คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11700/2555 ฉบับเต็ม

#561063
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11700/2555 นางหรือนางสาวสุพรรณิกาหรือมนนพัทธ์ ชนะพันธ์หรือชัยอิทธิรัตนา โจทก์ นายธีรพลหรือนายธัชพล หรือภาดล ชนะพันธ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 267 วรรคหนึ่ง โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีเหตุฉุกเฉิน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 267 วรรคหนึ่ง คำสั่งเช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 เมื่อโจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องหย่าจำเลยที่ 1 และขอแบ่งสินสมรสหลายรายการรวมทั้งที่ดินโฉนดเลขที่ 30805 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉินว่า จำเลยที่ 1 กับพวกหลายคนได้เข้าไปในสิ่งปลูกสร้างแล้วร่วมกันใช้คีมเหล็กตัดกุญแจรั้วเหล็กซึ่งปิดกั้นระหว่างทางเท้ากับตัวอาคาร จากนั้นเข้าไปในตัวอาคารงัดหน้าต่างบานเลื่อนและประตูเลื่อนเหล็กดัดซึ่งใช้สำหรับเปิดปิดทางเข้าตัวอาคาร รวมทั้งได้ตัดสายไฟฟ้าในตัวอาคาร นอกจากนี้จำเลยที่ 1 กับพวกยังร่วมกันถอดรั้วเหล็กส่วนที่ใช้เปิดปิดทางเข้าออก หน้าต่างบานเลื่อนและประตูเหล็กดัดขึ้นรถยนต์กระบะออกไปทำให้ในตัวอาคารไม่มีไฟฟ้าใช้และไม่ปลอดภัยในการพักอาศัย เพราะไม่มีรั้วและประตูเหล็กดัด ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 นำรั้วเหล็ก หน้าต่างบานเลื่อนประตูเลื่อนเหล็กดัดที่งัดออกไปนำกลับไปติดตั้งในสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งต่อสายเมนไฟฟ้าในตัวอาคารและห้ามมิให้จำเลยที่ 1 กระทำการดังกล่าวอีกรวมทั้งห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารเข้าไปรบกวนการครอบครองบ้านหลังดังกล่าวในระหว่างที่โจทก์พักอาศัยจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามขอให้จับกุมหรือกักขังจำเลยที่ 1 หรือมีคำสั่งอย่างอื่นตามที่ศาลเห็นสมควร ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉินตามคำร้องลงวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง (คำขอ) เนื่องจากกรณีไม่มีเหตุฉุกเฉิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคหนึ่ง คำสั่งเช่นว่านี้ให้ถึงที่สุด โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบถือไม่ได้ว่ามีการยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 เมื่อโจทก์ฎีกาต่อมา ฎีกาของโจทก์ก็ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 และยกฎีกาของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ (นพวรรณ อินทรัมพรรย์-เพลินจิต ตั้งพูลสกุล-ปรีดา พูนคำ) ศาลจังหวัดตรังแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายสุประวัติ ฤทธิ์ชู ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวเบญจภา วิฑิตางกูร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
561063
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตรังแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว",
        "judge": "นายสุประวัติ ฤทธิ์ชู"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นางสาวเบญจภา วิฑิตางกูร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985001"
    }
}
date
2555
deka_no
11700/2555
deka_running_no
11700
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "เพลินจิต ตั้งพูลสกุล",
    "ปรีดา พูนคำ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 267 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางหรือนางสาวสุพรรณิกาหรือมนนพัทธ์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ชนะพันธ์หรือชัยอิทธิรัตนา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธีรพลหรือนายธัชพล หรือภาดล ชนะพันธ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องหย่าจำเลยที่ 1 และขอแบ่งสินสมรสหลายรายการรวมทั้งที่ดินโฉนดเลขที่ 30805 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉินว่า จำเลยที่ 1 กับพวกหลายคนได้เข้าไปในสิ่งปลูกสร้างแล้วร่วมกันใช้คีมเหล็กตัดกุญแจรั้วเหล็กซึ่งปิดกั้นระหว่างทางเท้ากับตัวอาคาร จากนั้นเข้าไปในตัวอาคารงัดหน้าต่างบานเลื่อนและประตูเลื่อนเหล็กดัดซึ่งใช้สำหรับเปิดปิดทางเข้าตัวอาคาร รวมทั้งได้ตัดสายไฟฟ้าในตัวอาคาร นอกจากนี้จำเลยที่ 1 กับพวกยังร่วมกันถอดรั้วเหล็กส่วนที่ใช้เปิดปิดทางเข้าออก หน้าต่างบานเลื่อนและประตูเหล็กดัดขึ้นรถยนต์กระบะออกไปทำให้ในตัวอาคารไม่มีไฟฟ้าใช้และไม่ปลอดภัยในการพักอาศัย เพราะไม่มีรั้วและประตูเหล็กดัด ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 นำรั้วเหล็ก หน้าต่างบานเลื่อนประตูเลื่อนเหล็กดัดที่งัดออกไปนำกลับไปติดตั้งในสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งต่อสายเมนไฟฟ้าในตัวอาคารและห้ามมิให้จำเลยที่ 1 กระทำการดังกล่าวอีกรวมทั้งห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารเข้าไปรบกวนการครอบครองบ้านหลังดังกล่าวในระหว่างที่โจทก์พักอาศัยจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามขอให้จับกุมหรือกักขังจำเลยที่ 1 หรือมีคำสั่งอย่างอื่นตามที่ศาลเห็นสมควร

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉินตามคำร้องลงวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง (คำขอ) เนื่องจากกรณีไม่มีเหตุฉุกเฉิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคหนึ่ง คำสั่งเช่นว่านี้ให้ถึงที่สุด โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบถือไม่ได้ว่ามีการยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 เมื่อโจทก์ฎีกาต่อมา ฎีกาของโจทก์ก็ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 และยกฎีกาของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000402.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555