คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7001/2557 ฉบับเต็ม

#562530
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7001/2557 บริษัทจี สตีล จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 344 ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินค่าสินค้าที่โจทก์ชำระไป เนื่องจากจำเลยไม่ส่งมอบสินค้าให้แก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยอ้างว่าโจทก์มีหนี้ค่าเสียหายที่ต้องรับผิดต่อจำเลย จากการไม่ชำระค่าสินค้าและรับมอบสินค้าทั้งหมดภายในกำหนด แต่โจทก์ปฏิเสธความรับผิด เช่นนี้ถือว่าหนี้ค่าเสียหายหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวยังมีข้อต่อสู้อยู่ จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเพื่อให้ได้ข้อยุติว่า โจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยหรือไม่ เพียงใด จำเลยจึงนำหนี้ค่าเสียหายหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าว ซึ่งจำเลยอ้างเพียงฝ่ายเดียวมาหักกลบลบหนี้กับเงินค่าสินค้าของโจทก์ไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 344 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,281,448.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,155,600 บาท นับถัดวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,155,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยโจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า โจทก์สั่งซื้อสินค้าประเภทซิลิคอน แมงกานีส จากจำเลย จำนวน 200 เมตริกตัน โดยอ้างอิง Proforma Invoice ของจำเลยหมายเลข FICO/P2/2009 และสั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากจำเลยอีกครั้งหนึ่ง จำนวน 26 เมตริกตัน โดยอ้างอิง Proforma Invoice ของจำเลยหมายเลข FICO/GS/3/2009 โจทก์ได้ชำระค่าสินค้าและได้รับสินค้าจากจำเลยเป็นคราว ๆ ครั้งที่ 1 จำนวนสินค้า 30 เมตริกตัน ครั้งที่ 2 จำนวนสินค้า 27 เมตริกตัน ครั้งที่ 3 จำนวนสินค้า 27 เมตริกตัน ต่อมาโจทก์สั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากจำเลย จำนวน 27 เมตริกตัน จำเลยแจ้งว่าจะจัดส่งสินค้าให้หลังจากได้รับเงินตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) โจทก์ชำระค่าสินค้าแล้วเป็นเช็คจำนวนเงิน 1,155,600 บาท จำเลยได้รับเงินแล้ว แต่จำเลยไม่ส่งมอบสินค้าให้โจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิหักกลบลบหนี้ค่าเสียหายของจำเลยกับเงินค่าสินค้าของโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ตามใบสั่งซื้อโจทก์จะต้องชำระค่าสินค้าและรับมอบสินค้าทั้งหมดไปจากจำเลยให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2552 โจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระค่าสินค้าและรับมอบสินค้าทั้งหมดภายในกำหนดดังกล่าว ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า จึงขอใช้สิทธิหักกลบลบหนี้กับเงินค่าสินค้าของโจทก์ซึ่งจำเลยได้รับไว้และยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าให้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องใดยังมีข้อต่อสู้อยู่ สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าหาอาจจะเอามาหักกลบลบหนี้ได้ไม่..." เมื่อจำเลยอ้างว่าโจทก์มีหนี้ค่าเสียหายที่ต้องรับผิดต่อจำเลยจากการไม่ชำระค่าสินค้าและรับมอบสินค้าทั้งหมดภายในกำหนด แต่โจทก์ปฏิเสธความรับผิด เช่นนี้ถือว่าหนี้ค่าเสียหายหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวยังมีข้อต่อสู้อยู่ จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเพื่อให้ได้ข้อยุติว่าโจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยหรือไม่ เพียงใด จำเลยจึงนำหนี้ค่าเสียหายหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวซึ่งจำเลยอ้างเพียงฝ่ายเดียวมาหักกลบลบหนี้กับเงินค่าสินค้าของโจทก์ไม่ได้ จำเลยต้องคืนเงินค่าสินค้าที่รับไว้พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุวัจน์ สาสนพิจิตร์ ศาลอุทธรณ์ - นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3119/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1891/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1288/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562530
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุวัจน์ สาสนพิจิตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977265"
    }
}
date
2557
deka_no
7001/2557
deka_running_no
7001
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 344"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทจี สตีล จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,281,448.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,155,600 บาท นับถัดวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,155,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 มกราคม 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยโจทก์และจำเลยไม่โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า โจทก์สั่งซื้อสินค้าประเภทซิลิคอน แมงกานีส จากจำเลย จำนวน 200 เมตริกตัน โดยอ้างอิง Proforma Invoice ของจำเลยหมายเลข FICO/P2/2009 และสั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากจำเลยอีกครั้งหนึ่ง จำนวน 26 เมตริกตัน โดยอ้างอิง Proforma Invoice ของจำเลยหมายเลข FICO/GS/3/2009 โจทก์ได้ชำระค่าสินค้าและได้รับสินค้าจากจำเลยเป็นคราว ๆ ครั้งที่ 1 จำนวนสินค้า 30 เมตริกตัน ครั้งที่ 2 จำนวนสินค้า 27 เมตริกตัน ครั้งที่ 3 จำนวนสินค้า 27 เมตริกตัน ต่อมาโจทก์สั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันจากจำเลย จำนวน 27 เมตริกตัน จำเลยแจ้งว่าจะจัดส่งสินค้าให้หลังจากได้รับเงินตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) โจทก์ชำระค่าสินค้าแล้วเป็นเช็คจำนวนเงิน 1,155,600 บาท จำเลยได้รับเงินแล้ว แต่จำเลยไม่ส่งมอบสินค้าให้โจทก์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิหักกลบลบหนี้ค่าเสียหายของจำเลยกับเงินค่าสินค้าของโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ตามใบสั่งซื้อโจทก์จะต้องชำระค่าสินค้าและรับมอบสินค้าทั้งหมดไปจากจำเลยให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2552 โจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระค่าสินค้าและรับมอบสินค้าทั้งหมดภายในกำหนดดังกล่าว ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสินค้า จึงขอใช้สิทธิหักกลบลบหนี้กับเงินค่าสินค้าของโจทก์ซึ่งจำเลยได้รับไว้และยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าให้ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องใดยังมีข้อต่อสู้อยู่ สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าหาอาจจะเอามาหักกลบลบหนี้ได้ไม่..." เมื่อจำเลยอ้างว่าโจทก์มีหนี้ค่าเสียหายที่ต้องรับผิดต่อจำเลยจากการไม่ชำระค่าสินค้าและรับมอบสินค้าทั้งหมดภายในกำหนด แต่โจทก์ปฏิเสธความรับผิด เช่นนี้ถือว่าหนี้ค่าเสียหายหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวยังมีข้อต่อสู้อยู่ จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเพื่อให้ได้ข้อยุติว่าโจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยหรือไม่ เพียงใด จำเลยจึงนำหนี้ค่าเสียหายหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวซึ่งจำเลยอ้างเพียงฝ่ายเดียวมาหักกลบลบหนี้กับเงินค่าสินค้าของโจทก์ไม่ได้ จำเลยต้องคืนเงินค่าสินค้าที่รับไว้พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1891/2553
primary_red_case_no
พ1288/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000334.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3119/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557