คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20050/2556 ฉบับเต็ม

#559166
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20050/2556 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายชัชวาลย์หรือชัช แสงสว่าง กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 32, มาตรา 33, มาตรา 58, มาตรา 83, มาตรา 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, มาตรา 57, มาตรา 66, มาตรา 91, มาตรา 100/1, มาตรา 102 คดีก่อนจำเลยที่ 1 ต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 11 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี และภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จำเลยที่ 1 กลับมากระทำความผิดคดีนี้ แม้คดีก่อนจะอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก็ไม่ใช่เหตุที่ศาลชั้นต้นจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ไม่ได้ แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีก่อนให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ จึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษในคดีก่อนที่จะนำมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้อีก อย่างไรก็ตามเมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาในคดีนี้ และโจทก์แก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีก่อน ดังนั้น จึงชอบที่จะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีก่อน ซึ่งเป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะสั่งให้นับโทษต่อได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83, 91 ริบของกลางและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 และ 459/2549 ของศาลจังหวัดชลบุรี เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 10,000 บาท และจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามมาตรา 15 วรรคสาม (3) (ที่ถูก (2)), 66 วรรคสาม ประกอบมาตรา 100/2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 45 ปี และปรับ 1,000,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 46 ปี และปรับ 1,010,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้จำเลยทั้งสองกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 23 ปี และปรับ 505,000 บาท จำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) และ 459/2549 ของศาลจังหวัดชลบุรี อีก 2 ปี 11 เดือน และ 1 ปี ตามลำดับ รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 26 ปี 11 เดือน และปรับ 505,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ส่วนข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายของจำเลยที่ 2 ให้ยกเสีย โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางทั้งสามเครื่องแก่เจ้าของ หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี (ที่ถูก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น) จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกาเฉพาะประเด็นที่โจทก์ขอบวกโทษจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) ของศาลจังหวัดชลบุรี เข้ากับคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) ของศาลจังหวัดชลบุรี มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ชอบหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดจึงไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ และต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2553 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้วนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 11 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี และภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จำเลยที่ 1 กลับมากระทำความผิดคดีนี้อีก ซึ่งจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาดังกล่าว ดังนี้ จำเลยที่ 1 ยังต้องถูกบังคับตามคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าว แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดและอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกา ก็ไม่ใช่เหตุที่ศาลชั้นต้นจะนำโทษจำคุกในคดีอาญาดังกล่าวมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ไม่ได้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์ไม่ได้แก้ฎีกาให้เห็นเป็นอย่างอื่น ดังนี้ ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี ที่จะนำมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้อีก การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาดังกล่าวมีกำหนด 2 ปี 11 เดือน มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ จึงเป็นการไม่ชอบ อย่างไรก็ตามเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรีก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาในคดีนี้ และโจทก์แก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าว ดังนั้น จึงชอบที่จะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าว ซึ่งเป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะสั่งให้นับโทษต่อได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี บวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ แต่ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (โสฬส สุวรรณเนตร์-เกษม เกษมปัญญา-อดิเทพ ถิระวัฒน์) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายนครินทร์ พรสี่ภาค ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา อัชรีวงศ์ไพศาล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3835/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3518/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3724/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
559166
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา",
        "judge": "นายนครินทร์ พรสี่ภาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเดชา อัชรีวงศ์ไพศาล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081979195"
    }
}
date
2556
deka_no
20050/2556
deka_running_no
20050
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "โสฬส สุวรรณเนตร์",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "อดิเทพ ถิระวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 32",
            "ม. 33",
            "ม. 58",
            "ม. 83",
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 57",
            "ม. 66",
            "ม. 91",
            "ม. 100/1",
            "ม. 102"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัชวาลย์หรือชัช แสงสว่าง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83, 91 ริบของกลางและบวกโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 และ 459/2549 ของศาลจังหวัดชลบุรี เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ

จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 10,000 บาท และจำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามมาตรา 15 วรรคสาม (3) (ที่ถูก (2)), 66 วรรคสาม ประกอบมาตรา 100/2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 45 ปี และปรับ 1,000,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 46 ปี และปรับ 1,010,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้จำเลยทั้งสองกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 23 ปี และปรับ 505,000 บาท จำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 5,000 บาท บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) และ 459/2549 ของศาลจังหวัดชลบุรี อีก 2 ปี 11 เดือน และ 1 ปี ตามลำดับ รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 26 ปี 11 เดือน และปรับ 505,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง ส่วนข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายของจำเลยที่ 2 ให้ยกเสีย

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางทั้งสามเครื่องแก่เจ้าของ หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี (ที่ถูก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น)

จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกาเฉพาะประเด็นที่โจทก์ขอบวกโทษจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) ของศาลจังหวัดชลบุรี เข้ากับคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ที่ศาลล่างทั้งสองนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2549 (ที่ถูก 3048/2550) ของศาลจังหวัดชลบุรี มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ชอบหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุดจึงไม่อาจนำโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ได้ และต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2553 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้วนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 11 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี และภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จำเลยที่ 1 กลับมากระทำความผิดคดีนี้อีก ซึ่งจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาดังกล่าว ดังนี้ จำเลยที่ 1 ยังต้องถูกบังคับตามคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าว แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดและอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกา ก็ไม่ใช่เหตุที่ศาลชั้นต้นจะนำโทษจำคุกในคดีอาญาดังกล่าวมาบวกกับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ไม่ได้ แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 11 เดือน และคดีถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์ไม่ได้แก้ฎีกาให้เห็นเป็นอย่างอื่น ดังนี้ ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลรอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี ที่จะนำมาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้อีก การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาดังกล่าวมีกำหนด 2 ปี 11 เดือน มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ จึงเป็นการไม่ชอบ อย่างไรก็ตามเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรีก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาในคดีนี้ และโจทก์แก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าว ดังนั้น จึงชอบที่จะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าว ซึ่งเป็นอำนาจของศาลฎีกาที่จะสั่งให้นับโทษต่อได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี บวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ แต่ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3048/2550 ของศาลจังหวัดชลบุรี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3518/2551
primary_red_case_no
อ3724/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000351.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3835/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556