คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13581/2556 ฉบับเต็ม

#554949
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13581/2556 บริษัทอี.ที.ชลบุรีขนส่ง (1996) จำกัด โจทก์ นางสาวสาคร สนธิเจริญ ในฐานะ พนักงานตรวจแรงงาน จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) โจทก์ประกอบกิจการขนส่งทางบก ไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้การดื่มสุราในขณะลูกจ้างรอเวลาขับรถบรรทุกไปส่งสินค้าให้ลูกค้าเป็นความผิด แต่มีระเบียบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเมื่อพนักงานขับรถบรรทุกไปรับสินค้าจากลูกค้าแล้วนำรถมาจอดไว้ในบริเวณที่ทำการของโจทก์จังหวัดชลบุรี ห้ามพนักงานขับรถดังกล่าวดื่มสุรา เป็นการออกระเบียบเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานขับรถบรรทุกที่รอเวลาขับรถบรรทุกสินค้าไปส่งสินค้าให้ลูกค้ามีอาการเมาสุราจากการดื่มสุราและอาจยังมีอาการเมาต่อเนื่องไปจนถึงเวลาต้องปฏิบัติหน้าที่ขับรถไปส่งสินค้าให้ลูกค้า การขับรถในขณะเมาสุราเป็นความผิดต่อกฎหมายซึ่งมีโทษทางอาญา อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายอันจะทำให้โจทก์เสียหาย และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกด้วยระเบียบของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ว. เป็นลูกจ้างของโจทก์ตำแหน่งพนักงานขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ว. เมาสุราในเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ขณะที่รอให้ถึงเวลา 2 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นเพื่อขับรถบรรทุกสินค้าจากที่ทำการโจทก์จังหวัดชลบุรีไปส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดปทุมธานี แม้ ว. สามารถไปส่งสินค้าให้ลูกค้าและขับรถมาจอดที่สำนักงานโจทก์จังหวัดชลบุรีโดยปลอดภัย ก็ต้องถือว่า ว. ฝ่าฝืนระเบียบอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของโจทก์ผู้เป็นนายจ้างเป็นกรณีร้ายแรง โจทก์เลิกจ้าง ว. ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรีที่ 201/2549 ฉบับลงวันที่ 12 ธันวาคม 2549 และคืนเงินค่าชดเชย 37,800 บาท และเงินประกัน 2,800 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าการกระทำของนายวุฒิเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของโจทก์กรณีร้ายแรงและโจทก์ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่นายวุฒิตามคำสั่งของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้การดื่มสุราในขณะพนักงานขับรถบรรทุกรอเวลาขับรถบรรทุกไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าเป็นความผิด แต่การที่โจทก์มีระเบียบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเมื่อพนักงานขับรถบรรทุกไปรับสินค้าจากลูกค้าของโจทก์แล้วนำรถบรรทุกมาจอดไว้บริเวณที่ทำการของโจทก์จังหวัดชลบุรี ห้ามพนักงานขับรถดังกล่าวดื่มสุรานั้น ย่อมเห็นได้ว่าการออกระเบียบหรือคำสั่งดังกล่าวเพื่อป้องกันมิให้พนักงานขับรถบรรทุกที่รอเวลาขับรถบรรทุกสินค้าไปส่งให้แก่ลูกค้าของโจทก์มีอาการเมาสุราจากการดื่มสุราและอาจยังคงมีอาการเมาต่อเนื่องไปจนถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ขับรถบรรทุกไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า เพราะการขับรถในขณะเมาสุรานอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายอันมีโทษทางอาญาแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้โดยง่ายอันจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกด้วย ระเบียบของโจทก์นับว่าชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม การที่นายวุฒิมีอาการเมาสุราในช่วงเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ขณะที่รอให้ถึงเวลา 2 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นเพื่อขับรถบรรทุกสินค้าจากที่ทำการโจทก์จังหวัดชลบุรีไปส่งให้แก่ลูกค้าที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งเป็นระยะทางไกล แม้จะไม่ได้ความแน่ชัดว่าขณะขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อไปส่งสินค้านายวุฒิยังคงอยู่ในอาการเมาสุรา และนายวุฒิสามารถขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยไม่ได้รับความเสียหายและขับกลับมาจอดที่ทำการโจทก์จังหวัดชลบุรีโดยปลอดภัยก็ตาม ก็ต้องถือว่านายวุฒิฝ่าฝืนระเบียบอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของโจทก์ผู้เป็นนายจ้างเป็นกรณีที่ร้ายแรงแล้ว เมื่อโจทก์เลิกจ้างนายวุฒิด้วยเหตุดังกล่าวโจทก์จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่นายวุฒิจึงไม่ถูกต้อง มีเหตุสมควรที่จะเพิกถอนคำสั่งในส่วนนี้ ที่ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งที่ 201/2549 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ของจำเลยเฉพาะในส่วนที่สั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่นายวุฒิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 2 (ปดารณี ลัดพลี-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-อนันต์ ชุมวิสูตร) ศาลแรงงานภาค 2 - นายพันธ์เทพ เปรมประเสริฐสุข แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.2359/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ7/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ515/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
554949
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 2",
        "judge": "นายพันธ์เทพ เปรมประเสริฐสุข"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979884"
    }
}
date
2556
deka_no
13581/2556
deka_running_no
13581
deka_year
2556
department
แรงงาน
judges
[
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "อนันต์ ชุมวิสูตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทอี.ที.ชลบุรีขนส่ง (1996) จำกัด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวสาคร สนธิเจริญ ในฐานะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พนักงานตรวจแรงงาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรีที่ 201/2549 ฉบับลงวันที่ 12 ธันวาคม 2549 และคืนเงินค่าชดเชย 37,800 บาท และเงินประกัน 2,800 บาท ให้แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าการกระทำของนายวุฒิเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของโจทก์กรณีร้ายแรงและโจทก์ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่นายวุฒิตามคำสั่งของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้การดื่มสุราในขณะพนักงานขับรถบรรทุกรอเวลาขับรถบรรทุกไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าเป็นความผิด แต่การที่โจทก์มีระเบียบไม่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเมื่อพนักงานขับรถบรรทุกไปรับสินค้าจากลูกค้าของโจทก์แล้วนำรถบรรทุกมาจอดไว้บริเวณที่ทำการของโจทก์จังหวัดชลบุรี ห้ามพนักงานขับรถดังกล่าวดื่มสุรานั้น ย่อมเห็นได้ว่าการออกระเบียบหรือคำสั่งดังกล่าวเพื่อป้องกันมิให้พนักงานขับรถบรรทุกที่รอเวลาขับรถบรรทุกสินค้าไปส่งให้แก่ลูกค้าของโจทก์มีอาการเมาสุราจากการดื่มสุราและอาจยังคงมีอาการเมาต่อเนื่องไปจนถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ขับรถบรรทุกไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า เพราะการขับรถในขณะเมาสุรานอกจากจะเป็นความผิดต่อกฎหมายอันมีโทษทางอาญาแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้โดยง่ายอันจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกด้วย ระเบียบของโจทก์นับว่าชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม การที่นายวุฒิมีอาการเมาสุราในช่วงเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ขณะที่รอให้ถึงเวลา 2 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นเพื่อขับรถบรรทุกสินค้าจากที่ทำการโจทก์จังหวัดชลบุรีไปส่งให้แก่ลูกค้าที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งเป็นระยะทางไกล แม้จะไม่ได้ความแน่ชัดว่าขณะขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อไปส่งสินค้านายวุฒิยังคงอยู่ในอาการเมาสุรา และนายวุฒิสามารถขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยไม่ได้รับความเสียหายและขับกลับมาจอดที่ทำการโจทก์จังหวัดชลบุรีโดยปลอดภัยก็ตาม ก็ต้องถือว่านายวุฒิฝ่าฝืนระเบียบอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของโจทก์ผู้เป็นนายจ้างเป็นกรณีที่ร้ายแรงแล้ว เมื่อโจทก์เลิกจ้างนายวุฒิด้วยเหตุดังกล่าวโจทก์จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (4) คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่นายวุฒิจึงไม่ถูกต้อง มีเหตุสมควรที่จะเพิกถอนคำสั่งในส่วนนี้ ที่ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งที่ 201/2549 ลงวันที่ 12 ธันวาคม 2549 ของจำเลยเฉพาะในส่วนที่สั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่นายวุฒิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 2
opensearch_id
primary_black_case_no
พ7/2550
primary_red_case_no
พ515/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000357.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.2359/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556