คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1299/2547 ฉบับเต็ม

#55083
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1299/2547 พนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ โจทก์ นาย ทวีพร วงศ์สุข จำเลย ป.อ. มาตรา 22 ป.วิ.อ. มาตรา 163, มาตรา 192 การขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น โจทก์จะต้องขอมาในคำขอท้ายฟ้องด้วย ถ้าจะขอภายหลังก็ต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคหนึ่ง โจทก์จะเพียงแต่ขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวันจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 4 เม็ด น้ำหนัก 0.360 กรัม ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 400 บาท และเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวันจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี และปรับ80,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก4 ปี 6 เดือน และปรับ 90,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน และปรับ 45,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีโดยกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของจำเลย โดยห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษหรือสารระเหยทุกชนิด ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลซึ่งเสพยาเสพติดให้โทษหรือสารระเหย หรือประพฤติตนอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อให้พนักงานคุมประพฤติช่วยเหลือตักเตือน แนะนำเกี่ยวกับความประพฤติและการประกอบอาชีพทุกระยะ 3 เดือน มีกำหนด 1 ปี ทุกครั้งที่จำเลยไปรายงานตัวให้พนักงานคุมประพฤติตรวจร่างกายจำเลยเพื่อหาสารเสพติด ถ้าพบให้รายงานศาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ ไม่ลงโทษปรับและไม่คุมความประพฤติ เพิกถอนคำสั่งริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่ง ที่โจทก์ยื่นคำแก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 716/2546 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า การขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีเรื่องอื่นนั้น โจทก์จะต้องขอมาในคำขอท้ายฟ้องด้วยถ้าจะขอภายหลังก็ต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคหนึ่ง โจทก์จะเพียงแต่ขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-วิชัย วิวิตเสวี-สำรวจ อุดมทวี) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
55083
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082041400"
    }
}
date
2547
deka_no
1299/2547
deka_running_no
1299
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "สำรวจ อุดมทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 22"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 163",
            "ม. 192"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ทวีพร วงศ์สุข"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวันจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 4 เม็ด น้ำหนัก 0.360 กรัม ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 400 บาท และเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวันจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม, 57, 66 วรรคหนึ่ง, 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี และปรับ80,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก4 ปี 6 เดือน และปรับ 90,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน และปรับ 45,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีโดยกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติของจำเลย โดยห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษหรือสารระเหยทุกชนิด ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลซึ่งเสพยาเสพติดให้โทษหรือสารระเหย หรือประพฤติตนอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ณ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อให้พนักงานคุมประพฤติช่วยเหลือตักเตือน แนะนำเกี่ยวกับความประพฤติและการประกอบอาชีพทุกระยะ 3 เดือน มีกำหนด 1 ปี ทุกครั้งที่จำเลยไปรายงานตัวให้พนักงานคุมประพฤติตรวจร่างกายจำเลยเพื่อหาสารเสพติด ถ้าพบให้รายงานศาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ ไม่ลงโทษปรับและไม่คุมความประพฤติ เพิกถอนคำสั่งริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "อนึ่ง ที่โจทก์ยื่นคำแก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 716/2546 ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า การขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากคดีเรื่องอื่นนั้น โจทก์จะต้องขอมาในคำขอท้ายฟ้องด้วยถ้าจะขอภายหลังก็ต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคหนึ่ง โจทก์จะเพียงแต่ขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000908.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547