คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4587/2557 ฉบับเต็ม

#562554
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4587/2557 บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางชลอ กลัดสุด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรมของ ส. ผู้ตาย ตามคำฟ้องจึงเป็นการขอให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายรับผิดในผลที่ผู้ตายกระทำละเมิดต่อโจทก์ ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้นจำเลยแถลงติดใจต่อสู้คดีเพียงว่า ผู้ตายไม่ได้เป็นผู้กระทำละเมิดและจำเลยไม่ได้เป็นตัวการในการกระทำละเมิดจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ มีผลเท่ากับจำเลยยอมรับว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย จำเลยจึงเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 วรรคสอง แม้คำขอบังคับของโจทก์จะมิได้ระบุไว้ให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตาย แต่ศาลชั้นต้นย่อมยกบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวขึ้นปรับแก่คดีและพิพากษาให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายได้ มิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 406,181 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 389,706 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสนิท ผู้ตาย ชำระเงินจำนวน 389,706 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 11 มีนาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายที่จำเลยได้รับกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดเกินคำขอของโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์มิได้มีคำขอบังคับให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรม แต่ศาลชั้นต้นกลับพิพากษาให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอบังคับ นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรมของนายสนิท ผู้ตาย ตามคำฟ้องจึงเป็นการขอให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายรับผิดในผลที่ผู้ตายกระทำละเมิดต่อโจทก์ ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น จำเลยแถลงติดใจต่อสู้คดีเพียงว่า ผู้ตายไม่ได้เป็นผู้กระทำละเมิด และจำเลยไม่ได้เป็นตัวการในการกระทำละเมิด จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ดังนี้ มีผลเท่ากับจำเลยยอมรับว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย จำเลยจึงเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 วรรคสอง แม้คำขอบังคับของโจทก์จะมิได้ระบุไว้ให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นย่อมยกบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวขึ้นปรับแก่คดีและพิพากษาให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายได้ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตาย จึงมิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอแต่อย่างใด อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทธินันท์ เสียมสกุล-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-สุนันท์ ชัยชูสอน) ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสมศักดิ์ พนมชัยชยวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.125/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ679/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ700/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562554
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพิจิตร",
        "judge": "นายสมศักดิ์ พนมชัยชยวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977937"
    }
}
date
2557
deka_no
4587/2557
deka_running_no
4587
deka_year
2557
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "สุนันท์ ชัยชูสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางชลอ กลัดสุด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 406,181 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 389,706 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายสนิท ผู้ตาย ชำระเงินจำนวน 389,706 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 11 มีนาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายที่จำเลยได้รับกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดเกินคำขอของโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์มิได้มีคำขอบังคับให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรม แต่ศาลชั้นต้นกลับพิพากษาให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอบังคับ นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทโดยธรรมของนายสนิท ผู้ตาย ตามคำฟ้องจึงเป็นการขอให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายรับผิดในผลที่ผู้ตายกระทำละเมิดต่อโจทก์ ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น จำเลยแถลงติดใจต่อสู้คดีเพียงว่า ผู้ตายไม่ได้เป็นผู้กระทำละเมิด และจำเลยไม่ได้เป็นตัวการในการกระทำละเมิด จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ดังนี้ มีผลเท่ากับจำเลยยอมรับว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย จำเลยจึงเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 วรรคสอง แม้คำขอบังคับของโจทก์จะมิได้ระบุไว้ให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นย่อมยกบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวขึ้นปรับแก่คดีและพิพากษาให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายได้ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตาย จึงมิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอแต่อย่างใด อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ679/2552
primary_red_case_no
พ700/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000340.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.125/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557