คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13362/2556 ฉบับเต็ม

#554857
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13362/2556 นายทากาฮิชา โอซาวา โจทก์ นางอังคณา แซ่เตี๋ย จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เมื่อจำเลยปฏิเสธว่าการสั่งจ่ายเช็คพิพาทมิใช่เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงจะครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เมื่อพยานโจทก์ทราบเรื่องภายหลังจากที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ให้นำเช็คไปขึ้นเงินแล้ว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้น แสดงว่าพยานโจทก์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ รวมถึงรายละเอียดมูลหนี้ของเช็คพิพาท แต่พยานทราบเรื่องดังกล่าวจากการบอกเล่าของโจทก์ในภายหลัง พยานมิได้รู้เห็นข้อเท็จจริงที่เบิกความด้วยตนเองจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าซึ่งไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยปฏิเสธว่าการสั่งจ่ายเช็คพิพาทมิใช่เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงจะครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 แต่ข้อนำสืบของโจทก์ที่อ้างว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระค่าจ้างออกแบบและก่อสร้างเตาเผาขยะนั้น ปรากฏว่าตัวโจทก์ซึ่งเป็นพยานโดยตรงก็มิได้มาเบิกความต่อศาลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว พยานโจทก์มีเพียงปากเดียวคือนายยรรยง ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาเบิกความว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อชำระค่าจ้างออกแบบและก่อสร้างเตาเผาขยะ แต่เมื่อพยานถูกทนายจำเลยถามค้าน พยานเบิกความยอมรับว่า พยานไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าจ้างรวมถึงการพูดคุยตกลงกันระหว่างโจทก์กับจำเลย พยานทราบเรื่องภายหลังจากที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ให้นำเช็คไปขึ้นเงินแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้น แสดงว่าพยานโจทก์ปากนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ รวมถึงรายละเอียดมูลหนี้ของเช็คพิพาท แต่พยานทราบเรื่องดังกล่าวจากการบอกเล่าของโจทก์ในภายหลัง พยานมิได้รู้เห็นข้อเท็จจริงที่เบิกความด้วยตนเองจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าซึ่งไม่มีน้ำหนักในการรับฟังที่โจทก์ฎีกาว่า นายยรรยง พยานโจทก์ปากนี้มิใช่เป็นพยานบอกเล่า แต่เป็นประจักษ์พยานที่รู้เห็นการตกลงและรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้น ก็ไม่ปรากฏว่านายยรรยงได้เบิกความยืนยันเช่นนั้น พยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมายังไม่เพียงพอให้ฟังได้ว่าจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ตามฟ้องซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิทักษ์ คงจันทร์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ภาภูมิ สรอัฑฒ์) ศาลแขวงนครสวรรค์ - นางกาญจนา ยาจิตร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1042/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2677/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2129/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554857
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครสวรรค์",
        "judge": "นางกาญจนา ยาจิตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายวิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979988"
    }
}
date
2556
deka_no
13362/2556
deka_running_no
13362
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ภาภูมิ สรอัฑฒ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายทากาฮิชา โอซาวา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอังคณา แซ่เตี๋ย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อจำเลยปฏิเสธว่าการสั่งจ่ายเช็คพิพาทมิใช่เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงจะครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 แต่ข้อนำสืบของโจทก์ที่อ้างว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระค่าจ้างออกแบบและก่อสร้างเตาเผาขยะนั้น ปรากฏว่าตัวโจทก์ซึ่งเป็นพยานโดยตรงก็มิได้มาเบิกความต่อศาลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว พยานโจทก์มีเพียงปากเดียวคือนายยรรยง ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาเบิกความว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อชำระค่าจ้างออกแบบและก่อสร้างเตาเผาขยะ แต่เมื่อพยานถูกทนายจำเลยถามค้าน พยานเบิกความยอมรับว่า พยานไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าจ้างรวมถึงการพูดคุยตกลงกันระหว่างโจทก์กับจำเลย พยานทราบเรื่องภายหลังจากที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ให้นำเช็คไปขึ้นเงินแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้น แสดงว่าพยานโจทก์ปากนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบให้โจทก์ รวมถึงรายละเอียดมูลหนี้ของเช็คพิพาท แต่พยานทราบเรื่องดังกล่าวจากการบอกเล่าของโจทก์ในภายหลัง พยานมิได้รู้เห็นข้อเท็จจริงที่เบิกความด้วยตนเองจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่าซึ่งไม่มีน้ำหนักในการรับฟังที่โจทก์ฎีกาว่า นายยรรยง พยานโจทก์ปากนี้มิใช่เป็นพยานบอกเล่า แต่เป็นประจักษ์พยานที่รู้เห็นการตกลงและรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยนั้น ก็ไม่ปรากฏว่านายยรรยงได้เบิกความยืนยันเช่นนั้น พยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมายังไม่เพียงพอให้ฟังได้ว่าจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ตามฟ้องซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2677/2552
primary_red_case_no
อ2129/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000358.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1042/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556