คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10444/2556 ฉบับเต็ม

#554929
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10444/2556 นางจุฑามาศหรือจุฑามาศศ์ สุขประเสริฐ โจทก์ นางวัฒนี ทองญวน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง, มาตรา 286 (2) แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านและศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลฎีกา ถือว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 50 วรรคห้า บัญญัติให้เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือนเพียงเพื่อไม่ให้นำเงินประจำตำแหน่งมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเฉกเช่นเงินเดือนเท่านั้น เงินประจำตำแหน่งเป็นเงินที่หน่วยงานราชการจ่ายให้แก่บุคคลนั้นขณะดำรงตำแหน่ง จึงถือเป็นรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 286 (2) โจทก์ย่อมไม่อาจบังคับคดีเอาจากเงินประจำตำแหน่งของจำเลยได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 420,000 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลย ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือรายงานศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลยดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าจำเลยประกอบอาชีพรับราชการ เงินประจำตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพของจำเลยไม่อยู่ในข่ายความรับผิดแห่งการบังคับคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดและให้โจทก์คืนเงินที่ได้รับไปแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลยและให้โจทก์คืนเงินที่ได้รับไปแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านและศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา ถือว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เงินประจำตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพของจำเลยอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี...(2) เงินเดือน ค่าจ้าง...หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ..." แม้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 50 วรรคห้า จะบัญญัติให้เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน ก็เพียงเพื่อวัตถุประสงค์ไม่ให้นำเงินประจำตำแหน่งมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเฉกเช่นเงินเดือนเท่านั้น แต่เงินประจำตำแหน่งเป็นเงินที่หน่วยงานราชการได้จ่ายให้แก่บุคคลนั้นขณะที่ดำรงตำแหน่งตามประเภท สายงานและระดับนั้น ๆ ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญที่กำหนดในกฎ ก.พ. จึงถือว่าเงินประจำตำแหน่งเป็นรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) ดังกล่าว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยประกอบอาชีพรับราชการในตำแหน่งและสายงานพยาบาลวิชาชีพ สังกัดโรงพยาบาลพังงา โจทก์ย่อมไม่อาจบังคับคดีเอาจากเงินประจำตำแหน่งของจำเลยได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลย และให้โจทก์คืนเงินส่วนที่ได้รับไปแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (บุญมี ฐิตะศิริ-สู่บุญ วุฒิวงศ์-จตุรงค์ นาสมใจ) ศาลจังหวัดพังงา - ธวัช เรนเรือง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3768/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ250/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554929
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพังงา",
        "judge": "ธวัช เรนเรือง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980661"
    }
}
date
2556
deka_no
10444/2556
deka_running_no
10444
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "บุญมี ฐิตะศิริ",
    "สู่บุญ วุฒิวงศ์",
    "จตุรงค์ นาสมใจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223 ทวิ วรรคหนึ่ง",
            "ม. 286 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางจุฑามาศหรือจุฑามาศศ์ สุขประเสริฐ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวัฒนี ทองญวน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 420,000 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลย ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือรายงานศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลยดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าจำเลยประกอบอาชีพรับราชการ เงินประจำตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพของจำเลยไม่อยู่ในข่ายความรับผิดแห่งการบังคับคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดและให้โจทก์คืนเงินที่ได้รับไปแล้ว

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลยและให้โจทก์คืนเงินที่ได้รับไปแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ แม้ศาลชั้นต้นมิได้สั่งอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา แต่การที่จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วไม่คัดค้านและศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา ถือว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง แล้ว

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า เงินประจำตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพของจำเลยอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี...(2) เงินเดือน ค่าจ้าง...หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ..." แม้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 50 วรรคห้า จะบัญญัติให้เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน ก็เพียงเพื่อวัตถุประสงค์ไม่ให้นำเงินประจำตำแหน่งมาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการเฉกเช่นเงินเดือนเท่านั้น แต่เงินประจำตำแหน่งเป็นเงินที่หน่วยงานราชการได้จ่ายให้แก่บุคคลนั้นขณะที่ดำรงตำแหน่งตามประเภท สายงานและระดับนั้น ๆ ตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญที่กำหนดในกฎ ก.พ. จึงถือว่าเงินประจำตำแหน่งเป็นรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนของข้าราชการที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 286 (2) ดังกล่าว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยประกอบอาชีพรับราชการในตำแหน่งและสายงานพยาบาลวิชาชีพ สังกัดโรงพยาบาลพังงา โจทก์ย่อมไม่อาจบังคับคดีเอาจากเงินประจำตำแหน่งของจำเลยได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินประจำตำแหน่งของจำเลย และให้โจทก์คืนเงินส่วนที่ได้รับไปแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ250/2552
primary_red_case_no
พ4/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000364.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3768/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556