คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16129/2555 ฉบับเต็ม

#554894
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16129/2555 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลพบุรี โจทก์ นางสาวปาณิสราหรือเพ็ญพิชชาหรืออุษามาศ ทองกนกรัตน์หรือทองสุข จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ข้อตกลงระหว่างผู้เสียหายและจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณา มีข้อตกลงว่าหากจำเลยชำระเงินตามฟ้องแก่ผู้เสียหายเรียบร้อยแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยและจะถอนคำร้องทุกข์ต่อไป แต่หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ผู้เสียหายจะแจ้งให้โจทก์ดำเนินคดีต่อไป ข้อตกลงดังกล่าวนี้ ผู้เสียหายกับจำเลยแถลงต่อศาลร่วมกัน ศาลชั้นต้นจึงจำหน่ายคดีชั่วคราว ข้อตกลงดังกล่าวนี้กระทำต่อหน้าศาลและศาลอนุญาตให้เป็นไปตามข้อตกลง ย่อมผูกพันผู้เสียหายและจำเลยที่ต้องปฏิบัติตาม เมื่อจำเลยได้ชำระเงินแก่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้วจึงต้องถือว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 352 กับให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 113,354 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 249/2551 หมายเลขดำ (ที่ถูก หมายเลขแดง)ที่ 610/2551 และหมายเลขดำที่ 247/2551 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนเริ่มสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือนรวม 9 กระทง เป็นจำคุก 18 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 9 เดือน นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 608/2551 และ 610/2551 ของศาลชั้นต้นคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาตรวจวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงระหว่างผู้เสียหายและจำเลยมีข้อตกลงว่า หากจำเลยชำระเงินตามฟ้องให้แก่ผู้เสียหายเรียบร้อยแล้วผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย และจะถอนคำร้องทุกข์ต่อไป แต่หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว ผู้เสียหายจะแจ้งให้โจทก์ดำเนินคดีต่อไป ข้อตกลงดังกล่าวนี้ ผู้เสียหายและจำเลยแถลงต่อศาลร่วมกัน โดยมีข้อตกลงว่าหากจำเลยชำระเงินครบ113,354 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยและจะถอนคำร้องทุกข์ซึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีความผิดส่วนตัว จึงให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวโดยจำหน่ายคดีชั่วคราว ทั้งระบุว่าหากจำเลยไม่ผ่อนชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายตามข้อตกลงหรือผ่อนชำระแล้วเสร็จ ก็ให้โจทก์หรือผู้เสียหายยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาหรือถอนคำร้องทุกข์ต่อไป ข้อตกลงดังกล่าวนี้กระทำต่อหน้าศาลและศาลอนุญาตให้เป็นไปตามข้อตกลง จึงย่อมผูกพันผู้เสียหายและจำเลยที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว เมื่อปรากฏตามคำร้องของผู้เสียหาย ว่าจำเลยได้ชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายครบถ้วนตามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว จึงต้องถือว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แล้ว เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (ธงชัย เสนามนตรี-อภิรัตน์ ลัดพลี-กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์) ศาลแขวงลพบุรี - นางสาวรฐา เขียวโสภณ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายจำแลง กุลเจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.7523/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ714/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ956/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554894
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงลพบุรี",
        "judge": "นางสาวรฐา เขียวโสภณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายจำแลง กุลเจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983842"
    }
}
date
2555
deka_no
16129/2555
deka_running_no
16129
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลพบุรี"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวปาณิสราหรือเพ็ญพิชชาหรืออุษามาศ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ทองกนกรัตน์หรือทองสุข"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 352 กับให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 113,354 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 249/2551 หมายเลขดำ (ที่ถูก หมายเลขแดง)ที่ 610/2551 และหมายเลขดำที่ 247/2551 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนเริ่มสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือนรวม 9 กระทง เป็นจำคุก 18 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 9 เดือน นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 608/2551 และ 610/2551 ของศาลชั้นต้นคำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาตรวจวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) หรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงระหว่างผู้เสียหายและจำเลยมีข้อตกลงว่า หากจำเลยชำระเงินตามฟ้องให้แก่ผู้เสียหายเรียบร้อยแล้วผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย และจะถอนคำร้องทุกข์ต่อไป แต่หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว ผู้เสียหายจะแจ้งให้โจทก์ดำเนินคดีต่อไป ข้อตกลงดังกล่าวนี้ ผู้เสียหายและจำเลยแถลงต่อศาลร่วมกัน โดยมีข้อตกลงว่าหากจำเลยชำระเงินครบ113,354 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีกับจำเลยและจะถอนคำร้องทุกข์ซึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีความผิดส่วนตัว จึงให้โอกาสจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวโดยจำหน่ายคดีชั่วคราว ทั้งระบุว่าหากจำเลยไม่ผ่อนชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายตามข้อตกลงหรือผ่อนชำระแล้วเสร็จ ก็ให้โจทก์หรือผู้เสียหายยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาหรือถอนคำร้องทุกข์ต่อไป ข้อตกลงดังกล่าวนี้กระทำต่อหน้าศาลและศาลอนุญาตให้เป็นไปตามข้อตกลง จึงย่อมผูกพันผู้เสียหายและจำเลยที่จะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว เมื่อปรากฏตามคำร้องของผู้เสียหาย ว่าจำเลยได้ชำระเงินให้แก่ผู้เสียหายครบถ้วนตามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว จึงต้องถือว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แล้ว เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
อ714/2551
primary_red_case_no
อ956/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000392.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.7523/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555