คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2554 ฉบับเต็ม

#554906
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2554 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายมาณพ สุคนธ์ธารา จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 มาตรา 9 พ.ร.ฎ.ควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 มาตรา 3 ตาม พ.ร.ฎ.ควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 มาตรา 3 ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2522) ข้อ 1 ระบุเพียงว่า ให้น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์ม เป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุม โดยมิได้ระบุว่าจะต้องเป็นน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มบริสุทธิ์แต่อย่างใด จำเลยขนย้ายของเหลวที่มีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จึงเป็นความผิดตามกฎหมาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 มาตรา 9 พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 มาตรา 3, 5 พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2525 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก ประกอบพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.2522 มาตรา 3, 5 พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ.2525 มาตรา 4) จำคุก 5 ปี ริบของกลางทั้งหมด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยซึ่งมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า ของเหลวของกลางที่จำเลยครอบครองและขนย้ายนั้นเป็นเพียงสารละลายที่มีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่กับของเหลวอื่นจึงมิใช่น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มบริสุทธิ์ การขนย้ายของเหลวดังกล่าวจึงไม่จำต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด นั้น แม้น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มจะถูกนำไปผสมกับของเหลวอื่น ของเหลวที่ได้ก็จะมีสภาพเป็นของเหลวที่มีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่นั่นเอง หาได้ทำให้น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มที่ถูกผสมนั้นกลายสภาพเป็นอย่างอื่นไม่ และตามพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 มาตรา 3 ประกอบกฎหมายกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 ข้อ 1 ก็ระบุเพียงว่าให้น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มเป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุม โดยมิได้ระบุว่าจะต้องเป็นน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์ม บริสุทธิ์แต่อย่างใด ดังนั้นของเหลวของกลางจึงเป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุมตามพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 การขนย้ายของเหลวของกลางซึ่งมีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่จึงต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่นั้น จำเลยขนย้ายของเหลวที่มีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จึงเป็นความผิด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลยนั้นเป็นข้อปลีกย่อย ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลฎีกา ไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายืน (อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย-ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระวัฒน์ ปวราจารย์) ศาลจังหวัดเชียงราย - นางสาวศศิธร พงศ์พันธุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายทวีศักดิ์ ทองภักดี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.458/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554906
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นางสาวศศิธร พงศ์พันธุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายทวีศักดิ์ ทองภักดี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991713"
    }
}
date
2554
deka_no
613/2554
deka_running_no
613
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.ฎ.ควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมาณพ สุคนธ์ธารา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 มาตรา 9 พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 มาตรา 3, 5 พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2525 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และริบของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (ที่ถูก ประกอบพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.2522 มาตรา 3, 5 พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ.2525 มาตรา 4) จำคุก 5 ปี ริบของกลางทั้งหมด

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยซึ่งมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า ของเหลวของกลางที่จำเลยครอบครองและขนย้ายนั้นเป็นเพียงสารละลายที่มีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่กับของเหลวอื่นจึงมิใช่น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มบริสุทธิ์ การขนย้ายของเหลวดังกล่าวจึงไม่จำต้องขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด นั้น แม้น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มจะถูกนำไปผสมกับของเหลวอื่น ของเหลวที่ได้ก็จะมีสภาพเป็นของเหลวที่มีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่นั่นเอง หาได้ทำให้น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มที่ถูกผสมนั้นกลายสภาพเป็นอย่างอื่นไม่ และตามพระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 มาตรา 3 ประกอบกฎหมายกระทรวงฉบับที่ 13 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 ข้อ 1 ก็ระบุเพียงว่าให้น้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มเป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุม โดยมิได้ระบุว่าจะต้องเป็นน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์ม บริสุทธิ์แต่อย่างใด ดังนั้นของเหลวของกลางจึงเป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุมตามพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ.2495 การขนย้ายของเหลวของกลางซึ่งมีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่จึงต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่นั้น จำเลยขนย้ายของเหลวที่มีน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์มผสมอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จึงเป็นความผิด ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลยนั้นเป็นข้อปลีกย่อย ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลฎีกา ไม่จำต้องวินิจฉัย

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000461.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.458/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554