คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6177/2557 ฉบับเต็ม

#562521
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6177/2557 บริษัทแวนบิวฟ์ จำกัด ผู้ร้อง บริษัทแอล.ที.เวอค จำกัด ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 24, มาตรา 40 วรรคสาม (1), มาตรา 40 (ง), มาตรา 40 วรรคสาม (2), มาตรา 40 (ข) คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่าสัญญาจ้างเหมาคดีนี้ไม่ใช่แบบ Turn - Key แต่เป็นสัญญา Design Built จึงจำเป็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่า แม้ไม่ใช่สัญญาจ้างเหมาแบบ Turn - Key ผู้ร้องกระทำผิดสัญญาหรือไม่ เพราะข้ออ้างหลักของคำเสนอข้อพิพาท คือ ผู้ร้องกระทำผิดสัญญา มิใช่ว่าเมื่อสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไม่ใช่สัญญาแบบ Turn - Key เสียแล้วจะต้องตัดประเด็นอื่น ๆ ไปเสียทั้งหมดซึ่งจะทำให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่ตนก่อ อันจะเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น และการที่คำเสนอข้อพิพาทอ้างว่าผู้ร้องทำงานล่าช้า ตอกเสาเข็มไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานวิชาช่าง แล้วขนย้ายคนงานและวัสดุออกไปจากสถานที่ก่อสร้าง อันเป็นการผิดสัญญา ก็หมายความว่าผู้ร้องละทิ้งงานนั่นเอง ดังนั้น ที่คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าผู้ร้องผิดสัญญาเพราะละทิ้งงาน จึงอยู่ในประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ ไม่เป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาท ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นเรื่องสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนสมัครใจตกลงกัน ข้อสัญญาไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และเมื่อฟังได้ว่าคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากไม่ได้วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากในคดีหมายเลขดำที่ 14/2550 คดีหมายเลขแดงที่ 18/2555 ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลแพ่งพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากในคดีนี้วินิจฉัยชี้ขาดเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการว่า ผู้ร้องผิดสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ผู้คัดค้านจึงบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านต่อคณะอนุญาโตตุลาการว่า ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำ คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า 1. ผู้ร้องผิดสัญญาจ้างแบบ Turn - Key หรือไม่ 2. ผู้ร้องจะต้องคืนเงินมัดจำ ชำระค่าปรับ ค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย เสาเข็มและค่าเสียหายอื่น ๆ ตามคำเสนอข้อพิพาทของผู้คัดค้านหรือไม่ เพียงใด ในการพิจารณาคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างคดีนี้ไม่ใช่แบบ Turn - Key แต่เป็นสัญญา Design Built จึงจำเป็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่าแม้ไม่ใช่สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างแบบ Turn - Key ผู้ร้องกระทำผิดสัญญาหรือไม่ เพราะข้ออ้างหลักของคำเสนอข้อพิพาทคือ ผู้ร้องกระทำผิดสัญญา มิใช่ว่าเมื่อสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไม่ใช่สัญญาแบบ Turn - Key เสียแล้วจะต้องตัดประเด็นอื่น ๆ ไปเสียทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ฝ่ายผิดสัญญาไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่ตนก่อ อันจะเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ส่วนข้อที่ผู้ร้องอ้างเหตุในฎีกาด้วยว่า การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องละทิ้งงานเป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทด้วยนั้น เห็นว่า คำเสนอข้อพิพาทอ้างว่าผู้ร้องทำงานล่าช้า ตอกเสาเข็มไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานวิชาช่าง แล้วขนย้ายคนงานและวัสดุออกไปจากสถานที่ก่อสร้าง อันเป็นการผิดสัญญา ซึ่งมีความหมายว่าผู้ร้องละทิ้งงานนั่นเอง ดังนั้น ที่คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องผิดสัญญาเพราะละทิ้งงานจึงอยู่ในประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ และไม่เป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทเช่นกัน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ข้อพิพาทในคดีเป็นเรื่องสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนสมัครใจตกลงกัน ข้อสัญญาไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และดังวินิจฉัยแล้วข้างต้นว่าคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากไม่ได้วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการแต่อย่างใด ดังนั้น การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ (จิรนิติ หะวานนท์-พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว-พิศิฏฐ์ สุดลาภา) ศาลแพ่ง - นายจตุรงค์ บุรมัชนานท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.189/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ3090/2555 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2770/2556 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562521
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายจตุรงค์ บุรมัชนานท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977588"
    }
}
date
2557
deka_no
6177/2557
deka_running_no
6177
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "จิรนิติ หะวานนท์",
    "พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว",
    "พิศิฏฐ์ สุดลาภา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 24",
            "ม. 40 วรรคสาม (1)",
            "ม. 40 (ง)",
            "ม. 40 วรรคสาม (2)",
            "ม. 40 (ข)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทแวนบิวฟ์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทแอล.ที.เวอค จำกัด"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากในคดีหมายเลขดำที่ 14/2550 คดีหมายเลขแดงที่ 18/2555

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลแพ่งพิพากษายกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากในคดีนี้วินิจฉัยชี้ขาดเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการว่า ผู้ร้องผิดสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ผู้คัดค้านจึงบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านต่อคณะอนุญาโตตุลาการว่า ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำ คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า

1. ผู้ร้องผิดสัญญาจ้างแบบ Turn - Key หรือไม่

2. ผู้ร้องจะต้องคืนเงินมัดจำ ชำระค่าปรับ ค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย เสาเข็มและค่าเสียหายอื่น ๆ ตามคำเสนอข้อพิพาทของผู้คัดค้านหรือไม่ เพียงใด

ในการพิจารณาคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างคดีนี้ไม่ใช่แบบ Turn - Key แต่เป็นสัญญา Design Built จึงจำเป็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่าแม้ไม่ใช่สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างแบบ Turn - Key ผู้ร้องกระทำผิดสัญญาหรือไม่ เพราะข้ออ้างหลักของคำเสนอข้อพิพาทคือ ผู้ร้องกระทำผิดสัญญา มิใช่ว่าเมื่อสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างไม่ใช่สัญญาแบบ Turn - Key เสียแล้วจะต้องตัดประเด็นอื่น ๆ ไปเสียทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ฝ่ายผิดสัญญาไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่ตนก่อ อันจะเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ส่วนข้อที่ผู้ร้องอ้างเหตุในฎีกาด้วยว่า การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องละทิ้งงานเป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทด้วยนั้น เห็นว่า คำเสนอข้อพิพาทอ้างว่าผู้ร้องทำงานล่าช้า ตอกเสาเข็มไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานวิชาช่าง แล้วขนย้ายคนงานและวัสดุออกไปจากสถานที่ก่อสร้าง อันเป็นการผิดสัญญา ซึ่งมีความหมายว่าผู้ร้องละทิ้งงานนั่นเอง ดังนั้น ที่คณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้ร้องผิดสัญญาเพราะละทิ้งงานจึงอยู่ในประเด็นที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนดไว้ และไม่เป็นการวินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทเช่นกัน

ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ข้อพิพาทในคดีเป็นเรื่องสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนสมัครใจตกลงกัน ข้อสัญญาไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และดังวินิจฉัยแล้วข้างต้นว่าคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากไม่ได้วินิจฉัยเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการแต่อย่างใด ดังนั้น การยอมรับและการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ3090/2555
primary_red_case_no
พ2770/2556
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000337.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.189/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557