คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1939/2557 ฉบับเต็ม

#559103
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1939/2557 นางสาวพรทิพย์ ม่วงทอง โจทก์ บริษัทวัฒนะบ้านและที่ดิน จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 เมื่อศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาคำร้องนั้นแล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยทำนองว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์ส่งสำเนาคำฟ้องและสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้แก่ พ. จะไม่ชอบก็เป็นเพียงเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อจะรับอุทธรณ์ของโจทก์หรือไม่เท่านั้น และผลที่สุดศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นที่สุด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91, 350 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้เรียกนางพวงเพชร เข้ามาเป็นจำเลยที่ 5 จำเลยทั้งสี่คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้แก่นางพวงเพชรว่าจะคัดค้านหรือไม่ ให้โจทก์นำส่งภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ก่อนและขอให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้โจทก์นำส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้โจทก์ดำเนินการตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 29 เมษายน 2556 โดยเคร่งครัด โดยแนบสำเนาคำฟ้องให้บุคคลภายนอกด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลทำรายงานว่า โจทก์ไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ถือว่าโจทก์ทิ้งคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ฟ้อง แต่ศาลมีอำนาจฟังความทุกฝ่ายก่อนที่จะมีคำสั่ง แม้จะเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้โอกาสในการชี้แจงก่อนที่ต้องแต่งทนายเข้าแก้ต่าง เมื่อทนายโจทก์ไม่นำส่งสำเนาคำร้องตามคำสั่งศาล ศาลสั่งทิ้งคำร้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงไม่รับอุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น โดยให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาคำร้องนั้น แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยทำนองว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์นำส่งสำเนาคำฟ้องและสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้แก่นางพวงเพชรจะไม่ชอบ ก็เป็นเพียงเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อจะรับอุทธรณ์ของโจทก์หรือไม่เท่านั้น และผลที่สุดศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นที่สุดตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกาได้อีก แม้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของโจทก์ (โสฬส สุวรรณเนตร์-เกษม เกษมปัญญา-ไมตรี สุเทพากุล) ศาลแขวงนนทบุรี - นายบุญชัย ภูรีเสถียร ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - ไม่ปรากฏชื่อ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4322/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ820/2556 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4727/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
559103
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนนทบุรี",
        "judge": "นายบุญชัย ภูรีเสถียร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "ไม่ปรากฏชื่อ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081978514"
    }
}
date
2557
deka_no
1939/2557
deka_running_no
1939
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "โสฬส สุวรรณเนตร์",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "ไมตรี สุเทพากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 198 ทวิ"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวพรทิพย์ ม่วงทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทวัฒนะบ้านและที่ดิน จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 91, 350 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้เรียกนางพวงเพชร เข้ามาเป็นจำเลยที่ 5 จำเลยทั้งสี่คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้แก่นางพวงเพชรว่าจะคัดค้านหรือไม่ ให้โจทก์นำส่งภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ก่อนและขอให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้โจทก์นำส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้โจทก์ดำเนินการตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 29 เมษายน 2556 โดยเคร่งครัด โดยแนบสำเนาคำฟ้องให้บุคคลภายนอกด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลทำรายงานว่า โจทก์ไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่ศาลมีคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ถือว่าโจทก์ทิ้งคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้แก้ฟ้อง แต่ศาลมีอำนาจฟังความทุกฝ่ายก่อนที่จะมีคำสั่ง แม้จะเป็นบุคคลภายนอกเพื่อให้โอกาสในการชี้แจงก่อนที่ต้องแต่งทนายเข้าแก้ต่าง เมื่อทนายโจทก์ไม่นำส่งสำเนาคำร้องตามคำสั่งศาล ศาลสั่งทิ้งคำร้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงไม่รับอุทธรณ์

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น โดยให้ยกคำร้องของโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาคำร้องนั้น แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยทำนองว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์นำส่งสำเนาคำฟ้องและสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องให้แก่นางพวงเพชรจะไม่ชอบ ก็เป็นเพียงเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกขึ้นวินิจฉัยเพื่อจะรับอุทธรณ์ของโจทก์หรือไม่เท่านั้น และผลที่สุดศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นที่สุดตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกาได้อีก แม้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ820/2556
primary_red_case_no
อ4727/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000345.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4322/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557