คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4788/2556 ฉบับเต็ม

#544563
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4788/2556 นางสาวเอมอร นาวิกผล กับพวก โจทก์ บริษัทเอเอ็มอาร์ แอนด์ อาร์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1196, มาตรา 1197, มาตรา 1198, มาตรา 1199 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 18, มาตรา 25 โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าจำเลยทั้งสามไม่จัดทำบัญชีงบดุลและเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติภายในกำหนดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1196, 1197 ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 18, 25 แต่ได้ความว่าโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือเชิญพิจารณารับรองงบดุล - งบการเงินแล้วแจ้งเหตุขัดข้องปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมกรรมการ เช่นนี้ ย่อมเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่สามารถจัดทำบัญชีงบดุลและเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติตามที่กฎหมายกำหนดได้ โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้ถือหุ้นจึงมีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 18, 25 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้เสียหายหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการโดยโจทก์ที่ 1 หรือโจทก์ที่ 2 ลงลายมือชื่อร่วมกับจำเลยที่ 2 หรือจำเลยที่ 3 รวมเป็นสองคน และประทับตราสำคัญของบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ดำเนินการจัดทำบัญชีงบดุล - งบการเงินปี 2552 โดยมีหนังสือเชิญโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 พิจารณารับรองงบดุล - งบการเงินปี 2552 แต่โจทก์ทั้งสองแจ้งเหตุขัดข้องปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยทั้งสามในฐานะที่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1196 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "อันบัญชีงบดุลนั้น ท่านว่าต้องทำอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน คือ เมื่อเวลาสุดรอบสิบสองเดือนอันจัดว่า เป็นขวบปีในทางบัญชีเงินของบริษัทนั้น" มาตรา 1197 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "งบดุลนั้นต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคนตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในสี่เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุลนั้น" วรรคสอง บัญญัติว่า "อนึ่ง ให้ส่งสำเนางบดุลไปยังบุคคลทุกคนบรรดาที่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทแต่ก่อนวันนัดประชุมใหญ่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน" มาตรา 1198 บัญญัติว่า "ในเมื่อเสนองบดุล กรรมการต้องเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่แสดงว่าภายในรอบปีซึ่งพิจารณากันอยู่นั้นการงานของบริษัทได้จัดทำเป็นประการใด" และมาตรา 1199 วรรคสอง บัญญัติว่า "ให้เป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะส่งสำเนางบดุลทุกฉบับไปยังนายทะเบียนไม่ช้ากว่าเดือนหนึ่งนับแต่วันซึ่งงบดุลนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่" จากบทบัญญัติดังกล่าวกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่ร่วมกันจัดทำงบดุลตามที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติโดยต้องส่งสำเนางบดุลไปยังผู้ถือหุ้นของบริษัทก่อนวันนัดประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าสามสิบวันและยังมีหน้าที่ร่วมกันเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่และส่งสำเนางบดุลทุกฉบับไปยังนายทะเบียนไม่ช้ากว่าเดือนหนึ่งนับแต่วันซึ่งงบดุลนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ดำเนินการจัดทำบัญชีงบดุล - งบการเงินปี 2552 โดยมีหนังสือเชิญโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 พิจารณารับรองงบดุล - งบการเงินปี 2552 แล้ว แต่โจทก์ทั้งสองแจ้งเหตุขัดข้องปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมกรรมการ เช่นนี้ ย่อมเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่สามารถจัดทำงบดุลเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติและส่งสำเนางบดุลให้แก่ผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้ถือหุ้นจึงมีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดการกระทำความผิดตามฟ้องด้วย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยและไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์-ปดารณี ลัดพลี-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย) ศาลแขวงพระนครใต้ - นายเบญจพล อัศวัฒน์วิไกร ศาลอุทธรณ์ - นายแก้ว เวศอุไร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.679/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4411/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ6172/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
544563
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครใต้",
        "judge": "นายเบญจพล อัศวัฒน์วิไกร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายแก้ว เวศอุไร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981668"
    }
}
date
2556
deka_no
4788/2556
deka_running_no
4788
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์",
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1196",
            "ม. 1197",
            "ม. 1198",
            "ม. 1199"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 25"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวเอมอร นาวิกผล กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอเอ็มอาร์ แอนด์ อาร์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 มาตรา 18, 25

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้เสียหายหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีโจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการโดยโจทก์ที่ 1 หรือโจทก์ที่ 2 ลงลายมือชื่อร่วมกับจำเลยที่ 2 หรือจำเลยที่ 3 รวมเป็นสองคน และประทับตราสำคัญของบริษัท มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ดำเนินการจัดทำบัญชีงบดุล - งบการเงินปี 2552 โดยมีหนังสือเชิญโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 พิจารณารับรองงบดุล - งบการเงินปี 2552 แต่โจทก์ทั้งสองแจ้งเหตุขัดข้องปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยทั้งสามในฐานะที่โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลยที่ 1 เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1196 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "อันบัญชีงบดุลนั้น ท่านว่าต้องทำอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน คือ เมื่อเวลาสุดรอบสิบสองเดือนอันจัดว่า เป็นขวบปีในทางบัญชีเงินของบริษัทนั้น" มาตรา 1197 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "งบดุลนั้นต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคนตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในสี่เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุลนั้น" วรรคสอง บัญญัติว่า "อนึ่ง ให้ส่งสำเนางบดุลไปยังบุคคลทุกคนบรรดาที่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทแต่ก่อนวันนัดประชุมใหญ่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน" มาตรา 1198 บัญญัติว่า "ในเมื่อเสนองบดุล กรรมการต้องเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่แสดงว่าภายในรอบปีซึ่งพิจารณากันอยู่นั้นการงานของบริษัทได้จัดทำเป็นประการใด" และมาตรา 1199 วรรคสอง บัญญัติว่า "ให้เป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะส่งสำเนางบดุลทุกฉบับไปยังนายทะเบียนไม่ช้ากว่าเดือนหนึ่งนับแต่วันซึ่งงบดุลนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่" จากบทบัญญัติดังกล่าวกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่ร่วมกันจัดทำงบดุลตามที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติโดยต้องส่งสำเนางบดุลไปยังผู้ถือหุ้นของบริษัทก่อนวันนัดประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่าสามสิบวันและยังมีหน้าที่ร่วมกันเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่และส่งสำเนางบดุลทุกฉบับไปยังนายทะเบียนไม่ช้ากว่าเดือนหนึ่งนับแต่วันซึ่งงบดุลนั้นได้รับอนุมัติในที่ประชุมใหญ่ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ดำเนินการจัดทำบัญชีงบดุล - งบการเงินปี 2552 โดยมีหนังสือเชิญโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 พิจารณารับรองงบดุล - งบการเงินปี 2552 แล้ว แต่โจทก์ทั้งสองแจ้งเหตุขัดข้องปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมกรรมการ เช่นนี้ ย่อมเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่สามารถจัดทำงบดุลเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติและส่งสำเนางบดุลให้แก่ผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้ถือหุ้นจึงมีส่วนร่วมในการก่อให้เกิดการกระทำความผิดตามฟ้องด้วย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยและไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4411/2553
primary_red_case_no
อ6172/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000373.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.679/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556