนเมาในขณะทำงานไม่ว่าในหรือนอกโรงงาน เนื่องจากงานส่วนใหญ่ของผู้ร้องคือปั๊มชิ้นโลหะด้วยเครื่องจักร หากพนักงานคุมเครื่องปั๊มโลหะขณะมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา เสพยาเสพติด หรือเพราะเหตุอื่นอาจเกิดอันตรายจากเครื่องจักรแก่พนักงานคนนั้นหรือพนักงานอื่นได้ พฤติกรรมของผู้คัดค้านไม่เหมาะสมแก่การเป็นลูกจ้างที่ดีอย่างยิ่ง เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องเป็นกรณีร้ายแรง ผู้ร้องมีสิทธิเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ผู้ร้องประกอบกิจการผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า งานส่วนใหญ่เป็นการปั๊มชิ้นโลหะ เวลาทำงานปกติตั้งแต่ 8 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา พักกลางวันตั้งแต่ 12 นาฬิกา ถึง 13 นาฬิกา ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้องตำแหน่งพนักงานปั๊มโลหะ มีหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรในการปั๊มโลหะ และเป็นกรรมการลูกจ้าง ในวันเกิดเหตุผู้คัดค้านทำงานกระทั่งถึงเวลา 12 นาฬิกา จึงออกไปรับประทานอาหารกลางวันและดื่มสุรากับเพื่อนพนักงานอีก 3 คน ที่นอกเขตโรงงานจนมีอาการมึนเมาไม่สามารถทำงานในช่วงบ่ายได้ ครั้นเวลา 12.50 นาฬิกา ผู้คัดค้านกลับเข้ามาตอกบัตรเลิกงานและออกจากโรงงานไปไม่ได้ทำงานในช่วงบ่าย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่าการกระทำของผู้คัดค้านดังข้างต้นเป็นการจงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของผู้ร้องอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านออกไปดื่มสุรา แม้จะไม่ได้เปิดเครื่องจักรทิ้งไว้ และไม่ได้กลับเข้ามาทำงานอีกอันเป็นการกระทำที่ไม่ได้จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ไม่ได้กระทำประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง และไม่ใช่การละทิ้งหน้าที่เกินกว่าสามวันโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ตาม แต่การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 3.5.6 ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ลูกจ้างมีอาการมึนเมาในขณะทำงานไม่ว่าในหรือนอกโรงงาน เนื่องจากงานส่วนใหญ่ของผู้ร้องคือปั๊มชิ้นโลหะด้วยเครื่องจักร หากพนักงานทำงานคุมเครื่องปั๊มโลหะขณะมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา เสพยาเสพติด หรือเพราะเหตุอื่นอาจเกิดอันตรายจากเครื่องจักรแก่พนักงานคนนั้นหรือพนักงานอื่นได้ พฤติกรรมของผู้คัดค้านจึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่การเป็นลูกจ้างที่ดีอย่างยิ่ง ทั้งผู้คัดค้านเป็นถึงกรรมการลูกจ้างควรจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่ลูกจ้างอื่น การกระทำของผู้คัดค้านถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างเป็นกรณีร้ายแรง ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ พิพากษากลับเป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ (อนันต์ ชุมวิสูตร-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-ทวีป ตันสวัสดิ์) ศาลแรงงานกลาง - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.164/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ341/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1038/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
544477
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982919"
    }
}
date
2555
deka_no
20447/2555
deka_running_no
20447
deka_year
2555
department
แรงงาน
judges
[
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "ทวีป ตันสวัสดิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทไทยอินดัสเตรียลพาร์ท จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายปัญญา พิเนตร"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ผู้ร้องประกอบกิจการผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า งานส่วนใหญ่เป็นการปั๊มชิ้นโลหะ เวลาทำงานปกติตั้งแต่ 8 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา พักกลางวันตั้งแต่ 12 นาฬิกา ถึง 13 นาฬิกา ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้องตำแหน่งพนักงานปั๊มโลหะ มีหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรในการปั๊มโลหะ และเป็นกรรมการลูกจ้าง ในวันเกิดเหตุผู้คัดค้านทำงานกระทั่งถึงเวลา 12 นาฬิกา จึงออกไปรับประทานอาหารกลางวันและดื่มสุรากับเพื่อนพนักงานอีก 3 คน ที่นอกเขตโรงงานจนมีอาการมึนเมาไม่สามารถทำงานในช่วงบ่ายได้ ครั้นเวลา 12.50 นาฬิกา ผู้คัดค้านกลับเข้ามาตอกบัตรเลิกงานและออกจากโรงงานไปไม่ได้ทำงานในช่วงบ่าย

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่าการกระทำของผู้คัดค้านดังข้างต้นเป็นการจงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงหรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของผู้ร้องอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านออกไปดื่มสุรา แม้จะไม่ได้เปิดเครื่องจักรทิ้งไว้ และไม่ได้กลับเข้ามาทำงานอีกอันเป็นการกระทำที่ไม่ได้จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ไม่ได้กระทำประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง และไม่ใช่การละทิ้งหน้าที่เกินกว่าสามวันโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ตาม แต่การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 3.5.6 ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ลูกจ้างมีอาการมึนเมาในขณะทำงานไม่ว่าในหรือนอกโรงงาน เนื่องจากงานส่วนใหญ่ของผู้ร้องคือปั๊มชิ้นโลหะด้วยเครื่องจักร หากพนักงานทำงานคุมเครื่องปั๊มโลหะขณะมีอาการมึนเมาจากการดื่มสุรา เสพยาเสพติด หรือเพราะเหตุอื่นอาจเกิดอันตรายจากเครื่องจักรแก่พนักงานคนนั้นหรือพนักงานอื่นได้ พฤติกรรมของผู้คัดค้านจึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่การเป็นลูกจ้างที่ดีอย่างยิ่ง ทั้งผู้คัดค้านเป็นถึงกรรมการลูกจ้างควรจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่ลูกจ้างอื่น การกระทำของผู้คัดค้านถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างเป็นกรณีร้ายแรง ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

พิพากษากลับเป็นว่า อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้
opensearch_id
primary_black_case_no
พ341/2550
primary_red_case_no
พ1038/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000384.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.164/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555