คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6947/2557 ฉบับเต็ม

#562575
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6947/2557 บริษัท เอ็น วาย เค โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ร้อง นายสายพิณ มณีวงศ์ ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ผู้ร้องประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าที่เป็นวัตถุอันตรายและสินค้าทั่วไป แม้ผู้คัดค้านทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันเคมีซึ่งเป็นวัตถุอันตราย แต่ก็ไม่มีข้อตกลงว่าผู้ร้องจะมอบหมายงานให้ผู้คัดค้านขับรถบรรทุกสินค้าทั่วไปไม่ได้ ทั้งผู้คัดค้านมีใบอนุญาตขับรถที่สามารถขับรถบรรทุกได้ทุกประเภท เมื่องานด้านบรรทุกสารเคมีลดลง การที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ผู้คัดค้านขับรถบรรทุกหัวลากนำสินค้าจากบริษัทไปส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง จากนั้นให้ไปรับสารเคมีที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพื่อเตรียมนำส่งให้แก่ลูกค้า จึงไม่ใช่การเพิ่มหน้าที่และเพิ่มงาน แต่เป็นการใช้อำนาจบริหารงานภายในบริษัทให้เหมาะสมเท่านั้น มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ทั้งมิใช่เป็นการกลั่นแกล้งผู้คัดค้านเนื่องจากผู้คัดค้านไม่ได้รับมอบหมายจากสหภาพแรงงานให้เข้าร่วมฟังผลการสอบสวนพนักงานที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน และไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่ผู้คัดค้านจะต้องอยู่รอฟังผลการสอบสวน ผู้คัดค้านจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาดังกล่าว การที่ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามจึงเป็นการฝ่าฝืนวินัย ต้องถูกพิจารณาโทษตามลักษณะแห่งความผิดตามข้อบังคับการทำงานของผู้ร้อง ที่ศาลแรงงานภาค ๒ อนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยตักเตือนเป็นหนังสือจึงเหมาะสมแล้ว ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยตักเตือนเป็นหนังสือและพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างมีกำหนด 7 วัน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานภาค 2 พิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างโดยตักเตือนเป็นหนังสือ คำขออื่นให้ยก ผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า การกระทำของผู้คัดค้านมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านตามคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 หรือไม่ ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ร้องมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านไปขับรถบรรทุกสินค้าทั่วไปโดยผู้คัดค้านไม่ยินยอมเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณเนื่องจากเป็นการเพิ่มหน้าที่และเพิ่มงาน และผู้คัดค้านเป็นตัวแทนสหภาพแรงงานและกรรมการลูกจ้างจึงมีหน้าที่ต้องดูแลลูกจ้างในแผนกที่มีปัญหาโดยไม่ต้องได้รับมอบหมายจากสหภาพแรงงานนั้น เห็นว่า ผู้ร้องประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าหลายประเภททั้งสินค้าที่เป็นวัตถุอันตรายและสินค้าทั่วไป แม้ ผู้คัดค้านทำงานให้ผู้ร้องในตำแหน่งพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันเคมีซึ่งเป็นวัตถุอันตราย แต่ก็ไม่มีข้อตกลงว่าผู้ร้องจะมอบหมายงานให้ผู้คัดค้านขับรถบรรทุกสินค้าทั่วไปไม่ได้ ทั้งผู้คัดค้านมีใบอนุญาตขับรถประเภท 4 ซึ่งสามารถขับรถบรรทุกได้ทุกประเภท เมื่อปรากฏว่าในช่วงเกิดเหตุงานด้านบรรทุกสารเคมีมีจำนวนลดลง การที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ผู้คัดค้านขับรถบรรทุกหัวลากนำสินค้าจากบริษัทไปส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง จากนั้นให้ขับรถบรรทุกไปรับสารเคมีที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพื่อเตรียมนำส่งให้แก่ลูกค้า จึงไม่ใช่การเพิ่มหน้าที่และเพิ่มงาน แต่เป็นการใช้อำนาจในการบริหารงานภายในบริษัทให้เหมาะสมเท่านั้น มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างแต่อย่างใด ทั้งมิใช่เป็นการกลั่นแกล้งผู้คัดค้านเนื่องจากผู้คัดค้านไม่ได้รับมอบหมายจากสหภาพแรงงานให้เข้าร่วมฟังผลการสอบสวนพนักงานที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน และไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่ผู้คัดค้านจะต้องอยู่รอฟังผลการสอบสวนพนักงานดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาดังกล่าว การที่ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามจึงเป็นการฝ่าฝืนวินัยต้องถูกพิจารณาโทษตามลักษณะแห่งความผิดตามข้อบังคับการทำงานของผู้ร้อง ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยตักเตือนเป็นหนังสือจึงเหมาะสมตามลักษณะแห่งความผิดของผู้คัดค้านแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปดารณี ลัดพลี -นิยุต สุภัทรพาหิรผล-สุนทร ทรงฤกษ์) ศาลแรงงานภาค 2 - นายดำรงค์ ทรัพยผล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.1507/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น รย348/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น รย78/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562575
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานภาค 2",
        "judge": "นายดำรงค์ ทรัพยผล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977359"
    }
}
date
2557
deka_no
6947/2557
deka_running_no
6947
deka_year
2557
department
แรงงาน
judges
[
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "สุนทร ทรงฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัท เอ็น วาย เค โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายสายพิณ มณีวงศ์"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยตักเตือนเป็นหนังสือและพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างมีกำหนด 7 วัน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลแรงงานภาค 2 พิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างโดยตักเตือนเป็นหนังสือ คำขออื่นให้ยก

ผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า การกระทำของผู้คัดค้านมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านตามคำสั่งศาลแรงงานภาค 2 หรือไม่ ที่ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ร้องมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านไปขับรถบรรทุกสินค้าทั่วไปโดยผู้คัดค้านไม่ยินยอมเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณเนื่องจากเป็นการเพิ่มหน้าที่และเพิ่มงาน และผู้คัดค้านเป็นตัวแทนสหภาพแรงงานและกรรมการลูกจ้างจึงมีหน้าที่ต้องดูแลลูกจ้างในแผนกที่มีปัญหาโดยไม่ต้องได้รับมอบหมายจากสหภาพแรงงานนั้น เห็นว่า ผู้ร้องประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าหลายประเภททั้งสินค้าที่เป็นวัตถุอันตรายและสินค้าทั่วไป แม้ ผู้คัดค้านทำงานให้ผู้ร้องในตำแหน่งพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันเคมีซึ่งเป็นวัตถุอันตราย แต่ก็ไม่มีข้อตกลงว่าผู้ร้องจะมอบหมายงานให้ผู้คัดค้านขับรถบรรทุกสินค้าทั่วไปไม่ได้ ทั้งผู้คัดค้านมีใบอนุญาตขับรถประเภท 4 ซึ่งสามารถขับรถบรรทุกได้ทุกประเภท เมื่อปรากฏว่าในช่วงเกิดเหตุงานด้านบรรทุกสารเคมีมีจำนวนลดลง การที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ผู้คัดค้านขับรถบรรทุกหัวลากนำสินค้าจากบริษัทไปส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง จากนั้นให้ขับรถบรรทุกไปรับสารเคมีที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพื่อเตรียมนำส่งให้แก่ลูกค้า จึงไม่ใช่การเพิ่มหน้าที่และเพิ่มงาน แต่เป็นการใช้อำนาจในการบริหารงานภายในบริษัทให้เหมาะสมเท่านั้น มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างแต่อย่างใด ทั้งมิใช่เป็นการกลั่นแกล้งผู้คัดค้านเนื่องจากผู้คัดค้านไม่ได้รับมอบหมายจากสหภาพแรงงานให้เข้าร่วมฟังผลการสอบสวนพนักงานที่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน และไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นอย่างไรที่ผู้คัดค้านจะต้องอยู่รอฟังผลการสอบสวนพนักงานดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาดังกล่าว การที่ผู้คัดค้านไม่ปฏิบัติตามจึงเป็นการฝ่าฝืนวินัยต้องถูกพิจารณาโทษตามลักษณะแห่งความผิดตามข้อบังคับการทำงานของผู้ร้อง ที่ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยตักเตือนเป็นหนังสือจึงเหมาะสมตามลักษณะแห่งความผิดของผู้คัดค้านแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
รย348/2551
primary_red_case_no
รย78/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000335.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.1507/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557