คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8016/2556 ฉบับเต็ม

#544484
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8016/2556 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นายชัยวัฒน์ ใฉ่เจียว จำเลย ป.อ. มาตรา 136 จำเลยกล่าวถ้อยคำว่า "ตำรวจแม่ง...ใช้ไม่ได้" เพราะรู้สึกว่าเจ้าพนักงานตำรวจไม่ให้ความสำคัญต่อคำชี้แจงของตน ทำให้จำเลยรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงกล่าวตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ อันเป็นเพียงคำกล่าวที่ไม่สุภาพและไม่สมควรเท่านั้น แต่ไม่ถึงขั้นมุ่งหมายที่จะด่า ดูถูกเหยียบหยามหรือสบประมาทเจ้าพนักงานตำรวจแต่อย่างใด จึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 136 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ปรับ 1,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า การกระทำอันเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 คือ "ดูหมิ่น" ซึ่งหมายถึงการด่า ดูถูกเหยียดหยาม หรือสบประมาทให้อับอาย และการที่บุคคลกล่าวถ้อยคำใด จะมีความหมายอย่างใดนั้นต้องแล้วแต่พฤติการณ์แวดล้อมประกอบด้วยว่ามุ่งหมายให้เข้าใจไปในทางใด ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวนี้ จำเลยได้กล่าวภายหลังจากที่ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกเรียกรถยนต์ที่จำเลยขับเพื่อขอตรวจ เมื่อพบว่ารถยนต์ดังกล่าวขาดต่อภาษีประจำปี จำเลยได้แจ้งให้ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกทราบว่าได้เคยถูกจับและเสียค่าปรับในข้อหาเดียวกันมาแล้วก่อนหน้าถูกจับ 1 วัน ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากนั้นจำเลยแจ้งให้บิดาเสียภาษีประจำปีรถยนต์ดังกล่าวแล้วยังไม่ได้รับเอกสารมาจากบิดา แต่ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกยังคงออกใบสั่งแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยโดยไม่ปรากฏว่าร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้จำเลยทราบถึงเหตุที่ต้องออกใบสั่งแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยว่าเป็นเพราะจำเลยไม่มีหลักฐานการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีมาแสดงในขณะนั้นหรือเปิดโอกาสให้จำเลยนำหลักฐานการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีมาแสดง จะเห็นได้ว่าจำเลยในภาวะเช่นนั้นย่อมรู้สึกว่าร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกไม่ได้ให้ความสำคัญสนใจกับคำชี้แจงของจำเลยเท่าที่ควร อาจทำให้จำเลยรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและเกิดความน้อยใจ จึงกล่าวในเชิงเป็นการตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร อันเป็นเพียงคำกล่าวที่ไม่สุภาพและไม่สมควรเท่านั้นยังไม่ถึงขั้นที่พอจะให้เข้าใจว่าจำเลยมีความมุ่งหมายที่จะด่า ดูถูกเหยียดหยามหรือสบประมาทให้ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกอับอายแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์-ไชยยงค์ คงจันทร์-สมยศ เข็มทอง) ศาลแขวงชลบุรี - นายกิจจา สมะวรรธนะ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายยอน พลาบดีวัฒน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1036/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ5883/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1593/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
544484
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงชลบุรี",
        "judge": "นายกิจจา สมะวรรธนะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายยอน พลาบดีวัฒน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981109"
    }
}
date
2556
deka_no
8016/2556
deka_running_no
8016
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์",
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "สมยศ เข็มทอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 136"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัยวัฒน์ ใฉ่เจียว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ปรับ 1,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า การกระทำอันเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 คือ "ดูหมิ่น" ซึ่งหมายถึงการด่า ดูถูกเหยียดหยาม หรือสบประมาทให้อับอาย และการที่บุคคลกล่าวถ้อยคำใด จะมีความหมายอย่างใดนั้นต้องแล้วแต่พฤติการณ์แวดล้อมประกอบด้วยว่ามุ่งหมายให้เข้าใจไปในทางใด ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวนี้ จำเลยได้กล่าวภายหลังจากที่ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกเรียกรถยนต์ที่จำเลยขับเพื่อขอตรวจ เมื่อพบว่ารถยนต์ดังกล่าวขาดต่อภาษีประจำปี จำเลยได้แจ้งให้ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกทราบว่าได้เคยถูกจับและเสียค่าปรับในข้อหาเดียวกันมาแล้วก่อนหน้าถูกจับ 1 วัน ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากนั้นจำเลยแจ้งให้บิดาเสียภาษีประจำปีรถยนต์ดังกล่าวแล้วยังไม่ได้รับเอกสารมาจากบิดา แต่ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกยังคงออกใบสั่งแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยโดยไม่ปรากฏว่าร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้จำเลยทราบถึงเหตุที่ต้องออกใบสั่งแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยว่าเป็นเพราะจำเลยไม่มีหลักฐานการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีมาแสดงในขณะนั้นหรือเปิดโอกาสให้จำเลยนำหลักฐานการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีมาแสดง จะเห็นได้ว่าจำเลยในภาวะเช่นนั้นย่อมรู้สึกว่าร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกไม่ได้ให้ความสำคัญสนใจกับคำชี้แจงของจำเลยเท่าที่ควร อาจทำให้จำเลยรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและเกิดความน้อยใจ จึงกล่าวในเชิงเป็นการตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร อันเป็นเพียงคำกล่าวที่ไม่สุภาพและไม่สมควรเท่านั้นยังไม่ถึงขั้นที่พอจะให้เข้าใจว่าจำเลยมีความมุ่งหมายที่จะด่า ดูถูกเหยียดหยามหรือสบประมาทให้ร้อยตำรวจโทสุรชัยกับพวกอับอายแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ5883/2550
primary_red_case_no
อ1593/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000368.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1036/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556