คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22132/2555 ฉบับเต็ม

#554794
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22132/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายสุรัตน์หรือต้น มากหมู่ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 81, มาตรา 288, มาตรา 295 ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง, มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, มาตรา 78 วรรคหนึ่ง, มาตรา 78 วรรคสี่ การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองแล้วใช้วัตถุระเบิดดังกล่าวกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 215, 83, 32, 33, 91, 92 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 38, 78 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง, 295, 288 ประกอบมาตรา 81, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 78 วรรคหนึ่ง วรรคสี่ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้วัตถุระเบิด เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 ปี ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จำคุกคนละ 8 เดือน ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี 16 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี 18 เดือน จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมาแล้ว ภายในเวลาห้าปี นับแต่วันที่พ้นโทษ กลับมากระทำความผิดอีก ให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 12 ปี 24 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ประกอบมาตรา 83 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกคนละ 2 ปี ให้ยกฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้วัตถุระเบิดและพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 และความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ เมื่อรวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสองทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 4 ปี 2 เดือน จำเลยที่ 2 กำหนด 4 ปี 4 เดือน ยกคำขอที่ให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นโดยการกระทำนั้นไม่สามารถจะทำให้บรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำ และร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ระเบิดปิงปองที่บรรจุดินระเบิดและมีเม็ดตะกั่วอยู่ภายในหากเกิดระเบิดและเม็ดตะกั่วถูกอวัยวะสำคัญของร่างกายย่อมสามารถทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกับระเบิดชนิดอื่นๆ การที่จำเลยทั้งสองขว้างลูกระเบิดใส่ผู้เสียหายที่ 1 และเกิดระเบิดขึ้นถูกผู้เสียหายทั้งสี่ จึงต้องถือว่าเป็นการกระทำไปโดยรู้สำนึกและประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจทำให้ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งอยู่ด้วยกันถึงแก่ความตายได้ แม้ผู้เสียหายทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บเพียงมีแผลถลอกและรอยแดงตามผิวหนัง ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ก็เป็นเพียงผลที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากวัตถุระเบิดที่เป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำมีอานุภาพไม่ร้ายแรงเพียงพอที่จะทำอันตรายต่อชีวิตได้ หาใช่เป็นเพราะจำเลยทั้งสองมีเจตนาเพียงต้องการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งสี่เท่านั้นไม่ และการที่วัตถุระเบิดที่เป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำมีอานุภาพไม่ร้ายแรงเพียงพอที่จะทำอันตรายต่อชีวิตได้ดังกล่าว ย่อมทำให้การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่สามารถบรรลุผลคือความตายของผู้เสียหายทั้งสี่ได้อย่างแน่แท้ จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้ เป็นคนละกรรมกับความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองแล้วใช้วัตถุระเบิดดังกล่าวในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมไม่ จึงเห็นควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง สำหรับความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ แม้ได้ความว่าที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสี่มีพวกของจำเลยทั้งสองประมาณ 20 คน ขับรถจักรยานยนต์ประมาณ 10 คัน มาพร้อมกับจำเลยทั้งสองด้วย แต่พวกของจำเลยทั้งสองส่วนใหญ่เพียงแต่จอดรถจักรยานยนต์ฝั่งตรงข้ามแผงขายผลไม้ของผู้เสียหายที่ 1 และขับออกไปหลังเกิดเหตุ โดยมิได้กระทำการใด ๆ ที่เป็นการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองแต่อย่างใด การที่จำเลยทั้งสองกับพวกเข้ารุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และต่อมาใช้ระเบิดขว้างใส่แล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปก็เป็นเพียงการก่อเหตุร่วมกันทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าผู้อื่นเช่นที่เกิดขึ้นตามปกติทั่วไป พฤติการณ์ในการกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องข้อหานี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง สำหรับความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย แม้โจทก์จะบรรยายข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ก็ตาม แต่เมื่อคำขอท้ายฟ้องโจทก์ไม่ระบุมาตรา 295 มาด้วย จึงต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตราดังกล่าว และเป็นการเกินคำขอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ ศาลจึงพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอมิได้ ไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าวได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38, 78 วรรคหนึ่ง วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้กับความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคสี่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ยกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 (วิรุฬห์ แสงเทียน-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี-วรงค์พร จิระภาค) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสมชาย ฉลาดธัญญกิจ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอรพงษ์ ศิริกานต์นนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5251/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1190/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2113/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554794
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครสวรรค์",
        "judge": "นายสมชาย ฉลาดธัญญกิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายอรพงษ์ ศิริกานต์นนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982905"
    }
}
date
2555
deka_no
22132/2555
deka_running_no
22132
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี",
    "วรงค์พร จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 81",
            "ม. 288",
            "ม. 295"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 38 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 78 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 78 วรรคสี่"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรัตน์หรือต้น มากหมู่ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 215, 83, 32, 33, 91, 92 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 38, 78 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรคสอง, 295, 288 ประกอบมาตรา 81, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38 วรรคหนึ่ง, 78 วรรคหนึ่ง วรรคสี่ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้วัตถุระเบิด เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 2 ปี ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จำคุกคนละ 8 เดือน ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี 16 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี 18 เดือน จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมาแล้ว ภายในเวลาห้าปี นับแต่วันที่พ้นโทษ กลับมากระทำความผิดอีก ให้เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 12 ปี 24 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ประกอบมาตรา 83 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกคนละ 2 ปี ให้ยกฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้วัตถุระเบิดและพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 และความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ เมื่อรวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสองทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 4 ปี 2 เดือน จำเลยที่ 2 กำหนด 4 ปี 4 เดือน ยกคำขอที่ให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นโดยการกระทำนั้นไม่สามารถจะทำให้บรรลุผลได้อย่างแน่แท้เพราะเหตุปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำ และร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า ระเบิดปิงปองที่บรรจุดินระเบิดและมีเม็ดตะกั่วอยู่ภายในหากเกิดระเบิดและเม็ดตะกั่วถูกอวัยวะสำคัญของร่างกายย่อมสามารถทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกับระเบิดชนิดอื่นๆ การที่จำเลยทั้งสองขว้างลูกระเบิดใส่ผู้เสียหายที่ 1 และเกิดระเบิดขึ้นถูกผู้เสียหายทั้งสี่ จึงต้องถือว่าเป็นการกระทำไปโดยรู้สำนึกและประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจทำให้ผู้เสียหายทั้งสี่ซึ่งอยู่ด้วยกันถึงแก่ความตายได้ แม้ผู้เสียหายทั้งสี่ได้รับบาดเจ็บเพียงมีแผลถลอกและรอยแดงตามผิวหนัง ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ก็เป็นเพียงผลที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากวัตถุระเบิดที่เป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำมีอานุภาพไม่ร้ายแรงเพียงพอที่จะทำอันตรายต่อชีวิตได้ หาใช่เป็นเพราะจำเลยทั้งสองมีเจตนาเพียงต้องการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งสี่เท่านั้นไม่ และการที่วัตถุระเบิดที่เป็นปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำมีอานุภาพไม่ร้ายแรงเพียงพอที่จะทำอันตรายต่อชีวิตได้ดังกล่าว ย่อมทำให้การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่สามารถบรรลุผลคือความตายของผู้เสียหายทั้งสี่ได้อย่างแน่แท้ จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้ เป็นคนละกรรมกับความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองแล้วใช้วัตถุระเบิดดังกล่าวในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นความผิดหลายกรรมไม่ จึงเห็นควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง สำหรับความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ แม้ได้ความว่าที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสี่มีพวกของจำเลยทั้งสองประมาณ 20 คน ขับรถจักรยานยนต์ประมาณ 10 คัน มาพร้อมกับจำเลยทั้งสองด้วย แต่พวกของจำเลยทั้งสองส่วนใหญ่เพียงแต่จอดรถจักรยานยนต์ฝั่งตรงข้ามแผงขายผลไม้ของผู้เสียหายที่ 1 และขับออกไปหลังเกิดเหตุ โดยมิได้กระทำการใด ๆ ที่เป็นการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองแต่อย่างใด การที่จำเลยทั้งสองกับพวกเข้ารุมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 และต่อมาใช้ระเบิดขว้างใส่แล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปก็เป็นเพียงการก่อเหตุร่วมกันทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าผู้อื่นเช่นที่เกิดขึ้นตามปกติทั่วไป พฤติการณ์ในการกระทำของจำเลยทั้งสองกับพวกจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องข้อหานี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง สำหรับความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย แม้โจทก์จะบรรยายข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ก็ตาม แต่เมื่อคำขอท้ายฟ้องโจทก์ไม่ระบุมาตรา 295 มาด้วย จึงต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตราดังกล่าว และเป็นการเกินคำขอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ ศาลจึงพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอมิได้ ไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าวได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 81 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 38, 78 วรรคหนึ่ง วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้กับความผิดฐานร่วมกันใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่นเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคสี่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ยกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1190/2548
primary_red_case_no
อ2113/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000384.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5251/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555