คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8159/2557 ฉบับเต็ม

#559097
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8159/2557 นางสมร สุขสวัสดิ์ โจทก์ นางณฤหัส พันธ์โท กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 158 (6) ป.อ. มาตรา 192, มาตรา 264, มาตรา 268 การใช้เอกสารปลอมเป็นการกระทำอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ฐานหนึ่ง แม้มาตรา 268 วรรคแรก บัญญัติว่า ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 ... ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ ก็ตาม แต่มิใช่จะถือว่าเป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผิดนั้น ๆ เมื่อโจทก์บรรยายการกระทำความผิดในฐานนี้มาในคำฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. เฉพาะมาตรา 264 มิได้ระบุมาตรา 268 ด้วย จะถือว่าความผิดตามฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างเป็นความผิดอยู่ในตัวเอง อันจะทำให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันใช้เอกสารปลอมตามที่พิจารณาได้ความหาได้ไม่ คำฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6) แม้ บ. เคยทำบันทึกข้อตกลงให้ที่ดินของตนตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หลังจากที่พี่สาวของโจทก์ปลดจำนองแล้ว แต่เมื่อขณะเกิดเหตุกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นของ บ. ความเสียหายเกิดจากการร่วมกันปลอมหนังสือมอบอำนาจ จึงเกิดขึ้นแก่ บ. เท่านั้น โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสาร ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 352 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ให้ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าว ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคสอง, 268 วรรคแรก เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นผู้ทำปลอมเอกสารนั้นเอง จึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง แต่กระทงเดียว จำคุกคนละ 6 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า เมื่อคำขอท้ายฟ้องโจทก์ไม่ได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ศาลจะลงโทษจำเลยทั้งสองได้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายนั้น เห็นว่า การใช้เอกสารปลอมเป็นการกระทำอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ฐานหนึ่ง แม้มาตรา 268 วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 .... ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ" ก็ตาม แต่ก็มิใช่จะถือว่าเป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผิดนั้น ๆ เมื่อโจทก์บรรยายการกระทำความผิดในฐานนี้มาในคำฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะมาตรา 264 มิได้ระบุมาตรา 268 ด้วย จะถือว่าความผิดตามฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างเป็นความผิดอยู่ในตัวเอง อันจะทำให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมตามที่พิจารณาได้ความหาได้ไม่ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 ที่จำเลยทั้งสองให้นางบุญพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจ นางบุญยังมีชีวิตอยู่ และนางบุญถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 แม้ได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ว่า นางบุญเคยทำบันทึกข้อตกลงให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 20763 ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หลังจากที่นางละเอียด พี่สาวของโจทก์ปลดจำนองเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่เมื่อขณะเกิดเหตุกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นของนางบุญ ความเสียหายอันเกิดจากการร่วมกันปลอมหนังสือมอบอำนาจจึงเกิดขึ้นแก่นางบุญเท่านั้น โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสาร ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน (ไมตรี สุเทพากุล-เกษม เกษมปัญญา-ปกรณ์ มหรรณพ) ศาลแขวงราชบุรี - นายวิชล วิมุตติสุข ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายทรงกลด บุญชูกุศล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1625/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ258/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1238/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
559097
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงราชบุรี",
        "judge": "นายวิชล วิมุตติสุข"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายทรงกลด บุญชูกุศล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977034"
    }
}
date
2557
deka_no
8159/2557
deka_running_no
8159
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "ไมตรี สุเทพากุล",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "ปกรณ์ มหรรณพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 158 (6)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192",
            "ม. 264",
            "ม. 268"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสมร สุขสวัสดิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางณฤหัส พันธ์โท กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 352

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ให้ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าว ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคสอง, 268 วรรคแรก เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นผู้ทำปลอมเอกสารนั้นเอง จึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง แต่กระทงเดียว จำคุกคนละ 6 เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า เมื่อคำขอท้ายฟ้องโจทก์ไม่ได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ศาลจะลงโทษจำเลยทั้งสองได้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้ายนั้น เห็นว่า การใช้เอกสารปลอมเป็นการกระทำอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ฐานหนึ่ง แม้มาตรา 268 วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 .... ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ" ก็ตาม แต่ก็มิใช่จะถือว่าเป็นความผิดฐานเดียวกันกับความผิดนั้น ๆ เมื่อโจทก์บรรยายการกระทำความผิดในฐานนี้มาในคำฟ้อง แต่คำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเฉพาะมาตรา 264 มิได้ระบุมาตรา 268 ด้วย จะถือว่าความผิดตามฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างเป็นความผิดอยู่ในตัวเอง อันจะทำให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมตามที่พิจารณาได้ความหาได้ไม่ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 ที่จำเลยทั้งสองให้นางบุญพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจ นางบุญยังมีชีวิตอยู่ และนางบุญถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2554 แม้ได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ว่า นางบุญเคยทำบันทึกข้อตกลงให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 20763 ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หลังจากที่นางละเอียด พี่สาวของโจทก์ปลดจำนองเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่เมื่อขณะเกิดเหตุกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นของนางบุญ ความเสียหายอันเกิดจากการร่วมกันปลอมหนังสือมอบอำนาจจึงเกิดขึ้นแก่นางบุญเท่านั้น โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสาร ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ258/2555
primary_red_case_no
อ1238/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000332.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1625/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557