คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6958/2557 ฉบับเต็ม

#560377
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6958/2557 นางหรือนางสาวเล็ก แซ่อั๊ง โจทก์ นางสมจิตต์ สายคำฟู กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 50 (2) การไม่ยอมลงลายมือชื่อตาม ป.วิ.พ. มาตรา 50 (2) ไม่ได้มีข้อความว่าคู่ความฝ่ายใดที่จะต้องลงลายมือชื่อนั้น จะต้องอยู่รับรู้หรืออยู่ฟังการอ่านรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ การที่จำเลยทั้งสามแถลงต่อศาลแล้วออกจากห้องพิจารณาไปโดยไม่อยู่รอฟังการอ่านรายงานกระบวนพิจารณาของศาลและลงลายมือชื่อ ก็ถือว่าจำเลยทั้งสามไม่ยอมลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาตามความหมายของ ป.วิ.พ. มาตรา 50 (2) เช่นกัน จำเลยทั้งสามจึงไม่อาจอ้างได้ว่ารายงานกระบวนพิจารณาในวันดังกล่าวไม่ชอบ เพราะจำเลยทั้งสามไม่อยู่ลงลายมือชื่อ เมื่อจำเลยทั้งสามแถลงให้ศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยทั้งสามเป็นหนี้ตามฟ้องโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลก็ย่อมรับฟังข้อเท็จจริงตามคำแถลงของจำเลยทั้งสามประกอบพยานหลักฐานอื่นที่โจทก์นำสืบในการพิจารณาและวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 522,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 514,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 552,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 514,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 5,000 บาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 505,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 เมษายน 2553 อันเป็นวันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 2 กรกฎาคม 2553) ต้องไม่เกิน 8,000 บาท ตามขอ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสาม 2 ประการ คือ ประการแรก รายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 20 กันยายน 2553 ที่จำเลยทั้งสามไม่เคยลงลายมือชื่อจะฟังตามที่ศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันซื้อสุกรไปจากโจทก์และเป็นหนี้โจทก์อยู่ 514,000 บาท ได้หรือไม่ กับประการที่สองโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การไม่ยอมลงลายมือชื่อตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 50 (2) นั้น มาตราดังกล่าวไม่ได้มีข้อความว่าคู่ความฝ่ายใดที่จะต้องลงลายมือชื่อนั้น จะต้องอยู่รับรู้หรืออยู่ฟังการอ่านรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ การที่จำเลยทั้งสามแถลงต่อศาลแล้วออกจากห้องพิจารณาไปโดยไม่อยู่รอฟังการอ่านรายงานกระบวนพิจารณาของศาลและลงลายมือชื่อ ก็ถือว่าจำเลยทั้งสามไม่ยอมลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 50 (2) เช่นกัน จำเลยทั้งสามจึงไม่อาจอ้างได้ว่ารายงานกระบวนพิจารณาในวันดังกล่าวไม่ชอบ เพราะจำเลยทั้งสามไม่อยู่ลงลายมือชื่อ เมื่อจำเลยทั้งสามแถลงให้ศาลจดรายงานกระบวนการพิจารณาว่าจำเลยทั้งสามเป็นหนี้ตามฟ้องโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลก็ย่อมรับฟังข้อเท็จจริงตามคำแถลงของจำเลยทั้งสามประกอบพยานหลักฐานอื่นที่โจทก์นำสืบในการพิจารณาและวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ได้ และเมื่อฟังว่าจำเลยทั้งสามซื้อสุกรจากโจทก์แต่ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามที่แถลง ก็ต้องฟังเป็นยุติว่าโจทก์ได้ส่งมอบสุกรให้แก่จำเลยทั้งสามอันเป็นการชำระหนี้บางส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามทั้งสองประการฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พิศล พิรุณ-เสรี เพศประเสริฐ-สมเกียรติ เจริญสวรรค์) ศาลจังหวัดลำปาง - นายวรัญญู แสงศิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวิเศษ นิ่มกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2388/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ448/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ573/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
560377
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำปาง",
        "judge": "นายวรัญญู แสงศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวิเศษ นิ่มกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977357"
    }
}
date
2557
deka_no
6958/2557
deka_running_no
6958
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "พิศล พิรุณ",
    "เสรี เพศประเสริฐ",
    "สมเกียรติ เจริญสวรรค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 50 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางหรือนางสาวเล็ก แซ่อั๊ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสมจิตต์ สายคำฟู กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 522,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 514,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 552,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 514,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 5,000 บาท

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 505,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 เมษายน 2553 อันเป็นวันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 2 กรกฎาคม 2553) ต้องไม่เกิน 8,000 บาท ตามขอ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสาม 2 ประการ คือ ประการแรก รายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 20 กันยายน 2553 ที่จำเลยทั้งสามไม่เคยลงลายมือชื่อจะฟังตามที่ศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันซื้อสุกรไปจากโจทก์และเป็นหนี้โจทก์อยู่ 514,000 บาท ได้หรือไม่ กับประการที่สองโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การไม่ยอมลงลายมือชื่อตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 50 (2) นั้น มาตราดังกล่าวไม่ได้มีข้อความว่าคู่ความฝ่ายใดที่จะต้องลงลายมือชื่อนั้น จะต้องอยู่รับรู้หรืออยู่ฟังการอ่านรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อ การที่จำเลยทั้งสามแถลงต่อศาลแล้วออกจากห้องพิจารณาไปโดยไม่อยู่รอฟังการอ่านรายงานกระบวนพิจารณาของศาลและลงลายมือชื่อ ก็ถือว่าจำเลยทั้งสามไม่ยอมลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 50 (2) เช่นกัน จำเลยทั้งสามจึงไม่อาจอ้างได้ว่ารายงานกระบวนพิจารณาในวันดังกล่าวไม่ชอบ เพราะจำเลยทั้งสามไม่อยู่ลงลายมือชื่อ เมื่อจำเลยทั้งสามแถลงให้ศาลจดรายงานกระบวนการพิจารณาว่าจำเลยทั้งสามเป็นหนี้ตามฟ้องโจทก์และยังไม่ได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลก็ย่อมรับฟังข้อเท็จจริงตามคำแถลงของจำเลยทั้งสามประกอบพยานหลักฐานอื่นที่โจทก์นำสืบในการพิจารณาและวินิจฉัยให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ได้ และเมื่อฟังว่าจำเลยทั้งสามซื้อสุกรจากโจทก์แต่ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามที่แถลง ก็ต้องฟังเป็นยุติว่าโจทก์ได้ส่งมอบสุกรให้แก่จำเลยทั้งสามอันเป็นการชำระหนี้บางส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามทั้งสองประการฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ448/2553
primary_red_case_no
พ573/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000335.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2388/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557