คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11339/2556 ฉบับเต็ม

#554775
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11339/2556 บริษัทกันยง จำกัด โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์ นันทกิจ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 91, มาตรา 335 (7), มาตรา 335 (11) คำว่า เวลา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) หมายความถึง วันเดือนปีด้วย ไม่ใช่หมายความเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน ฟ้องที่ไม่ได้กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนจะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาได้ดีหรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 2551 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2551 จำเลยทั้งสองร่วมกันลักเครื่องปรับอากาศยี่ห้อมิตซูบิชิ พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 59 ชุด รวมราคา 1,482,119.83 บาท ไปจากคลังสินค้าเอกมัยของโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 แสร้งขออนุมัติการขายต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติ ณ บริษัทโจทก์ ด้วยการขอเปิดสำเนาใบส่งของ/ใบกำกับภาษี 5 ชุด อ้างว่าลูกค้ารายห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. และห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ประสงค์จะซื้อสินค้า 59 ชุด ข้างต้น ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะลูกค้าโจทก์ทั้งห้ารายดังกล่าวไม่ได้สั่งซื้อสินค้าข้างต้นแต่อย่างใด ความจริงแล้วจำเลยที่ 1 ได้ขอให้จำเลยที่ 2 เปิดบิลขออนุมัติขายสินค้าเครื่องปรับอากาศ 59 ชุดข้างต้น เพื่อประสงค์หักล้างสต๊อกสินค้าในคลังสินค้าเอกมัยที่ขาดจำนวน เมื่ออ่านฟ้องของโจทก์ดังกล่าวโดยตลอดแล้วย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักทรัพย์ของโจทก์ในช่วงเวลาใด ส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ขออนุมัติการขายเครื่องปรับอากาศ 59 ชุด ต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อหักล้างสต็อกสินค้าในคลังสินค้าเอกมัยที่ขาดจำนวนนั้น ก็เป็นเพียงการบรรยายฟ้องให้เห็นการปกปิดการกระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเท่านั้น ไม่ถึงกับทำให้ฟ้องมีความขัดแย้งกันดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (11), 83 และ 91 และให้ใช้ราคาสินค้าจำนวน 1,482,119.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเวลาในการกระทำความผิดเป็นสาระสำคัญ ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเหตุลักทรัพย์เกิดขึ้นเวลาใดเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน เวลากี่นาฬิกา ทั้งมิใช่กรณีที่จะคาดหมายหรือเข้าใจเอาเองว่าเหตุเกิดในช่วงเวลาใด ทำให้จำเลยทั้งสองหลงต่อสู้ และจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่าเครื่องปรับอากาศตามฟ้องโจทก์สูญหายจากคลังสินค้าโจทก์ก่อนที่จำเลยที่ 2 ขออนุมัติและโจทก์อนุมัติการขาย ดังนั้น ในช่วงระหว่างวันที่ 10 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2551 จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง อีกทั้งโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขอร้องให้จำเลยที่ 2 แจ้งขอให้โจทก์อนุมัติการขายเครื่องปรับอากาศจำนวนดังกล่าว เพื่อเป็นหลักฐานในการหักล้างสต๊อกสินค้าที่ขาดหายไป ฟ้องของโจทก์จึงขัดแย้งกันเองนั้น เห็นว่า คำว่า เวลา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หมายความถึง วันเดือนปีด้วย ไม่ใช่หมายความเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน ฟ้องที่ไม่ได้กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนจะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาได้ดีหรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 2551 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2551 จำเลยทั้งสองร่วมกันลักเครื่องปรับอากาศยี่ห้อมิตซูบิชิ พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 59 ชุด รวมเป็นราคาทั้งสิ้น 1,482,119.83 บาท ไปจากคลังสินค้าเอกมัยของโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ได้แสร้งขออนุมัติการขายต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติ ณ บริษัทโจทก์ที่ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร โดยการขอเปิดสำเนาใบส่งของ/ใบกำกับภาษี 5 ชุด อ้างว่าลูกค้ารายห้างหุ้นส่วนจำกัดป่าตองอีเล็กทริค (จังหวัดภูเก็ต) ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัทลุงการไฟฟ้า (1994) (จังหวัดพัทลุง) ห้างหุ้นส่วนจำกัดสิริเครื่องเย็นแอนด์เซอร์วิส (จังหวัดนครศรีธรรมราช) ห้างหุ้นส่วนจำกัดสตูลอีเล็คทรอนิกส์ (จังหวัดสตูล) และห้างหุ้นส่วนจำกัดเอกสิทธิ์ตรัง (จังหวัดตรัง) ประสงค์จะซื้อสินค้า 59 ชุด ข้างต้น ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะลูกค้าโจทก์ทั้งห้ารายดังกล่าวไม่ได้สั่งซื้อสินค้าข้างต้นแต่อย่างใด ความจริงแล้วจำเลยที่ 1 ได้ขอให้จำเลยที่ 2 เปิดบิลขออนุมัติขายสินค้าเครื่องปรับอากาศ 59 ชุดข้างต้น เพื่อประสงค์หักล้างสต๊อกสินค้าในคลังสินค้าเอกมัยที่ขาดจำนวน เมื่ออ่านฟ้องของโจทก์ดังกล่าวโดยตลอดแล้วย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักทรัพย์ของโจทก์ในช่วงเวลาใด ทั้งจำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ทำหลักฐานการขออนุมัติการขายตามที่โจทก์อ้าง ถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้หลงต่อสู้ในข้อที่มิได้กล่าวไว้นั้นและเข้าใจได้ว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดในเวลากลางวันหรือกลางคืน ส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ขออนุมัติการขายเครื่องปรับอากาศ 59 ชุด ต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อหักล้างสต๊อกสินค้าในคลังสินค้าเอกมัยที่ขาดจำนวนนั้น ก็เป็นเพียงการบรรยายฟ้องให้เห็นการปกปิดการกระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเท่านั้น ไม่ถึงกับทำให้ฟ้องมีความขัดแย้งกันดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ดังนี้ ฟ้องโจทก์จึงระบุข้อเท็จจริงรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่เกิดการกระทำความผิดและการกระทำความผิดพอสมควรที่จะให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาได้ดี ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-สมสันต์ ศุภศาสตรสิน) ศาลอาญา - นายอนุสิทธิ์ ไตรรงค์ทอง ศาลอุทธรณ์ - นายเกรียงศักดิ์ วชิรเดชวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1779/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ38/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1259/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554775
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายอนุสิทธิ์ ไตรรงค์ทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเกรียงศักดิ์ วชิรเดชวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980441"
    }
}
date
2556
deka_no
11339/2556
deka_running_no
11339
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "สมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 91",
            "ม. 335 (7)",
            "ม. 335 (11)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทกันยง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพงษ์ศักดิ์ นันทกิจ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (11), 83 และ 91 และให้ใช้ราคาสินค้าจำนวน 1,482,119.83 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเวลาในการกระทำความผิดเป็นสาระสำคัญ ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเหตุลักทรัพย์เกิดขึ้นเวลาใดเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน เวลากี่นาฬิกา ทั้งมิใช่กรณีที่จะคาดหมายหรือเข้าใจเอาเองว่าเหตุเกิดในช่วงเวลาใด ทำให้จำเลยทั้งสองหลงต่อสู้ และจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์ทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่าเครื่องปรับอากาศตามฟ้องโจทก์สูญหายจากคลังสินค้าโจทก์ก่อนที่จำเลยที่ 2 ขออนุมัติและโจทก์อนุมัติการขาย ดังนั้น ในช่วงระหว่างวันที่ 10 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2551 จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง อีกทั้งโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขอร้องให้จำเลยที่ 2 แจ้งขอให้โจทก์อนุมัติการขายเครื่องปรับอากาศจำนวนดังกล่าว เพื่อเป็นหลักฐานในการหักล้างสต๊อกสินค้าที่ขาดหายไป ฟ้องของโจทก์จึงขัดแย้งกันเองนั้น เห็นว่า คำว่า เวลา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หมายความถึง วันเดือนปีด้วย ไม่ใช่หมายความเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน ฟ้องที่ไม่ได้กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนจะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาได้ดีหรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 2551 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2551 จำเลยทั้งสองร่วมกันลักเครื่องปรับอากาศยี่ห้อมิตซูบิชิ พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง จำนวน 59 ชุด รวมเป็นราคาทั้งสิ้น 1,482,119.83 บาท ไปจากคลังสินค้าเอกมัยของโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ได้แสร้งขออนุมัติการขายต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติ ณ บริษัทโจทก์ที่ถนนพญาไท กรุงเทพมหานคร โดยการขอเปิดสำเนาใบส่งของ/ใบกำกับภาษี 5 ชุด อ้างว่าลูกค้ารายห้างหุ้นส่วนจำกัดป่าตองอีเล็กทริค (จังหวัดภูเก็ต) ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัทลุงการไฟฟ้า (1994) (จังหวัดพัทลุง) ห้างหุ้นส่วนจำกัดสิริเครื่องเย็นแอนด์เซอร์วิส (จังหวัดนครศรีธรรมราช) ห้างหุ้นส่วนจำกัดสตูลอีเล็คทรอนิกส์ (จังหวัดสตูล) และห้างหุ้นส่วนจำกัดเอกสิทธิ์ตรัง (จังหวัดตรัง) ประสงค์จะซื้อสินค้า 59 ชุด ข้างต้น ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะลูกค้าโจทก์ทั้งห้ารายดังกล่าวไม่ได้สั่งซื้อสินค้าข้างต้นแต่อย่างใด ความจริงแล้วจำเลยที่ 1 ได้ขอให้จำเลยที่ 2 เปิดบิลขออนุมัติขายสินค้าเครื่องปรับอากาศ 59 ชุดข้างต้น เพื่อประสงค์หักล้างสต๊อกสินค้าในคลังสินค้าเอกมัยที่ขาดจำนวน เมื่ออ่านฟ้องของโจทก์ดังกล่าวโดยตลอดแล้วย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันลักทรัพย์ของโจทก์ในช่วงเวลาใด ทั้งจำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ทำหลักฐานการขออนุมัติการขายตามที่โจทก์อ้าง ถือว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้หลงต่อสู้ในข้อที่มิได้กล่าวไว้นั้นและเข้าใจได้ว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดในเวลากลางวันหรือกลางคืน ส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ขออนุมัติการขายเครื่องปรับอากาศ 59 ชุด ต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อหักล้างสต๊อกสินค้าในคลังสินค้าเอกมัยที่ขาดจำนวนนั้น ก็เป็นเพียงการบรรยายฟ้องให้เห็นการปกปิดการกระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเท่านั้น ไม่ถึงกับทำให้ฟ้องมีความขัดแย้งกันดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ดังนี้ ฟ้องโจทก์จึงระบุข้อเท็จจริงรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่เกิดการกระทำความผิดและการกระทำความผิดพอสมควรที่จะให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาได้ดี ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ38/2552
primary_red_case_no
อ1259/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000362.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1779/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556