คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556 ฉบับเต็ม

#559131
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18325/2556 บริษัทหลักทรัพย์ เอบีเอ็น แอมโร เอเซีย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางวารุณี ชัยกุลเสรีวงศ์หรือชัยกุลเสรีวงค์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 234, มาตรา 247, มาตรา 252 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จำเลยจะเลือกอุทธรณ์เฉพาะคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลไปยังศาลอุทธรณ์เพียงอย่างเดียวหาได้ไม่ กรณีต้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,159,392.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นฎีกาพร้อมยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไป 30 วัน ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2550 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2550 ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 ศาลชั้นต้นอนุญาตตามขอ และต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตให้เป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2550" ครั้นวันที่ 21 สิงหาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2550 ให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันเดียวกันนั้น จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ภายหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา จำเลยยื่นฎีกาพร้อมยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไป 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2550 ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตตามขอ และต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตให้เป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2550" ครั้นวันที่ 21 สิงหาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2550 ให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันเดียวกันนั้น เห็นว่า การที่จำเลยยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จำเลยจะเลือกอุทธรณ์เฉพาะคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลไปยังศาลอุทธรณ์เพียงอย่างเดียวหาได้ไม่ กรณีต้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยมาจึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (พันวะสา บัวทอง-นวลน้อย ผลทวี-พิศล พิรุณ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอนุรักษ์ บุญนิธี ศาลอุทธรณ์ - นายสถาพร ดาโรจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2508/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ15214/2541 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ14871/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
559131
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายอนุรักษ์ บุญนิธี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสถาพร ดาโรจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979415"
    }
}
date
2556
deka_no
18325/2556
deka_running_no
18325
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "พันวะสา บัวทอง",
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "พิศล พิรุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 234",
            "ม. 247",
            "ม. 252"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทหลักทรัพย์ เอบีเอ็น แอมโร เอเซีย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวารุณี ชัยกุลเสรีวงศ์หรือชัยกุลเสรีวงค์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,159,392.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยยื่นฎีกาพร้อมยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไป 30 วัน ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2550 ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2550 ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 ศาลชั้นต้นอนุญาตตามขอ และต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตให้เป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2550" ครั้นวันที่ 21 สิงหาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2550 ให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันเดียวกันนั้น

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ภายหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา จำเลยยื่นฎีกาพร้อมยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2550 ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไป 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2550 ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตตามขอ และต่อมาวันที่ 23 กรกฎาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตให้เป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2550" ครั้นวันที่ 21 สิงหาคม 2550 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาออกไปอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2550 ให้ยกคำร้อง และมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในวันเดียวกันนั้น เห็นว่า การที่จำเลยยื่นฎีกาและยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 จำเลยจะเลือกอุทธรณ์เฉพาะคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลไปยังศาลอุทธรณ์เพียงอย่างเดียวหาได้ไม่ กรณีต้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ดังกล่าว ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยมาจึงเป็นการไม่ชอบ และไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ15214/2541
primary_red_case_no
พ14871/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000353.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2508/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556