คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6843/2546 ฉบับเต็ม

#55029
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6843/2546 นางสาว อำนวย อำพันธ์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จุลมาศ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 138 ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่า โอนหมายถึง ยอมมอบให้ ซึ่งย่อมหมายความรวมถึงการที่ต้องยอมมอบให้เนื่องจากการเวนคืนอันเป็นผลของกฎหมายด้วย เมื่อที่ดินของโจทก์ถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการ ทั้งโจทก์ก็ได้รับค่าทดแทนการเวนคืนจากทางราชการจึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นซึ่งโจทก์จะต้องให้สินน้ำใจ 1,700,000 บาท แก่จำเลยตามสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อโจทก์ไม่ชำระจึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับให้โจทก์ชำระหนี้ดังกล่าวได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2539 ว่า ข้อ 1 จำเลยทั้งสองตกลงจะรื้อกำแพงคอนกรีตและขจัดสิ่งกีดขวางออกจากปลายสะพานข้ามคลองลาดกระบังตามฟ้องภายใน 7 วัน นับแต่วันทำสัญญายอม หากจำเลยทั้งสองผิดนัดยอมให้บังคับคดีตามฟ้องข้อ 2 หากโจทก์ขายหรือโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 459 เลขที่ดิน 1597 ตำบลลาดกระบัง อำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ให้ผู้อื่นจะให้สินน้ำใจแก่จำเลยทั้งสองจำนวน 1,700,000 บาท โดยโจทก์จะแจ้งการขายที่ดินให้จำเลยทั้งสองทราบข้อ 3 โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงดังกล่าวโดยไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก ข้อ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ ต่อมาวันที่ 6 กันยายน 2543 จำเลยทั้งสองยื่นคำขอว่าที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนให้กรมทางหลวงและโจทก์ได้รับค่าทดแทนแล้ว แต่ไม่นำเงินมาชำระให้จำเลยทั้งสองถือว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับให้โจทก์ชำระหนี้จำนวน 1,700,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนแม้เป็นโดยผลของกฎหมายแต่ก็ถือได้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการและการที่โจทก์ได้ค่าทดแทนจากทางราชการ ถือว่าเป็นกรณีที่โจทก์ได้ประโยชน์จากการโอนดังกล่าวจึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน1,700,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำขอให้บังคับคดีของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 459 เลขที่ดิน 1597 ตำบลลาดกระบัง อำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ของโจทก์มีเนื้อที่จำนวน 22 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา ได้ถูกเวนคืนไปจำนวน 21 ไร่ 3 งาน 77 ตารางวาเพื่อทำท่าอากาศยานสากลสุวรรณภูมิ ยังคงเหลือที่ดินอีก 1 ไร่เศษ ปัจจุบันที่ดินแปลงดังกล่าวได้โอนให้เป็นของกรมทางหลวงโดยโจทก์ได้รับค่าทดแทนจำนวน 25,131,000บาท และจำเลยทั้งสองได้รื้อกำแพงคอนกรีตและขจัดสิ่งกีดขวางออกจากปลายสะพานข้ามคลองลาดกระบังตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่ากรณีที่ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเป็นการขายหรือโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่า โอนหมายถึง ยอมมอบให้ ซึ่งย่อมหมายความรวมถึงการที่ต้องยอมมอบให้เนื่องจากการเวนคืนอันเป็นผลของกฎหมายด้วย เมื่อที่ดินของโจทก์ถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการ ทั้งโจทก์ก็ได้รับค่าทดแทนจากทางราชการ จึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน 1,700,000 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำขอให้บังคับคดีของจำเลยทั้งสองนั้น หาชอบไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี (สมชัย เกษชุมพล-จำรูญ แสนภักดี-สุมิตร สุภาดุลย์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
55029
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043589"
    }
}
date
2546
deka_no
6843/2546
deka_running_no
6843
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว อำนวย อำพันธ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด จุลมาศ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2539 ว่า ข้อ 1 จำเลยทั้งสองตกลงจะรื้อกำแพงคอนกรีตและขจัดสิ่งกีดขวางออกจากปลายสะพานข้ามคลองลาดกระบังตามฟ้องภายใน 7 วัน นับแต่วันทำสัญญายอม หากจำเลยทั้งสองผิดนัดยอมให้บังคับคดีตามฟ้องข้อ 2 หากโจทก์ขายหรือโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 459 เลขที่ดิน 1597 ตำบลลาดกระบัง อำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ให้ผู้อื่นจะให้สินน้ำใจแก่จำเลยทั้งสองจำนวน 1,700,000 บาท โดยโจทก์จะแจ้งการขายที่ดินให้จำเลยทั้งสองทราบข้อ 3 โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงดังกล่าวโดยไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก ข้อ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

ต่อมาวันที่ 6 กันยายน 2543 จำเลยทั้งสองยื่นคำขอว่าที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนให้กรมทางหลวงและโจทก์ได้รับค่าทดแทนแล้ว แต่ไม่นำเงินมาชำระให้จำเลยทั้งสองถือว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับให้โจทก์ชำระหนี้จำนวน 1,700,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนแม้เป็นโดยผลของกฎหมายแต่ก็ถือได้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการและการที่โจทก์ได้ค่าทดแทนจากทางราชการ ถือว่าเป็นกรณีที่โจทก์ได้ประโยชน์จากการโอนดังกล่าวจึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน1,700,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำขอให้บังคับคดีของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 459 เลขที่ดิน 1597 ตำบลลาดกระบัง อำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ของโจทก์มีเนื้อที่จำนวน 22 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา ได้ถูกเวนคืนไปจำนวน 21 ไร่ 3 งาน 77 ตารางวาเพื่อทำท่าอากาศยานสากลสุวรรณภูมิ ยังคงเหลือที่ดินอีก 1 ไร่เศษ ปัจจุบันที่ดินแปลงดังกล่าวได้โอนให้เป็นของกรมทางหลวงโดยโจทก์ได้รับค่าทดแทนจำนวน 25,131,000บาท และจำเลยทั้งสองได้รื้อกำแพงคอนกรีตและขจัดสิ่งกีดขวางออกจากปลายสะพานข้ามคลองลาดกระบังตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่ากรณีที่ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเป็นการขายหรือโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายของคำว่า โอนหมายถึง ยอมมอบให้ ซึ่งย่อมหมายความรวมถึงการที่ต้องยอมมอบให้เนื่องจากการเวนคืนอันเป็นผลของกฎหมายด้วย เมื่อที่ดินของโจทก์ถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการ ทั้งโจทก์ก็ได้รับค่าทดแทนจากทางราชการ จึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน 1,700,000 บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำขอให้บังคับคดีของจำเลยทั้งสองนั้น หาชอบไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000928.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546