คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7791/2556 ฉบับเต็ม

#554944
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7791/2556 บริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ร้อง นายไพโรจน์ โคตรสังข์ ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ผู้คัดค้านเป็นลูกจ้างของผู้ร้อง ผู้ร้องประกอบกิจการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์จำหน่ายภายในประเทศและต่างประเทศ รถยนต์ที่จำหน่ายใช้ชื่อทางการค้าว่า "เชฟโรเลต" ผู้คัดค้านเป็นกรรมการลูกจ้างและเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน วันที่ 13 มีนาคม 2552 คณะกรรมการสหภาพแรงงานมีมติให้นัดหยุดงาน เวลา 22 นาฬิกา ของวันนั้นผู้คัดค้านเปลือยกายถ่ายรูปทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่หน้าป้ายชื่อบริษัทผู้ร้องและป้ายชื่อ "เชฟโรเลต" เป็นการกระทำไม่ให้เกียรติแก่สถานที่ทำงานของผู้คัดค้าน ลบหลู่ไม่ให้เกียรติแก่ผู้ร้อง ต่อมามีการนำภาพถ่ายดังกล่าวไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศ ย่อมมีผลทำให้ผู้ร้องเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณในทางการค้าของผู้ร้องอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จึงมีเหตุสมควรและเพียงพอให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่าการกระทำของผู้คัดค้านมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้หรือไม่ พฤติกรรมที่ผู้คัดค้านเปลือยกายยืนอยู่ที่หน้าป้ายชื่อบริษัทและป้ายชื่อสินค้าของผู้ร้อง นอกจากเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นไม่ให้เกียรติแก่สถานที่ทำงานของตนเองแล้ว ยังเป็นการลบหลู่ไม่ให้เกียรตินายจ้างของตนอีกด้วย นอกจากนี้ต่อมามีการนำภาพถ่ายดังกล่าวซึ่งมีชื่อบริษัทผู้ร้องและชื่อสินค้าของผู้ร้องปรากฏอยู่ด้วยไปเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซึ่งมีการเผยแพร่ไปทั่วประเทศนั้น ย่อมมีผลทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณในทางการค้าของผู้ร้อง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในเรื่องวินัยและโทษทางวินัย จึงถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่าขณะผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านอยู่ระหว่างที่สหภาพแรงงานบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์สประเทศไทย ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ร้อง ที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นข้อที่ผู้คัดค้านไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบในศาลแรงงานภาค 2 จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน (นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลแรงงานภาค 2 - นางสาวอรกมล เจนนิรมาณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.1329/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น รย220/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น รย756/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554944
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 2",
        "judge": "นางสาวอรกมล เจนนิรมาณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081981117"
    }
}
date
2556
deka_no
7791/2556
deka_running_no
7791
deka_year
2556
department
แรงงาน
judges
[
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายไพโรจน์ โคตรสังข์"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่าการกระทำของผู้คัดค้านมีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้หรือไม่ พฤติกรรมที่ผู้คัดค้านเปลือยกายยืนอยู่ที่หน้าป้ายชื่อบริษัทและป้ายชื่อสินค้าของผู้ร้อง นอกจากเป็นการกระทำที่ดูหมิ่นไม่ให้เกียรติแก่สถานที่ทำงานของตนเองแล้ว ยังเป็นการลบหลู่ไม่ให้เกียรตินายจ้างของตนอีกด้วย นอกจากนี้ต่อมามีการนำภาพถ่ายดังกล่าวซึ่งมีชื่อบริษัทผู้ร้องและชื่อสินค้าของผู้ร้องปรากฏอยู่ด้วยไปเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซึ่งมีการเผยแพร่ไปทั่วประเทศนั้น ย่อมมีผลทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณในทางการค้าของผู้ร้อง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องในเรื่องวินัยและโทษทางวินัย จึงถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรและเพียงพอที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้ ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่าขณะผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านอยู่ระหว่างที่สหภาพแรงงานบริษัทเจนเนอรัลมอเตอร์สประเทศไทย ยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ร้อง ที่ผู้ร้องมายื่นคำร้องคดีนี้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นข้อที่ผู้คัดค้านไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบในศาลแรงงานภาค 2 จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
รย220/2552
primary_red_case_no
รย756/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000368.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.1329/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556