คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8040/2556 ฉบับเต็ม

#554939
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8040/2556 นายอุดมพร เพชรหาญ โจทก์ นางเพ็ญศิริ เพชรหาญ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1524, มาตรา 1625 ป.วิ.พ. มาตรา 132 (3) ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตายทำให้การสมรสสิ้นสุดลงเนื่องจากความตายของโจทก์ ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องพิจารณาพิพากษาฎีกาของจำเลยอีกต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่เพราะไม่ทำให้ผลของการสมรสเปลี่ยนแปลงไป ส่วนค่าทดแทนที่ศาลล่างกำหนดให้จำเลยจ่ายแก่โจทก์นั้น เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้เพราะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1525 ระบุว่า การเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายหนึ่งจะมีได้เฉพาะในกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากันเท่านั้น และการแบ่งสินสมรสหลังการสมรสสิ้นสุดเพราะการตายต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดไปด้วยเหตุความตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1625 จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์อีกต่อไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132 (3) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป นอกจากนี้ในระหว่างอยู่กินด้วยกันโจทก์จำเลยมีสินสมรส 3 รายการ คือ รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก - 8538 แพร่ ราคา 150,000 บาท รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน แพร่ ฌ 7162 ราคา 5,000 บาท และสินค้าในร้านราคา 200,000 บาท จึงขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 177,500 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทดแทน 40,000 บาท แก่โจทก์ ให้แบ่งสินสมรสตามฟ้องให้โจทก์จำเลยฝ่ายละกึ่งหนึ่ง ถ้าการแบ่งไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนักให้ขายโดยการประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลยหรือขายทอดตลาด คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตาย นางคำ มารดาของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 ระบุว่า การสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 ระบุว่า การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน โดยวินิจฉัยว่า โจทก์ซึ่งไม่สามารถประกอบการงานและช่วยเหลือตนเองได้อย่างปกติ แต่จำเลยในฐานะภริยากลับไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ จึงเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (6) และกำหนดให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท จำเลยฎีกาทำนองว่าบิดามารดาโจทก์ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับโจทก์เกินสมควร ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจำเลยในการดูแลรักษาและเลี้ยงดูโจทก์ เป็นการบีบบังคับไม่ให้จำเลยดูแลโจทก์โดยปริยายซึ่งไม่ใช่ความสมัครใจของจำเลยแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นเหตุหย่าตามกฎหมาย แต่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา โจทก์ได้ถึงแก่ความตายทำให้การสมรสสิ้นสุดลงเนื่องจากความตายของโจทก์แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องพิจารณาพิพากษาตามฎีกาของจำเลยอีกต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของการสมรสเปลี่ยนแปลงไป ส่วนค่าทดแทนที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์จำนวน 40,000 บาท นั้น เห็นว่า เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1524 ระบุว่าการเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายหนึ่งจะมีได้เฉพาะในกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากันเท่านั้น และการแบ่งสินสมรสหลังการสมรสสิ้นสุดเพราะการตายต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดไปด้วยเหตุความตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1625 ด้วย ฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (วันทนี กีรติพิบูล-เพลินจิต ตั้งพูลสกุล-ชาติชาย อัครวิบูลย์) ศาลจังหวัดแพร่แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายวิชา เหล่าเทิดพงษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)139/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ค41/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ค87/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554939
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดแพร่แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว",
        "judge": "นายวิชา เหล่าเทิดพงษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981105"
    }
}
date
2556
deka_no
8040/2556
deka_running_no
8040
deka_year
2556
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "วันทนี กีรติพิบูล",
    "เพลินจิต ตั้งพูลสกุล",
    "ชาติชาย อัครวิบูลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1524",
            "ม. 1625"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 132 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอุดมพร เพชรหาญ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเพ็ญศิริ เพชรหาญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป นอกจากนี้ในระหว่างอยู่กินด้วยกันโจทก์จำเลยมีสินสมรส 3 รายการ คือ รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก - 8538 แพร่ ราคา 150,000 บาท รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน แพร่ ฌ 7162 ราคา 5,000 บาท และสินค้าในร้านราคา 200,000 บาท จึงขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 177,500 บาท

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทดแทน 40,000 บาท แก่โจทก์ ให้แบ่งสินสมรสตามฟ้องให้โจทก์จำเลยฝ่ายละกึ่งหนึ่ง ถ้าการแบ่งไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนักให้ขายโดยการประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลยหรือขายทอดตลาด คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่ความตาย นางคำ มารดาของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1501 ระบุว่า การสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่าหรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 ระบุว่า การหย่านั้นจะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล คดีนี้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากกัน โดยวินิจฉัยว่า โจทก์ซึ่งไม่สามารถประกอบการงานและช่วยเหลือตนเองได้อย่างปกติ แต่จำเลยในฐานะภริยากลับไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ จึงเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 (6) และกำหนดให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 40,000 บาท จำเลยฎีกาทำนองว่าบิดามารดาโจทก์ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับโจทก์เกินสมควร ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจำเลยในการดูแลรักษาและเลี้ยงดูโจทก์ เป็นการบีบบังคับไม่ให้จำเลยดูแลโจทก์โดยปริยายซึ่งไม่ใช่ความสมัครใจของจำเลยแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นเหตุหย่าตามกฎหมาย แต่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลฎีกา โจทก์ได้ถึงแก่ความตายทำให้การสมรสสิ้นสุดลงเนื่องจากความตายของโจทก์แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องพิจารณาพิพากษาตามฎีกาของจำเลยอีกต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลของการสมรสเปลี่ยนแปลงไป ส่วนค่าทดแทนที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์จำนวน 40,000 บาท นั้น เห็นว่า เมื่อศาลไม่ได้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่ากัน โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1524 ระบุว่าการเรียกค่าทดแทนจากอีกฝ่ายหนึ่งจะมีได้เฉพาะในกรณีศาลพิพากษาให้หย่ากันเท่านั้น และการแบ่งสินสมรสหลังการสมรสสิ้นสุดเพราะการตายต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสที่มีชีวิตอยู่นับแต่เวลาที่การสมรสสิ้นสุดไปด้วยเหตุความตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1625 ด้วย ฉะนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยปัญหาตามฟ้องโจทก์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3)

ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ค41/2550
primary_red_case_no
ค87/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000368.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)139/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556