คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9275/2556 ฉบับเต็ม

#544530
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9275/2556 นายทองแดง เพชรดี โจทก์ นางนาง วงษ์มีบุญ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271, มาตรา 296 ตรี ตามรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2542 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยังที่ดินพิพาทเพื่อดำเนินการบังคับคดี เมื่อไปถึงพบจำเลยยินยอมยกต้นกล้วยทั้งหมดในที่ดินพิพาทให้ตกเป็นของโจทก์ และโจทก์จะเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนต้นกล้วยพร้อมปรับที่ดินเอง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เข้าครอบครองแล้วในวันดังกล่าว ดังนั้น การบังคับคดีจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเข้าครอบครองที่ดินพิพาทได้ทันทีนับแต่วันรับมอบที่ดินพิพาท การที่จำเลยนำไม้กระดานไปกองอยู่บนแคร่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินบางส่วนของโจทก์ ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่รบกวนสิทธิของโจทก์ที่เกิดขึ้นใหม่ในภายหลังที่การบังคับคดีได้สิ้นสุดแล้ว โจทก์ชอบที่จะดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นกล้วยออกจากที่ดินพิพาทและปรับที่ดินพิพาทให้เหมือนเดิม ห้ามจำเลยและบริวารรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์อีกต่อไป โจทก์ยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2542 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยังที่ดินพิพาทเพื่อดำเนินการบังคับคดี เมื่อไปถึงพบจำเลยยินยอมยกต้นกล้วยทั้งหมดในที่ดินพิพาทให้ตกเป็นของโจทก์ และโจทก์จะเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนต้นกล้วยพร้อมปรับที่ดินเอง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เข้าครอบครองในวันดังกล่าว ตามรายงานผลการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 วันที่ 5 ตุลาคม 2554 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานแล้ว จึงไม่อาจมีคำสั่งซ้ำอีก และเป็นเรื่องที่โจทก์ต้องแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดำเนินการบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อไป ยกคำร้อง วันที่ 13 ธันวาคม 2554 โจทก์ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีหนังสือยืนยันและแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยังมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถูกต้อง การบังคับคดีจึงยังไม่สิ้นสุดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการต่อ หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 10 ปี แต่เมื่อจำเลยยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษา โจทก์จึงสามารถบังคับคดีต่อไปได้ ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนหมายบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2554 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การออกหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2554 ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2542 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยังที่ดินพิพาทเพื่อดำเนินการบังคับคดี เมื่อไปถึงพบจำเลยยินยอมยกต้นกล้วยทั้งหมดในที่ดินพิพาทให้ตกเป็นของโจทก์ และโจทก์จะเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนต้นกล้วยพร้อมปรับที่ดินเอง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เข้าครอบครองแล้วในวันดังกล่าว ดังนั้น การบังคับคดีจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเข้าครอบครองที่ดินพิพาทได้ทันทีนับแต่วันรับมอบที่ดินพิพาท การที่จำเลยนำไม้กระดานไปกองอยู่บนแคร่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินบางส่วนของโจทก์ ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่รบกวนสิทธิของโจทก์ที่เกิดขึ้นใหม่ในภายหลังที่การบังคับคดีได้สิ้นสุดแล้ว โจทก์ชอบที่จะดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (สุนันท์ ชัยชูสอน-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-สุทธินันท์ เสียมสกุล) ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายปัญจพล เสน่ห์สังคม ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นางสุวิชา นาควัชระ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3489/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ823/2539 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2004/2541 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
544530
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี",
        "judge": "นายปัญจพล เสน่ห์สังคม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นางสุวิชา นาควัชระ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980881"
    }
}
date
2556
deka_no
9275/2556
deka_running_no
9275
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "สุนันท์ ชัยชูสอน",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271",
            "ม. 296 ตรี"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายทองแดง เพชรดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนาง วงษ์มีบุญ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นกล้วยออกจากที่ดินพิพาทและปรับที่ดินพิพาทให้เหมือนเดิม ห้ามจำเลยและบริวารรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์อีกต่อไป โจทก์ยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2542 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยังที่ดินพิพาทเพื่อดำเนินการบังคับคดี เมื่อไปถึงพบจำเลยยินยอมยกต้นกล้วยทั้งหมดในที่ดินพิพาทให้ตกเป็นของโจทก์ และโจทก์จะเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนต้นกล้วยพร้อมปรับที่ดินเอง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เข้าครอบครองในวันดังกล่าว ตามรายงานผลการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542

วันที่ 5 ตุลาคม 2554 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานแล้ว จึงไม่อาจมีคำสั่งซ้ำอีก และเป็นเรื่องที่โจทก์ต้องแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดำเนินการบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาต่อไป ยกคำร้อง

วันที่ 13 ธันวาคม 2554 โจทก์ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีหนังสือยืนยันและแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยังมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถูกต้อง การบังคับคดีจึงยังไม่สิ้นสุดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการต่อ หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 10 ปี แต่เมื่อจำเลยยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษา โจทก์จึงสามารถบังคับคดีต่อไปได้ ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนหมายบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2554 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การออกหมายบังคับคดีของศาลชั้นต้น ฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2554 ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 รายงานต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2542 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยังที่ดินพิพาทเพื่อดำเนินการบังคับคดี เมื่อไปถึงพบจำเลยยินยอมยกต้นกล้วยทั้งหมดในที่ดินพิพาทให้ตกเป็นของโจทก์ และโจทก์จะเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนต้นกล้วยพร้อมปรับที่ดินเอง เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เข้าครอบครองแล้วในวันดังกล่าว ดังนั้น การบังคับคดีจึงเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเข้าครอบครองที่ดินพิพาทได้ทันทีนับแต่วันรับมอบที่ดินพิพาท การที่จำเลยนำไม้กระดานไปกองอยู่บนแคร่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินบางส่วนของโจทก์ ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่รบกวนสิทธิของโจทก์ที่เกิดขึ้นใหม่ในภายหลังที่การบังคับคดีได้สิ้นสุดแล้ว โจทก์ชอบที่จะดำเนินการฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ823/2539
primary_red_case_no
พ2004/2541
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000366.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3489/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556