คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20799/2556 ฉบับเต็ม

#559132
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20799/2556 กองทุนเปิดอเบอร์ดีน ตราสารหนี้ระยะสั้น 1 โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน บริษัทปิกนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกันทั้งสองสัญญามีข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องเงินตามบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สองบัญชี ให้แก่ผู้คัดค้านเป็นผู้รับโอนโดยเฉพาะเจาะจงและผู้คัดค้านได้บอกกล่าวการโอนไปยังบริษัท บ. และ ฟ. ซึ่งเป็นลูกหนี้ของจำเลยตามสัญญาจ้างแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องจึงมีผลครบถ้วนสมบูรณ์ที่จะยกขึ้นต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง แต่การโอนสิทธิเรียกร้องของผู้คัดค้านที่รับโอนสิทธิมาก็เพื่อเป็นประกันหนี้สินของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านเท่านั้น และในระหว่างที่เป็นประกันหนี้ของจำเลยหากจำเลยไม่ผิดสัญญาที่มีต่อผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านก็ยังไม่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องที่รับโอนเงินดังกล่าว และเงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของจำเลยทั้งสองบัญชี กรณีจึงเป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านยังไม่ได้บังคับตามสิทธิเรียกร้อง แต่ได้ถูกโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิเรียกร้องฟ้องคดีต่อศาลจนศาลมีคำพิพากษาแล้วทำการอายัดบังคับชำระหนี้ไปก่อนที่ผู้คัดค้านจะใช้สิทธิเรียกร้อง เมื่อผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิเรียกร้องโดยยังมิได้บังคับใช้สิทธิเรียกร้องจึงไม่อาจใช้ยันต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ทำการอายัดไปก่อนได้ ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีทั้งสอง และมีหน้าที่ต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองให้แก่กรมบังคับคดี ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 50,010,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) สาขาราชวงศ์ 4 บัญชี คือ บัญชีเลขที่ 043 - 1 - 25497 - 4, 043 - 0 - 13003 - 1, 043 - 1 - 24852 - 4 และ 043 - 1 - 25682 - 9 และให้ส่งเงินที่อายัดให้แก่กรมบังคับคดี ผู้ถูกอายัดส่งเงินที่อายัดบางส่วน โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลเรียกผู้ถูกอายัดมาไต่สวน ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้มีคำสั่งคืนเงินดังกล่าวแก่ผู้คัดค้านด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านโอนเงินจากบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 จำนวนเงิน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ ที่อายัดไว้ให้แก่กรมบังคับคดีภายใน 30 วัน ยกคำร้องคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0- 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ของผู้คัดค้าน สาขาราชวงศ์ และให้กรมบังคับคดีส่งเงินจำนวน 387,085.48 บาท และ2,672,333.69 บาท ที่อายัดไปคืนให้แก่ผู้คัดค้านภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ฟังหรือถือว่าได้ฟังคำพิพากษาฉบับนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2550 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการอายัดเงินฝากของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้าน สาขาราชวงศ์ ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ 4 บัญชี รวมเป็นเงิน 27,413,972 บาท ผู้คัดค้านนำส่งเงินตามบัญชีเลขที่ 043 - 1 - 24852 - 4 และ 043 - 1 - 25682 - 9 ส่วนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ส่งเงินมาเพียง 387,085.48 บาท และ 2,672,333.69 บาท ตามลำดับ คงมีเงินเหลือในบัญชีทั้งสองบัญชีจำนวน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 เป็นจำนวนเงิน 387,085.48 บาท และ 2,672,333.69 บาท ตามลำดับหรือไม่และผู้คัดค้านจะต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองอีกจำนวน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ ให้แก่กรมบังคับคดีตามที่มีคำสั่งอายัดหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกัน ระบุในข้อ 3 ว่า การโอนสิทธิเรียกร้องในสัญญาดังกล่าวเป็นการโอนเพื่อประกันหนี้สินทุกประเภทของผู้โอนที่มีต่อผู้รับโอน และจำเลยผู้โอนสิทธิเรียกร้องมีเจตนาให้ผู้คัดค้านถือเป็นหลักประกันจนกว่าผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้ ผู้คัดค้านมิได้มีเจตนาใช้สิทธิเรียกร้องเงินฝากตามบัญชีดังกล่าวให้ตกเป็นของผู้คัดค้าน ไม่ปรากฏว่ามีการหักเงินหรือถอนเงินออกจากบัญชีที่ถูกอายัดแต่อย่างใด ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลผูกพันระหว่างจำเลยและผู้คัดค้าน ไม่ถือว่าเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องนั้น เห็นว่า แม้สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกันทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2548 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ตามลำดับ ทั้งสองสัญญามีข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องเงินตามบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ให้แก่ผู้คัดค้านเป็นผู้รับโอนโดยเฉพาะเจาะจงและผู้คัดค้านได้บอกกล่าวการโอนไปยังบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นลูกหนี้ของจำเลยตามสัญญาจ้างแล้ว ปรากฏตามหนังสือบอกกล่าว การโอนสิทธิเรียกร้องจึงมีผลครบถ้วนสมบูรณ์ที่จะยกขึ้นต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภาย นอกได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่การโอนสิทธิเรียกร้องของผู้คัดค้านที่รับโอนสิทธิมาก็เพื่อเป็นประกันหนี้สินของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านเท่านั้น และในระหว่างที่เป็นประกันหนี้ของจำเลยหากจำเลยไม่ผิดสัญญาที่มีต่อผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านก็ยังไม่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องที่รับโอนเงินดังกล่าว และเงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของจำเลยทั้งสองบัญชี กรณีจึงเป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านยังไม่ได้บังคับตามสิทธิเรียกร้อง แต่ได้ถูกโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิเรียก ร้องฟ้องคดีต่อศาลจนศาลมีคำพิพากษาแล้วทำการอายัดบังคับชำระหนี้ไปก่อนที่ผู้คัดค้านจะใช้สิทธิเรียกร้อง เมื่อผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิเรียกร้องโดยยังมิได้บังคับใช้สิทธิเรียกร้อง จึงไม่อาจใช้ยันต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ทำการอายัดไปก่อนได้ ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีทั้งสอง และมีหน้าที่ต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองให้แก่กรมบังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทธิโชค เทพไตรรัตน์-ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอรุณรัตน์ ศรีพิเชียร ศาลอุทธรณ์ - นายสถาพร วงศ์ตระกูลรักษา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2596/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ840/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ7053/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
559132
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายอรุณรัตน์ ศรีพิเชียร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสถาพร วงศ์ตระกูลรักษา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979086"
    }
}
date
2556
deka_no
20799/2556
deka_running_no
20799
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "สุทธิโชค เทพไตรรัตน์",
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์",
    "สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 306 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กองทุนเปิดอเบอร์ดีน ตราสารหนี้ระยะสั้น 1"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทปิกนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 50,010,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) สาขาราชวงศ์ 4 บัญชี คือ บัญชีเลขที่ 043 - 1 - 25497 - 4, 043 - 0 - 13003 - 1, 043 - 1 - 24852 - 4 และ 043 - 1 - 25682 - 9 และให้ส่งเงินที่อายัดให้แก่กรมบังคับคดี ผู้ถูกอายัดส่งเงินที่อายัดบางส่วน โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลเรียกผู้ถูกอายัดมาไต่สวน

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้มีคำสั่งคืนเงินดังกล่าวแก่ผู้คัดค้านด้วย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านโอนเงินจากบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 จำนวนเงิน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ ที่อายัดไว้ให้แก่กรมบังคับคดีภายใน 30 วัน ยกคำร้องคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0- 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ของผู้คัดค้าน สาขาราชวงศ์ และให้กรมบังคับคดีส่งเงินจำนวน 387,085.48 บาท และ2,672,333.69 บาท ที่อายัดไปคืนให้แก่ผู้คัดค้านภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ฟังหรือถือว่าได้ฟังคำพิพากษาฉบับนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2550 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการอายัดเงินฝากของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้าน สาขาราชวงศ์ ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ 4 บัญชี รวมเป็นเงิน 27,413,972 บาท ผู้คัดค้านนำส่งเงินตามบัญชีเลขที่ 043 - 1 - 24852 - 4 และ 043 - 1 - 25682 - 9 ส่วนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ส่งเงินมาเพียง 387,085.48 บาท และ 2,672,333.69 บาท ตามลำดับ คงมีเงินเหลือในบัญชีทั้งสองบัญชีจำนวน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 เป็นจำนวนเงิน 387,085.48 บาท และ 2,672,333.69 บาท ตามลำดับหรือไม่และผู้คัดค้านจะต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองอีกจำนวน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ ให้แก่กรมบังคับคดีตามที่มีคำสั่งอายัดหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกัน ระบุในข้อ 3 ว่า การโอนสิทธิเรียกร้องในสัญญาดังกล่าวเป็นการโอนเพื่อประกันหนี้สินทุกประเภทของผู้โอนที่มีต่อผู้รับโอน และจำเลยผู้โอนสิทธิเรียกร้องมีเจตนาให้ผู้คัดค้านถือเป็นหลักประกันจนกว่าผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้ ผู้คัดค้านมิได้มีเจตนาใช้สิทธิเรียกร้องเงินฝากตามบัญชีดังกล่าวให้ตกเป็นของผู้คัดค้าน ไม่ปรากฏว่ามีการหักเงินหรือถอนเงินออกจากบัญชีที่ถูกอายัดแต่อย่างใด ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลผูกพันระหว่างจำเลยและผู้คัดค้าน ไม่ถือว่าเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องนั้น เห็นว่า แม้สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกันทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2548 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ตามลำดับ ทั้งสองสัญญามีข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องเงินตามบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ให้แก่ผู้คัดค้านเป็นผู้รับโอนโดยเฉพาะเจาะจงและผู้คัดค้านได้บอกกล่าวการโอนไปยังบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นลูกหนี้ของจำเลยตามสัญญาจ้างแล้ว ปรากฏตามหนังสือบอกกล่าว การโอนสิทธิเรียกร้องจึงมีผลครบถ้วนสมบูรณ์ที่จะยกขึ้นต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภาย นอกได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่การโอนสิทธิเรียกร้องของผู้คัดค้านที่รับโอนสิทธิมาก็เพื่อเป็นประกันหนี้สินของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านเท่านั้น และในระหว่างที่เป็นประกันหนี้ของจำเลยหากจำเลยไม่ผิดสัญญาที่มีต่อผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านก็ยังไม่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องที่รับโอนเงินดังกล่าว และเงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของจำเลยทั้งสองบัญชี กรณีจึงเป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านยังไม่ได้บังคับตามสิทธิเรียกร้อง แต่ได้ถูกโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิเรียก ร้องฟ้องคดีต่อศาลจนศาลมีคำพิพากษาแล้วทำการอายัดบังคับชำระหนี้ไปก่อนที่ผู้คัดค้านจะใช้สิทธิเรียกร้อง เมื่อผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิเรียกร้องโดยยังมิได้บังคับใช้สิทธิเรียกร้อง จึงไม่อาจใช้ยันต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ทำการอายัดไปก่อนได้ ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีทั้งสอง และมีหน้าที่ต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองให้แก่กรมบังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ840/2549
primary_red_case_no
พ7053/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000350.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2596/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556