คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18431/2556 ฉบับเต็ม

#554814
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18431/2556 บริษัทเคอรี่ เฟรท (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัทเอส เอฟ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลย พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 28 โจทก์เป็นเพียงผู้รับจัดการขนส่งสินค้าให้แก่บริษัท ว. โดยโจทก์ได้ติดต่อว่าจ้างจำเลยให้เป็นผู้ขนส่งสินค้าให้บริษัท ว. จำเลยได้รับขนส่งสินค้าโดยออกใบตราส่งระบุว่าบริษัท ว. เป็นผู้ส่งของบริษัท ม. เป็นผู้รับตราส่ง แสดงว่าจำเลยในฐานะผู้ขนส่งทำสัญญารับขนของทางทะเลกับบริษัท ว. ผู้ส่งของ โดยโจทก์เป็นตัวแทนเข้าจัดการว่าจ้างจำเลยเป็นผู้ขนส่ง อันเป็นการทำสัญญาในฐานะตัวแทนของบริษัท ว. ผู้เป็นตัวการ บริษัท ว. ในฐานะผู้ส่งของย่อมเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลกับจำเลยโดยตรง โจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ใช่ผู้มีสิทธิรับสินค้า ส่วนตาม พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 28 ที่บัญญัติให้ผู้รับตราส่งจะเรียกให้ส่งมอบของได้ต่อเมื่อเวนคืนใบตราส่งแก่ผู้ขนส่งนั้น หากผู้ขนส่งมอบสินค้าไปโดยไม่ได้รับเวนคืนใบตราส่ง แม้จะเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ผู้ขนส่งก็เป็นกรณีที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดตามสัญญาขนส่ง เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ส่งของและมิใช่ผู้รับตราส่งหรือผู้มีสิทธิรับสินค้าจากผู้ขนส่ง โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาต่อโจทก์ ส่วนกรณีที่หากบริษัท ว. ผิดสัญญาไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ก็เป็นเรื่องที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาว่าจ้างให้โจทก์เป็นผู้รับจัดการขนส่งและเป็นตัวแทนตามหลักกฎหมายตัวแทนต่างหาก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 218,273.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 211,241.80 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ในชั้นแรกจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ แต่ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาต จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังยุติว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2551 บริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ตกลงว่าจ้างให้โจทก์เป็นผู้จัดการขนส่งสินค้าประเภทชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ทางทะเลจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อนำส่งมอบให้ผู้รับที่ประเทศคาซัคสถาน โดยโจทก์มีหน้าที่ขนถ่ายสินค้าจากคลังสินค้าไปยังท่าเรือดำเนินการติดต่อผู้ขนส่ง ดำเนินพิธีการทางศุลกากร โดยบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด มีหน้าที่ชำระเงินค่าระวางเรือ รวมทั้งค่าบริการและค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โจทก์ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงิน โจทก์ตกลงมอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด โดยจำเลยได้รับมอบสินค้าจากโจทก์เพื่อทำการขนส่งไปยังประเทศปลายทางแล้ว และจำเลยได้ออกใบตราส่งให้ ต่อมาโจทก์ได้เรียกเก็บค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็นเงิน จำนวน 211,241.80 บาท จากบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด แล้ว แต่บริษัทไม่ชำระเงินแก่โจทก์ และต่อมาจำเลยได้ส่งมอบสินค้าที่ขนส่งแก่ผู้รับที่ท่าเรือปลายทางแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ยุติดังกล่าว โจทก์เป็นเพียงผู้รับจัดการขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด โดยโจทก์ได้ติดต่อว่าจ้างจำเลยให้เป็นผู้ขนส่งสินค้าให้บริษัท ซึ่งจำเลยได้รับขนส่งสินค้าโดยออกใบตราส่ง โดยระบุว่าบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ส่งของ บริษัทเมอร์เคียว ออโต จำกัด เป็นผู้รับตราส่งอันแสดงว่า จำเลยในฐานะผู้ขนส่งทำสัญญารับขนของทางทะเลกับบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ส่งของ โดยโจทก์เป็นตัวแทนเข้าจัดการว่าจ้างจำเลยเป็นผู้ขนส่ง อันเป็นการทำสัญญาในฐานะตัวแทนของบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นตัวการ บริษัทในฐานะผู้ส่งของย่อมเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลกับจำเลยโดยตรง โดยโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาดังกล่าวด้วย และไม่ใช่ผู้มีสิทธิรับสินค้าแต่อย่างใด ส่วนตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 28 ที่บัญญัติให้ผู้รับตราส่งจะเรียกให้ส่งมอบของได้ต่อเมื่อเวนคืนใบตราส่งแก่ผู้ขนส่งนั้น หากผู้ขนส่งส่งมอบสินค้าไปโดยไม่ได้รับเวนคืนใบตราส่ง แม้จะเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ผู้ขนส่ง เป็นกรณีที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดตามสัญญารับขนของทางทะเล โดยอาจต้องรับผิดต่อผู้ส่งของผู้เป็นคู่สัญญาหรือต้องรับผิดต่อผู้รับตราส่งผู้มีสิทธิรับสินค้าตามข้อกำหนดในใบตราส่งตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมาตรา 26 เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ส่งของผู้เป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลและไม่ใช่ผู้รับตราส่งหรือผู้มีสิทธิรับสินค้าจากผู้ขนส่ง โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ตามสัญญารับขนของทางทะเลในอันที่จะขอให้บังคับจำเลยรับผิดตามสัญญาต่อโจทก์ ส่วนกรณีที่หากบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ผิดสัญญาไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ เป็นเรื่องที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาว่าจ้างให้โจทก์เป็นผู้รับจัดการขนส่งและเป็นตัวแทน ตามหลักกฎหมายตัวแทนต่างหาก ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องที่จะขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์และพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้ออื่นอีกต่อไป เพราะถึงวินิจฉัยไปก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร-อร่าม เสนามนตรี-ปริญญา ดีผดุง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(ค)215/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม82/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม112/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554814
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979411"
    }
}
date
2556
deka_no
18431/2556
deka_running_no
18431
deka_year
2556
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร",
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "ปริญญา ดีผดุง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 28"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเคอรี่ เฟรท (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอส เอฟ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 218,273.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 211,241.80 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ในชั้นแรกจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ แต่ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังยุติว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2551 บริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ตกลงว่าจ้างให้โจทก์เป็นผู้จัดการขนส่งสินค้าประเภทชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ทางทะเลจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อนำส่งมอบให้ผู้รับที่ประเทศคาซัคสถาน โดยโจทก์มีหน้าที่ขนถ่ายสินค้าจากคลังสินค้าไปยังท่าเรือดำเนินการติดต่อผู้ขนส่ง ดำเนินพิธีการทางศุลกากร โดยบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด มีหน้าที่ชำระเงินค่าระวางเรือ รวมทั้งค่าบริการและค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โจทก์ออกใบแจ้งหนี้เรียกเก็บเงิน โจทก์ตกลงมอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด โดยจำเลยได้รับมอบสินค้าจากโจทก์เพื่อทำการขนส่งไปยังประเทศปลายทางแล้ว และจำเลยได้ออกใบตราส่งให้ ต่อมาโจทก์ได้เรียกเก็บค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมเป็นเงิน จำนวน 211,241.80 บาท จากบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด แล้ว แต่บริษัทไม่ชำระเงินแก่โจทก์ และต่อมาจำเลยได้ส่งมอบสินค้าที่ขนส่งแก่ผู้รับที่ท่าเรือปลายทางแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ยุติดังกล่าว โจทก์เป็นเพียงผู้รับจัดการขนส่งสินค้าให้แก่บริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด โดยโจทก์ได้ติดต่อว่าจ้างจำเลยให้เป็นผู้ขนส่งสินค้าให้บริษัท ซึ่งจำเลยได้รับขนส่งสินค้าโดยออกใบตราส่ง โดยระบุว่าบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ส่งของ บริษัทเมอร์เคียว ออโต จำกัด เป็นผู้รับตราส่งอันแสดงว่า จำเลยในฐานะผู้ขนส่งทำสัญญารับขนของทางทะเลกับบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ส่งของ โดยโจทก์เป็นตัวแทนเข้าจัดการว่าจ้างจำเลยเป็นผู้ขนส่ง อันเป็นการทำสัญญาในฐานะตัวแทนของบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นตัวการ บริษัทในฐานะผู้ส่งของย่อมเป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลกับจำเลยโดยตรง โดยโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาดังกล่าวด้วย และไม่ใช่ผู้มีสิทธิรับสินค้าแต่อย่างใด ส่วนตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 28 ที่บัญญัติให้ผู้รับตราส่งจะเรียกให้ส่งมอบของได้ต่อเมื่อเวนคืนใบตราส่งแก่ผู้ขนส่งนั้น หากผู้ขนส่งส่งมอบสินค้าไปโดยไม่ได้รับเวนคืนใบตราส่ง แม้จะเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ผู้ขนส่ง เป็นกรณีที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดตามสัญญารับขนของทางทะเล โดยอาจต้องรับผิดต่อผู้ส่งของผู้เป็นคู่สัญญาหรือต้องรับผิดต่อผู้รับตราส่งผู้มีสิทธิรับสินค้าตามข้อกำหนดในใบตราส่งตามพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมาตรา 26 เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ส่งของผู้เป็นคู่สัญญารับขนของทางทะเลและไม่ใช่ผู้รับตราส่งหรือผู้มีสิทธิรับสินค้าจากผู้ขนส่ง โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ ตามสัญญารับขนของทางทะเลในอันที่จะขอให้บังคับจำเลยรับผิดตามสัญญาต่อโจทก์ ส่วนกรณีที่หากบริษัทเวิลด์ ออฟ ไฟเบอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด ผิดสัญญาไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ เป็นเรื่องที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาว่าจ้างให้โจทก์เป็นผู้รับจัดการขนส่งและเป็นตัวแทน ตามหลักกฎหมายตัวแทนต่างหาก ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องที่จะขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์และพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ข้ออื่นอีกต่อไป เพราะถึงวินิจฉัยไปก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ม82/2552
primary_red_case_no
ม112/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000353.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(ค)215/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556