คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11294/2556 ฉบับเต็ม

#559143
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11294/2556 นายบุญหลวย สุขเกษม โจทก์ นายยึด อินต๊ะเทพ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (5), มาตรา 193/34 (2) โจทก์กับจำเลยต่างอยู่ในฐานะผู้ประกอบเกษตรกรรมตามความหมายของ ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (2) แต่เนื่องจากลักษณะการดำเนินการระหว่างกันเป็นเรื่องที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ส่งมอบต้นตอยางพาราและวัสดุแก่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ เพื่อให้จำเลยนำไปเพาะเลี้ยงให้เป็นต้นกล้ายางพาราชำถุงแล้วนำมาขายคืนแก่โจทก์ โดยหักราคาค่าต้นตอยางพารากับค่าวัสดุที่รับไปก่อนนั้นกับต้นกล้ายางพาราที่นำมาส่งมอบ ต้นตอยางพาราที่จำเลยรับไปจากโจทก์เพื่อให้จำเลยเพาะเลี้ยงแล้วนำมาขายคืนแก่โจทก์นั้นเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้นั้นเอง สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงไม่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปี ตามบทกฎหมายดังกล่าว แต่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 534,524.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 395,242 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 395,242 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วดังกล่าวเห็นได้ว่า โจทก์กับจำเลยต่างอยู่ในฐานะผู้ประกอบเกษตรกรรมตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (2) แต่เนื่องจากลักษณะการดำเนินการระหว่างกันเป็นเรื่องที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ส่งมอบต้นตอยางพาราและวัสดุแก่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ เพื่อให้จำเลยนำไปเพาะเลี้ยงให้เป็นต้นกล้ายางพาราชำถุงแล้วนำมาขายคืนแก่โจทก์ โดยหักราคาค่าต้นตอยางพารากับค่าวัสดุที่รับไปก่อนนั้นกับต้นกล้ายางพาราที่นำมาส่งมอบ ต้นตอยางพาราที่จำเลยรับไปจากโจทก์เพื่อให้จำเลยเพาะเลี้ยงแล้วนำมาขายคืนแก่โจทก์นั้นเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้นั้นเอง สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงไม่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปี ตามบทกฎหมายดังกล่าว แต่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าตกอยู่ในบังคับอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30 นั้นก็ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาดังเหตุผลดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อโจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2547 เป็นต้นไปตามมาตรา 193/12 ประกอบมาตรา 203 วรรคหนึ่ง โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2552 คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (รังสรรค์ ดวงพัตรา-บูรณ์ ฐาปนดุลย์-ภาติยะ ดวงมณี) ศาลจังหวัดเชียงราย - นายพลจักร์ คงน้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอำนวย เต้พันธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.859/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ517/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1011/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
559143
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นายพลจักร์ คงน้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายอำนวย เต้พันธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980541"
    }
}
date
2556
deka_no
11294/2556
deka_running_no
11294
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "รังสรรค์ ดวงพัตรา",
    "บูรณ์ ฐาปนดุลย์",
    "ภาติยะ ดวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/33 (5)",
            "ม. 193/34 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายบุญหลวย สุขเกษม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายยึด อินต๊ะเทพ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 534,524.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 395,242 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 395,242 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า จากข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วดังกล่าวเห็นได้ว่า โจทก์กับจำเลยต่างอยู่ในฐานะผู้ประกอบเกษตรกรรมตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (2) แต่เนื่องจากลักษณะการดำเนินการระหว่างกันเป็นเรื่องที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ได้ส่งมอบต้นตอยางพาราและวัสดุแก่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ เพื่อให้จำเลยนำไปเพาะเลี้ยงให้เป็นต้นกล้ายางพาราชำถุงแล้วนำมาขายคืนแก่โจทก์ โดยหักราคาค่าต้นตอยางพารากับค่าวัสดุที่รับไปก่อนนั้นกับต้นกล้ายางพาราที่นำมาส่งมอบ ต้นตอยางพาราที่จำเลยรับไปจากโจทก์เพื่อให้จำเลยเพาะเลี้ยงแล้วนำมาขายคืนแก่โจทก์นั้นเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้นั้นเอง สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงไม่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 2 ปี ตามบทกฎหมายดังกล่าว แต่ตกอยู่ในบังคับอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 193/33 (5) ส่วนที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าตกอยู่ในบังคับอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30 นั้นก็ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาดังเหตุผลดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อโจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2547 เป็นต้นไปตามมาตรา 193/12 ประกอบมาตรา 203 วรรคหนึ่ง โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2552 คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ517/2552
primary_red_case_no
พ1011/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000363.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.859/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556