คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5471/2553 ฉบับเต็ม

#554400
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5471/2553 พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายสราวุฒิ แซ่เตี๋ยว โจทก์ร่วม นายมูล จินายะ จำเลย ป.อ. มาตรา 362, มาตรา 365 (3) ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2), มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 โจทก์ฟ้องว่า เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2540 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันตลอดมา โดยข้อเท็จจริงตามทางนำสืบได้ความว่าพยานโจทก์เห็นจำเลยบุกรุกในเวลากลางวัน ดังนั้น ความผิดฐานบุกรุกจึงเกิดขึ้นและสำเร็จตั้งแต่ขณะที่จำเลยเข้าไปในที่ดินในเวลากลางวันแล้ว การที่จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินอันเป็นการบุกรุกต่อเนื่องถึงเวลากลางคืนและวันต่อมาทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จึงเป็นเพียงผลของการกระทำความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางวันเท่านั้น จะถือว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืนอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 365 (2) ไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 362 เท่านั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นอ้างและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ดังนั้นเมื่อได้ความว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 362 แล้ว คดีนี้จึงเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว เมื่อโจทก์ร่วมยื่นคำร้องว่าไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยและขอถอนคำแก้ฎีกาในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ถือว่าโจทก์ร่วมและจำเลยยอมความกันแล้ว สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายสราวุฒิ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) (ที่ถูก ประกอบมาตรา 362) จำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องว่าจำเลยออกจากที่ดินพิพาทแล้วจึงไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยและขอถอนคำแก้ฎีกา โจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2540 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันตลอดมา โดยข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ความว่า นายเทิดศักดิ์ พบเห็นจำเลยเข้าไปปลูกกล้วย ปลูกบ้าน ปรับไถทำการเกษตรกับทำรั้วในที่ดินของโจทก์ร่วมเมื่อเดือนมกราคม 2540 และนายอนุชา เห็นจำเลยเข้าไปไถดินในที่ดินของโจทก์ร่วมเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2540 อันเป็นการพบเห็นจำเลยบุกรุกในเวลากลางวัน ดังนี้ ความผิดฐานบุกรุกจึงเกิดขึ้นและสำเร็จตั้งแต่ขณะที่จำเลยเข้าไปในที่ดินในเวลากลางวันแล้ว การที่จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินอันเป็นการบุกรุกต่อเนื่องถึงเวลากลางคืนและวันต่อมาทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จึงเป็นเพียงผลของการกระทำความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางวันเท่านั้น จะถือว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืนไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 เท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) จึงเป็นการปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นอ้างและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ดังนั้น เมื่อได้ความว่าการกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 แล้ว คดีนี้จึงเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว เมื่อปราฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องว่าไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยและขอถอนคำแก้ฎีกาถือว่าโจทก์ร่วมและจำเลยยอมความกันแล้ว สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ (สมชาย พันธุมะโอภาส-จักร อุตตโม-ธราธร ศิลปโอสถ) ศาลจังหวัดลำพูน - นายสมศักดิ์ แก้วร่วมวงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายโอภาส อนันตสมบูรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554400
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำพูน",
        "judge": "นายสมศักดิ์ แก้วร่วมวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายโอภาส อนันตสมบูรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081995913"
    }
}
date
2553
deka_no
5471/2553
deka_running_no
5471
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พันธุมะโอภาส",
    "จักร อุตตโม",
    "ธราธร ศิลปโอสถ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 362",
            "ม. 365 (3)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (2)",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายสราวุฒิ แซ่เตี๋ยว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมูล จินายะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายสราวุฒิ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) (ที่ถูก ประกอบมาตรา 362) จำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องว่าจำเลยออกจากที่ดินพิพาทแล้วจึงไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยและขอถอนคำแก้ฎีกา โจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2540 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันตลอดมา โดยข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์และโจทก์ร่วมได้ความว่า นายเทิดศักดิ์ พบเห็นจำเลยเข้าไปปลูกกล้วย ปลูกบ้าน ปรับไถทำการเกษตรกับทำรั้วในที่ดินของโจทก์ร่วมเมื่อเดือนมกราคม 2540 และนายอนุชา เห็นจำเลยเข้าไปไถดินในที่ดินของโจทก์ร่วมเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2540 อันเป็นการพบเห็นจำเลยบุกรุกในเวลากลางวัน ดังนี้ ความผิดฐานบุกรุกจึงเกิดขึ้นและสำเร็จตั้งแต่ขณะที่จำเลยเข้าไปในที่ดินในเวลากลางวันแล้ว การที่จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินอันเป็นการบุกรุกต่อเนื่องถึงเวลากลางคืนและวันต่อมาทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จึงเป็นเพียงผลของการกระทำความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางวันเท่านั้น จะถือว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืนไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 เท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) จึงเป็นการปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นอ้างและแก้ไขปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ดังนั้น เมื่อได้ความว่าการกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 แล้ว คดีนี้จึงเป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว เมื่อปราฏว่าในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ร่วมยื่นคำร้องว่าไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยและขอถอนคำแก้ฎีกาถือว่าโจทก์ร่วมและจำเลยยอมความกันแล้ว สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)

ให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000499.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553