คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19031/2556 ฉบับเต็ม

#554846
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19031/2556 บริษัทเดชอุดมเทคนิคเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด โจทก์ นายพั่วหรือพัว ระนะสวาย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2), มาตรา 90, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 88 อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชีเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งสำเนาการ์ดบัญชีให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน อันเป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.พ. มาตรา 90 แต่การ์ดบัญชีเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงการชำระค่าเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เมื่อศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ มาตรา 90 ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบรถไถนาคันที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 47,000 บาท พร้อมค่าขาดประโยชน์ 18,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่ามีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์เพียงข้อเดียวว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับฟังการ์ดบัญชี เป็นพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า สำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 นั้น โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่า จำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชี เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการรับฟังพยานเอกสารของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งสำเนาการ์ดบัญชี ให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 แต่การ์ดบัญชี เป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงการชำระค่าเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เมื่อศาลเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของมาตรา 90 ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานการ์ดบัญชีมาโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วาสนา หงส์เจริญ-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-ปิยกุล บุญเพิ่ม) ศาลจังหวัดเดชอุดม - นายนิพนธ์ รัตนวาร ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.264/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ30/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ144/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554846
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเดชอุดม",
        "judge": "นายนิพนธ์ รัตนวาร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979402"
    }
}
date
2556
deka_no
19031/2556
deka_running_no
19031
deka_year
2556
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "วาสนา หงส์เจริญ",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 87 (2)",
            "ม. 90",
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเดชอุดมเทคนิคเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพั่วหรือพัว ระนะสวาย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบรถไถนาคันที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 47,000 บาท พร้อมค่าขาดประโยชน์ 18,000 บาท

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่ามีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์เพียงข้อเดียวว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับฟังการ์ดบัญชี เป็นพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า สำหรับข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 นั้น โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่า จำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชี เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าการรับฟังพยานเอกสารของศาลขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งสำเนาการ์ดบัญชี ให้แก่โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 แต่การ์ดบัญชี เป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงการชำระค่าเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เมื่อศาลเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของมาตรา 90 ศาลก็มีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานการ์ดบัญชีมาโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ30/2546
primary_red_case_no
พ144/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000353.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.264/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556