คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5401/2556 ฉบับเต็ม

#544510
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5401/2556 บริษัทไทยแลนด์ แอนทราไซท์ จำกัด โจทก์ บริษัทคาเธย์ ชิปปิ้ง แอนด์ เฟรท จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 254 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ถือว่าคำพิพากษาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาจึงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องพิจารณาอีกต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองส่งมอบถ่านหินพิพาทแก่โจทก์ หากส่งมอบไม่ได้ให้ชำระเงิน 739,139.02 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 25,500,296.19 บาท และใช้ค่าเสียหาย 121,677.79 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,197,883.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินทั้งหมดดังกล่าว นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจากการที่โจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาล ทำให้จำเลยที่ 1 เสียหาย 7,635,366.90 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 จากสารบบความ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในถ่านหินพิพาทและมีสิทธินำถ่านหินพิพาทและ/หรือนำเงินที่ได้จากการขายถ่านหินพิพาทไปใช้ได้ทันทีหรือไม่ จำเลยที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกวิธีการข้อ (2) ที่ให้อายัดเงินค่าขายถ่านหินพิพาท ซึ่งศาลกำหนดไว้ในคำสั่งชั่วคราวก่อนพิพากษาฉบับลงวันที่ 20 มกราคม 2552 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่ศาลฎีกาจะพิจารณาข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคำสั่งชั่วคราวก่อนพิพากษา ฉบับลงวันที่ 20 มกราคม 2552 ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีนี้แล้ว เนื่องจากคดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ขอให้งดการพิจารณา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าคดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ถือว่าคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางถึงที่สุดแล้ว ทำให้ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องพิจารณาอีกต่อไป อนึ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งโดยมิได้กำหนดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นการไม่ชอบ เห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (สมควร วิเชียรวรรณ-อร่าม เสนามนตรี-อร่าม แย้มสอาด) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(ค)169/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น กค224/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
544510
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981559"
    }
}
date
2556
deka_no
5401/2556
deka_running_no
5401
deka_year
2556
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "สมควร วิเชียรวรรณ",
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "อร่าม แย้มสอาด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 254"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไทยแลนด์ แอนทราไซท์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทคาเธย์ ชิปปิ้ง แอนด์ เฟรท จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองส่งมอบถ่านหินพิพาทแก่โจทก์ หากส่งมอบไม่ได้ให้ชำระเงิน 739,139.02 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 25,500,296.19 บาท และใช้ค่าเสียหาย 121,677.79 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4,197,883.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินทั้งหมดดังกล่าว นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจากการที่โจทก์ขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาล ทำให้จำเลยที่ 1 เสียหาย 7,635,366.90 บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 จากสารบบความ ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในถ่านหินพิพาทและมีสิทธินำถ่านหินพิพาทและ/หรือนำเงินที่ได้จากการขายถ่านหินพิพาทไปใช้ได้ทันทีหรือไม่

จำเลยที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกวิธีการข้อ (2) ที่ให้อายัดเงินค่าขายถ่านหินพิพาท ซึ่งศาลกำหนดไว้ในคำสั่งชั่วคราวก่อนพิพากษาฉบับลงวันที่ 20 มกราคม 2552

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่ศาลฎีกาจะพิจารณาข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคำสั่งชั่วคราวก่อนพิพากษา ฉบับลงวันที่ 20 มกราคม 2552 ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีนี้แล้ว เนื่องจากคดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ขอให้งดการพิจารณา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าคดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ ถือว่าคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางถึงที่สุดแล้ว ทำให้ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องพิจารณาอีกต่อไป

อนึ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งโดยมิได้กำหนดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเป็นการไม่ชอบ เห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
กค224/2551
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000372.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(ค)169/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556