คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7746/2556 ฉบับเต็ม

#544528
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7746/2556 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สัญญากาญจนเกษตร โจทก์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ซื้อทรัพย์ บริษัทศิริจันทร์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 306 จำเลยที่ 1 ไม่นำสืบให้เห็นว่าตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ.2522 ซึ่งมิใช่กฎหมาย ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการปิดประกาศขายทอดตลาดไว้อย่างไร ทั้ง ป.วิ.พ. มาตรา 306 กำหนดเพียงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ทราบซึ่งคำสั่งศาลและวันขายทอดตลาดแก่บรรดาบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาด เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ตั้งทรัพย์แล้ว ทั้งยังปิดประกาศขายทอดตลาดไว้ที่สำนักงานของจำเลยที่ 1 ตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองแล้ว ดังนั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงดำเนินการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 4,096,057.42 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 17001, 35191, 35192 ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองเป็นผู้ประมูลซื้อได้ในราคา 6,980,000 บาท จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับบริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์ ผู้ซื้อทรัพย์คัดค้านว่า ราคาที่ผู้ซื้อทรัพย์ประมูลซื้อที่ดินไปนั้นเป็นราคาที่สูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งหมายและประกาศการขายทอดตลาดโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาประการแรกว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีละเลยไม่ปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ตั้งทรัพย์เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ครั้งแรกในวันที่ 10 มกราคม 2550 ตามสำเนาประกาศขายทอดตลาด และตามสำเนารายงานการเดินหมาย ซึ่งจำเลยที่ 1 เบิกความว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ดินทั้งสามแปลง นั้น ปรากฏว่ามีรายงานการนำประกาศขายทอดตลาดไปปิดไว้ ณ ที่ดินของจำเลยที่ 1 ทั้งสามแปลงในวันที่ 9 มกราคม2550 แผ่นที่ 2 ซึ่งเป็นระยะเวลาก่อนการขายทอดตลาดครั้งแรกและรายงานดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข้อเท็จจริง ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรียืนยันว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ตั้งทรัพย์ของจำเลยที่ 1 แล้วประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่นำสืบให้เห็นว่าตามระเบียบของกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ.2522 ซึ่งมิใช่กฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการปิดประกาศขายทอดตลาดไว้อย่างไร ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 306 กำหนดเพียงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ทราบซึ่งคำสั่งศาลและวันขายทอดตลาดแก่บรรดาบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ตั้งทรัพย์แล้ว ทั้งยังปิดประกาศขายทอดตลาดไว้ที่บ้านเลขที่ 62/127 หมู่ที่ 11 แฟลตทหารช่างถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร อันเป็นที่ตั้งสำนักงานของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรอง ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 506/2547 แล้ว ดังนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงดำเนินการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ข้อโต้แย้งของจำเลยที่ 1 ในประเด็นนี้จึงไม่อาจรับฟังได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาประการต่อมาว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ไปในราคาที่ต่ำเกินควรนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 โดยวินิจฉัยประเด็นตามคำร้องที่กล่าวอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไปในราคาที่ต่ำเกินควรไว้ว่า ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าราคาขายควรจะเป็นราคา 12,000,000 บาท เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ รับฟังไม่ได้ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ในประเด็นนี้มานั้นเป็นการไม่ชอบและไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จำเลยที่ 1 จะฎีกาต่อมา ถือเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พศวัจณ์ กนกนาก-อภิรัตน์ ลัดพลี-ธงชัย เสนามนตรี) ศาลแพ่ง - นางสุภกา ทั่งสุวรรณ ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ทรัพย์แสง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.321/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ช37/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ช168/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
544528
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสุภกา ทั่งสุวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประพันธ์ ทรัพย์แสง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981123"
    }
}
date
2556
deka_no
7746/2556
deka_running_no
7746
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "พศวัจณ์ กนกนาก",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "ธงชัย เสนามนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 306"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด สัญญากาญจนเกษตร"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทศิริจันทร์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 4,096,057.42 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 17001, 35191, 35192 ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองเป็นผู้ประมูลซื้อได้ในราคา 6,980,000 บาท

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับบริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้ซื้อทรัพย์

ผู้ซื้อทรัพย์คัดค้านว่า ราคาที่ผู้ซื้อทรัพย์ประมูลซื้อที่ดินไปนั้นเป็นราคาที่สูงกว่าราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งหมายและประกาศการขายทอดตลาดโดยชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาประการแรกว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีละเลยไม่ปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ตั้งทรัพย์เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ครั้งแรกในวันที่ 10 มกราคม 2550 ตามสำเนาประกาศขายทอดตลาด และตามสำเนารายงานการเดินหมาย ซึ่งจำเลยที่ 1 เบิกความว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ดินทั้งสามแปลง นั้น ปรากฏว่ามีรายงานการนำประกาศขายทอดตลาดไปปิดไว้ ณ ที่ดินของจำเลยที่ 1 ทั้งสามแปลงในวันที่ 9 มกราคม2550 แผ่นที่ 2 ซึ่งเป็นระยะเวลาก่อนการขายทอดตลาดครั้งแรกและรายงานดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข้อเท็จจริง ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสุพรรณบุรียืนยันว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ตั้งทรัพย์ของจำเลยที่ 1 แล้วประกอบกับจำเลยที่ 1 ไม่นำสืบให้เห็นว่าตามระเบียบของกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ.2522 ซึ่งมิใช่กฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการปิดประกาศขายทอดตลาดไว้อย่างไร ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 306 กำหนดเพียงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ทราบซึ่งคำสั่งศาลและวันขายทอดตลาดแก่บรรดาบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศขายทอดตลาด ณ ที่ตั้งทรัพย์แล้ว ทั้งยังปิดประกาศขายทอดตลาดไว้ที่บ้านเลขที่ 62/127 หมู่ที่ 11 แฟลตทหารช่างถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร อันเป็นที่ตั้งสำนักงานของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรอง ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 506/2547 แล้ว ดังนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงดำเนินการครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ข้อโต้แย้งของจำเลยที่ 1 ในประเด็นนี้จึงไม่อาจรับฟังได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาประการต่อมาว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ไปในราคาที่ต่ำเกินควรนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 โดยวินิจฉัยประเด็นตามคำร้องที่กล่าวอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไปในราคาที่ต่ำเกินควรไว้ว่า ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าราคาขายควรจะเป็นราคา 12,000,000 บาท เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ รับฟังไม่ได้ คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ในประเด็นนี้มานั้นเป็นการไม่ชอบและไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จำเลยที่ 1 จะฎีกาต่อมา ถือเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ช37/2550
primary_red_case_no
ช168/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000368.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.321/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556