คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13288/2556 ฉบับเต็ม

#554842
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13288/2556 นางสาวรัตนา ศรีกมลาชีพ โจทก์ นายพสิษฐ์ ศิริพจนาวรรณ ผู้ร้อง นางสาวหรือนางธัญชนกหรือธนันธร วงษ์วิเศษ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 538 ป.วิ.พ. มาตรา 296 จัตวา การเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 538 ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ แต่ผู้ร้องเช่าช่วงบ้านพิพาทจากจำเลยโดยไม่มีสัญญาเช่าต่อโจทก์หรือจำเลย ผู้ร้องจึงไม่อาจยกการเช่าช่วงขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ไม่ว่าโจทก์จะรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่ การเช่าช่วงดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย การต่อเติมห้องครัวและห้องน้ำที่อ้างเป็นไปเพื่อความสะดวกในการใช้ทรัพย์สินของผู้ร้อง ไม่ใช่การปลูกสร้างใหม่ จึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาอันไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 จัตวา (3) จึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านเลขที่ 11/351 หมู่บ้านอยู่เจริญ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร และส่งมอบอาคารดังกล่าวและชำระเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีนำประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดไว้ที่บ้านพิพาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการบังคับคดีแก่ผู้ร้อง ในวันนัดไต่สวนคำร้อง ทนายผู้ร้องขอเลื่อนคดี โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) ระบุว่า เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารยังไม่ออกไปตามคำบังคับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษภายในกำหนดแปดวัน หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ฉะนั้น ผู้ที่อ้างอำนาจพิเศษดังกล่าวจะต้องมีหลักฐานเบื้องต้นมาแสดงต่อศาล มิใช่กล่าวอ้างในคำร้องลอย ๆ ทั้งการเช่าช่วงเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ แต่ตามคำร้องของผู้ร้องปรากฏชัดเจนว่าผู้ร้องเช่าช่วงบ้านพิพาทจากจำเลยโดยไม่มีสัญญาเช่าต่อโจทก์หรือจำเลย ผู้ร้องจึงไม่อาจยกการเช่าช่วงขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ไม่ว่าโจทก์จะรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่ก็ตาม การเช่าช่วงดังกล่าวจึงไม่ใช่การเช่าช่วงโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือว่าผู้ร้องยังคงเป็นบริวารของจำเลย ทั้งการต่อเติมห้องครัวและห้องน้ำดังที่อ้างก็เป็นไปเพื่อความสะดวกในการใช้ทรัพย์สินของผู้ร้อง ไม่ใช่การปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ จึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาอันไม่จำต้องมีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ กรณีตามคำร้องจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) จึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องอีก ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุนันท์ ชัยชูสอน-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-สุทธินันท์ เสียมสกุล) ศาลแพ่ง - นายประทีป ทับอัตตานนท์ ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สร้อยสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.4584/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม655/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม184/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554842
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายประทีป ทับอัตตานนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเดชา สร้อยสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979993"
    }
}
date
2556
deka_no
13288/2556
deka_running_no
13288
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "สุนันท์ ชัยชูสอน",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 538"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 296 จัตวา"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวรัตนา ศรีกมลาชีพ"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายพสิษฐ์ ศิริพจนาวรรณ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวหรือนางธัญชนกหรือธนันธร วงษ์วิเศษ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านเลขที่ 11/351 หมู่บ้านอยู่เจริญ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร และส่งมอบอาคารดังกล่าวและชำระเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีนำประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดไว้ที่บ้านพิพาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการบังคับคดีแก่ผู้ร้อง

ในวันนัดไต่สวนคำร้อง ทนายผู้ร้องขอเลื่อนคดี โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) ระบุว่า เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารยังไม่ออกไปตามคำบังคับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษภายในกำหนดแปดวัน หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ฉะนั้น ผู้ที่อ้างอำนาจพิเศษดังกล่าวจะต้องมีหลักฐานเบื้องต้นมาแสดงต่อศาล มิใช่กล่าวอ้างในคำร้องลอย ๆ ทั้งการเช่าช่วงเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ แต่ตามคำร้องของผู้ร้องปรากฏชัดเจนว่าผู้ร้องเช่าช่วงบ้านพิพาทจากจำเลยโดยไม่มีสัญญาเช่าต่อโจทก์หรือจำเลย ผู้ร้องจึงไม่อาจยกการเช่าช่วงขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ไม่ว่าโจทก์จะรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่ก็ตาม การเช่าช่วงดังกล่าวจึงไม่ใช่การเช่าช่วงโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือว่าผู้ร้องยังคงเป็นบริวารของจำเลย ทั้งการต่อเติมห้องครัวและห้องน้ำดังที่อ้างก็เป็นไปเพื่อความสะดวกในการใช้ทรัพย์สินของผู้ร้อง ไม่ใช่การปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ จึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาอันไม่จำต้องมีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ กรณีตามคำร้องจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) จึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องอีก ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ม655/2551
primary_red_case_no
ม184/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000358.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.4584/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556