คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6119/2550 ฉบับเต็ม

#561061
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6119/2550 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายนพดล นนท์ขุนทด ผู้ซื้อทรัพย์ นายเด่นชัย แสนนามวงศ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2), มาตรา 296 วรรคห้า พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2), มาตรา 25 (1) จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 แล้วนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีและมีคำขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ เป็นคำสั่งงดการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) โดยเหตุผลที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนก็เพื่อที่จะรอฟังผลการไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 แล้วเนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่วางเงินประกันภายในเวลาที่กำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคห้า มูลเหตุที่ทำให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ย่อมสิ้นสุดลง โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไปโดยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ให้แก่โจทก์ และเมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีของโจทก์ไว้แล้วก็เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแก่โจทก์ตามคำร้องของโจทก์ได้ หาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่ประการใดไม่ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมิใช่คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2) แต่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องหรือคำขอที่ยื่นต่อศาลในคดี ซึ่งผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นเป็นองค์คณะมีอำนาจกระทำได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (1) และมิใช่เป็นการเปลี่ยนผู้พิพากษาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่ากรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้หรือไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2540 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ 653,740.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์ครบถ้วน กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 624 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาด โดยนายนพดล เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 650,000 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 3 กันยายน 2540 และหมายบังคับคดี โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง วันที่ 24 ตุลาคม 2545 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาด (คำร้องขอเพิกถอนหมายบังคับคดี) ยังไม่อนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้โจทก์ ยกคำร้อง ก่อนเริ่มไต่สวนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 วางเงินประกันค่าเสียหาย จำนวน 195,000 บาท ภายในวันที่ 20 มกราคม 2546 เมื่อถึงวันนัดทนายจำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินประกัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปวางเงินภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546 ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินประกันอีก โดยอ้างเหตุว่าจำเลยที่ 2 ได้โอนเงินเข้าบัญชีทนายจำเลยที่ 2 แล้ว แต่ทนายจำเลยที่ 2 ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถนำเงินประกันมาวางศาลได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการวางเงินประกันและยกคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต วันที่ 3 มีนาคม 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอวางเงินประกันค่าเสียหาย และขอให้นัดไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินประกันมาวางตามคำสั่งศาล จึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า ซึ่งศาลมีคำสั่งยกคำร้องไปแล้ว ไม่มีเหตุที่จะรับเงินประกันค่าเสียหายและไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง วันที่ 24 เมษายน 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด (คำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี) ของจำเลยที่ 2 ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546 แล้ว คำสั่งศาลไม่อนุญาตให้จ่ายเงินให้โจทก์ตามคำร้องลงวันที่ 24 ตุลาคม 2545 ย่อมสิ้นผลโดยปริยาย ดังนั้นคำสั่งศาลที่อนุญาตให้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้โจทก์ตามคำสั่งลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ซึ่งมีคำสั่งหลังจากศาลยกคำร้องดังกล่าวแล้ว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ วันที่ 29 เมษายน 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ได้รับเงินจากการขายทอดตลาดไปแล้วจึงถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ประกอบมาตรา 318 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดหรือเพิกถอนคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดียกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ในส่วนที่เกี่ยวกับคำร้องขอขยายเวลาวางเงินประกัน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับมาเพียงประการเดียวว่า คำสั่งศาลชั้นต้นทีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 แล้วนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีและมีคำขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ เป็นคำสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (2) โดยเหตุผลที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนก็เพื่อที่จะรอฟังผลการไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 แล้วเนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่วางเงินประกันภายในเวลาที่กำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า มูลเหตุที่ทำให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ย่อมสิ้นสุดลง โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไปโดยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ให้แก่โจทก์ และเมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีของโจทก์ไว้แล้วก็เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแก่โจทก์ตามคำร้องของโจทก์ได้ หาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่ประการใดไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ผู้พิพากษาที่มีคำสั่งอนุญาตในคำร้องให้โจทก์รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดฉบับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 มิได้นั่งพิจารณาหรือเป็นองค์คณะของผู้พิพากษาที่ว่าคดีนี้และไม่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ที่จะต้องเปลี่ยนผู้พิพากษาที่มีคำสั่งไม่อนุญาตเป็นผู้พิพากษาคนอื่นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมิใช่คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2) แต่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาด คำร้องหรือคำขอที่ยื่นต่อศาลในคดี ซึ่งผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นเป็นองค์คณะมีอำนาจกระทำได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (1) และมิใช่เป็นการเปลี่ยนผู้พิพากษาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่ากรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้ดังที่จำเลยที่ 2 อ้างมาในฎีกาหรือไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-เรวัตร อิศราภรณ์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายสราวุธ มุ่งรวยกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายจักษ์ชัย เยพิทักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
561061
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมุกดาหาร",
        "judge": "นายสราวุธ มุ่งรวยกลาง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายจักษ์ชัย เยพิทักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082014951"
    }
}
date
2550
deka_no
6119/2550
deka_running_no
6119
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 292 (2)",
            "ม. 296 วรรคห้า"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 24 (2)",
            "ม. 25 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "นายนพดล นนท์ขุนทด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเด่นชัย แสนนามวงศ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2540 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ 653,740.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์ครบถ้วน กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 624 ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร ของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาด โดยนายนพดล เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 650,000 บาท

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 3 กันยายน 2540 และหมายบังคับคดี

โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

วันที่ 24 ตุลาคม 2545 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาด (คำร้องขอเพิกถอนหมายบังคับคดี) ยังไม่อนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินให้โจทก์ ยกคำร้อง

ก่อนเริ่มไต่สวนศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 วางเงินประกันค่าเสียหาย จำนวน 195,000 บาท ภายในวันที่ 20 มกราคม 2546 เมื่อถึงวันนัดทนายจำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินประกัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปวางเงินภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546 ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยที่ 2 ขอขยายระยะเวลาการวางเงินประกันอีก โดยอ้างเหตุว่าจำเลยที่ 2 ได้โอนเงินเข้าบัญชีทนายจำเลยที่ 2 แล้ว แต่ทนายจำเลยที่ 2 ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถนำเงินประกันมาวางศาลได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการวางเงินประกันและยกคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

วันที่ 3 มีนาคม 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอวางเงินประกันค่าเสียหาย และขอให้นัดไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ไม่นำเงินประกันมาวางตามคำสั่งศาล จึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า ซึ่งศาลมีคำสั่งยกคำร้องไปแล้ว ไม่มีเหตุที่จะรับเงินประกันค่าเสียหายและไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง

วันที่ 24 เมษายน 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด (คำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี) ของจำเลยที่ 2 ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546 แล้ว คำสั่งศาลไม่อนุญาตให้จ่ายเงินให้โจทก์ตามคำร้องลงวันที่ 24 ตุลาคม 2545 ย่อมสิ้นผลโดยปริยาย ดังนั้นคำสั่งศาลที่อนุญาตให้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้โจทก์ตามคำสั่งลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ซึ่งมีคำสั่งหลังจากศาลยกคำร้องดังกล่าวแล้ว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

วันที่ 29 เมษายน 2546 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ได้รับเงินจากการขายทอดตลาดไปแล้วจึงถือว่าการบังคับคดีได้เสร็จลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ประกอบมาตรา 318 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องเมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดหรือเพิกถอนคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดียกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ในส่วนที่เกี่ยวกับคำร้องขอขยายเวลาวางเงินประกัน จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับมาเพียงประการเดียวว่า คำสั่งศาลชั้นต้นทีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ตามคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 แล้วนำออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีและมีคำขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดี การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่โจทก์ เป็นคำสั่งงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (2) โดยเหตุผลที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนก็เพื่อที่จะรอฟังผลการไต่สวนคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีของจำเลยที่ 2 แล้วเนื่องจากจำเลยที่ 2 ไม่วางเงินประกันภายในเวลาที่กำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคห้า มูลเหตุที่ทำให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ย่อมสิ้นสุดลง โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะขอให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไปโดยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ให้แก่โจทก์ และเมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีของโจทก์ไว้แล้วก็เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแก่โจทก์ตามคำร้องของโจทก์ได้ หาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่ประการใดไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ผู้พิพากษาที่มีคำสั่งอนุญาตในคำร้องให้โจทก์รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดฉบับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546 มิได้นั่งพิจารณาหรือเป็นองค์คณะของผู้พิพากษาที่ว่าคดีนี้และไม่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้ที่จะต้องเปลี่ยนผู้พิพากษาที่มีคำสั่งไม่อนุญาตเป็นผู้พิพากษาคนอื่นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของโจทก์ที่ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมิใช่คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2) แต่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาด คำร้องหรือคำขอที่ยื่นต่อศาลในคดี ซึ่งผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้นเป็นองค์คณะมีอำนาจกระทำได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (1) และมิใช่เป็นการเปลี่ยนผู้พิพากษาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่ากรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้ดังที่จำเลยที่ 2 อ้างมาในฎีกาหรือไม่ คำสั่งศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000667.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550