คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11578/2556 ฉบับเต็ม

#559340
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11578/2556 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร ผู้ร้อง นายสุรศักดิ์ นาคมณี ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 42 ผู้คัดค้านถึงแก่ความตายก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ถือว่าผู้คัดค้านถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการมรณะของคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาคดีไปโดยที่ยังมิได้ดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นการมิได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. ว่าด้วยการพิจารณาตามมาตรา 243 (2) ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 เป็นการไม่ชอบ ศาลชั้นต้นต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 แล้วส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพื่อสั่งเกี่ยวกับการมรณะของผู้คัดค้านแล้วมีคำพิพากษาใหม่ต่อไป การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 และมีคำสั่งรับฎีกาของผู้คัดค้านล้วนเป็นคำสั่งและการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบทรัพย์สิน จำนวน 6 รายการ ดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและมีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินดังกล่าวคืนแก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบเงินสดจำนวน 780 บาท แหวนทองประดับอัญมณีจำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 7.7 กรัม แหวนทองสลักลายดาว จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 3.8 กรัม แหวนทองสลักลายเม็ดทราย จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 7.6 กรัม ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ส่วนคำขออื่นให้ยก ให้คืนเงินสดจำนวน 30,000 บาท สร้อยคอทองลายกระดูกงูพร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 91.2 กรัม และสร้อยคอทองลายลูกโซ่พร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 22.8 กรัม แก่ผู้คัดค้าน ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเงินสดจำนวน 30,000 บาท สร้อยคอทองลายกระดูกงูพร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น และสร้อยคอทองลายลูกโซ่พร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ผู้คัดค้านถึงแก่ความตาย นายประทวน ทายาทของผู้คัดค้าน ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 6 ทำคำพิพากษาแล้วส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังโดยมิได้สั่งคำร้องของผู้ร้องที่ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะก่อน เห็นว่า ผู้คัดค้านถึงแก่ความตายก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ถือว่า ผู้คัดค้านถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการมรณะของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาคดีไปโดยที่ยังมิได้ดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นการมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาตามมาตรา 243 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ศาลชั้นต้นต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 แล้วส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพื่อสั่งเกี่ยวกับการมรณะของผู้คัดค้านแล้วมีคำพิพากษาใหม่ต่อไป การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 และมีคำสั่งรับฎีกาของผู้คัดค้านล้วนเป็นคำสั่งและการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเรื่องการขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้คัดค้านและทำการไต่สวนแล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งและคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี และให้ยกฎีกาของผู้คัดค้าน (จตุรงค์ นาสมใจ-สู่บุญ วุฒิวงษ์-บุญมี ฐิตะศิริ) ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นางวีนา ชินตาปัญญากุล ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายประเสริฐ เลิศพูนวศิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3314/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม4/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม14/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
559340
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกำแพงเพชร",
        "judge": "นางวีนา ชินตาปัญญากุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายประเสริฐ เลิศพูนวศิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980334"
    }
}
date
2556
deka_no
11578/2556
deka_running_no
11578
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "จตุรงค์ นาสมใจ",
    "สู่บุญ วุฒิวงษ์",
    "บุญมี ฐิตะศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 42"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายสุรศักดิ์ นาคมณี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งริบทรัพย์สิน จำนวน 6 รายการ ดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31

ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและมีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินดังกล่าวคืนแก่ผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบเงินสดจำนวน 780 บาท แหวนทองประดับอัญมณีจำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 7.7 กรัม แหวนทองสลักลายดาว จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 3.8 กรัม แหวนทองสลักลายเม็ดทราย จำนวน 1 วง น้ำหนักประมาณ 7.6 กรัม ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ส่วนคำขออื่นให้ยก ให้คืนเงินสดจำนวน 30,000 บาท สร้อยคอทองลายกระดูกงูพร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 91.2 กรัม และสร้อยคอทองลายลูกโซ่พร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น น้ำหนักประมาณ 22.8 กรัม แก่ผู้คัดค้าน

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบเงินสดจำนวน 30,000 บาท สร้อยคอทองลายกระดูกงูพร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น และสร้อยคอทองลายลูกโซ่พร้อมจี้ทองรูปไม้กางเขน จำนวน 1 เส้น ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ผู้คัดค้านถึงแก่ความตาย นายประทวน ทายาทของผู้คัดค้าน ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 6 ทำคำพิพากษาแล้วส่งมาให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังโดยมิได้สั่งคำร้องของผู้ร้องที่ขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะก่อน เห็นว่า ผู้คัดค้านถึงแก่ความตายก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ถือว่า ผู้คัดค้านถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ที่จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการมรณะของคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาคดีไปโดยที่ยังมิได้ดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นการมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาตามมาตรา 243 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เป็นการไม่ชอบ ดังนั้น ศาลชั้นต้นต้องเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 แล้วส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพื่อสั่งเกี่ยวกับการมรณะของผู้คัดค้านแล้วมีคำพิพากษาใหม่ต่อไป การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 และมีคำสั่งรับฎีกาของผู้คัดค้านล้วนเป็นคำสั่งและการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเรื่องการขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้คัดค้านและทำการไต่สวนแล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งและคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี และให้ยกฎีกาของผู้คัดค้าน
opensearch_id
primary_black_case_no
ม4/2549
primary_red_case_no
ม14/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000361.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3314/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556