คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2556 ฉบับเต็ม

#562579
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2556 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายจินตวีร์ สุเสวี กับพวก โจทก์ร่วม นายไชยพงศ์ ลิ่มสมบูรณ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 80, มาตรา 288, มาตรา 295 โจทก์ร่วมทั้งสองลงลายมือชื่อท้ายคำร้องจำเลยวันที่ 28 ธันวาคม 2549 ว่า โจทก์ร่วมทั้งสองตกลงยอมรับค่าเสียหายดังกล่าวข้างต้นและได้รับไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ติดใจเรียกร้องอย่างอื่นอีกและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งทางแพ่งและทางอาญาอีกต่อไป แปลความหมายได้ว่าโจทก์ร่วมทั้งสองไม่ติดใจหรือประสงค์ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์อีกต่อไป โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่อาจฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองมาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ และมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมทั้งสองถอนคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 288, 295, 297 ริบมีดปอกผลไม้และลูกเหล็กดัมเบลของกลาง จำเลยให้การว่า กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบและไม่สามารถบังคับตนเองได้ ระหว่างพิจารณา นายจินตวีร์ ผู้เสียหายที่ 1 และนางสาวเลิศลักษณ์ ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 295 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 ปี คำรับสารภาพชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ประกอบกับจำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาลโจทก์ร่วมทั้งสองและผู้เสียหายที่ 3 และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมทั้งสองและผู้เสียหายที่ 3 จนพอใจและไม่ติดใจเอาความ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี คืนมีดปอกผลไม้และลูกเหล็กดัมเบลของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 และ 295 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรกำหนด เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดพยายามฆ่าโจทก์ร่วมทั้งสองนั้น เห็นว่า โจทก์ร่วมทั้งสองลงลายมือชื่อท้ายคำร้องจำเลยลงวันที่ 28 ธันวาคม 2549 ว่า โจทก์ร่วมทั้งสองตกลงยอมรับค่าเสียหายดังกล่าวข้างต้นและได้รับไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ติดใจเรียกร้องอย่างอื่นอีกและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งทางแพ่งและทางอาญาอีกต่อไป แปลความหมายได้ว่าโจทก์ร่วมทั้งสองไม่ติดใจหรือประสงค์ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์อีกต่อไป โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่อาจฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองมาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้และมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมทั้งสองถอนคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องหรือไม่ และมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยแทงทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 โดยไม่รู้ตัวและไม่รู้สาระสำคัญว่ากำลังแทงทำร้ายโจทก์ร่วมทั้งสองหรือไม่ ซึ่งเห็นควรวินิจฉัยรวมกันไป เห็นว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การตามบันทึกคำให้การว่า จำเลยไม่รู้สึกตัวว่าได้ใช้อาวุธมีดและลูกเหล็กดัมเบลทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่รายงานการตรวจวินิจฉัยทางนิติจิตเวชสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ คณะผู้ตรวจรักษาได้ประชุมสรุปผลการตรวจว่า ผลการตรวจวินิจฉัยทางนิติเวชในขณะนี้ไม่พบความผิดปกติทางสมองและการนอนหลับที่เป็นสาเหตุของความผิดปกติของพฤติกรรม อันนำไปสู่การก่อคดี เมื่อพิจารณาบันทึกสรุปการประชุมวินิจฉัยทางนิติจิตเวช (แพทย์) ครั้งที่ 2 แล้ว มีแพทย์เข้าร่วมประชุม ลงนาม 6 คน จริงอยู่แม้บันทึกสรุปการประชุมวินิจฉัยทางนิติจิตเวช (แพทย์) ครั้งที่ 1 มีแพทย์เข้าร่วมประชุมลงนาม 7 คน จะให้ความเห็นเรื่อง Sleep Walking และ Sleep Apnea Syndrome แปลว่า การเดินขณะหลับ เดินละเมอ และกลุ่มอาการของโรคที่เกิดขึ้นพร้อมกันจากภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ แต่คณะแพทย์ไม่ได้สรุปผลการประชุมดังกล่าว การวินิจฉัยทางคลินิกครั้งที่ 2 ระบุว่า No significant abn. Finding แปลว่า ไม่พบความผิดปกติที่สำคัญ ดังนี้ รายงานการตรวจวินิจฉัยทางนิติจิตเวช สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพแพทย์โดยเฉพาะแพทย์คนที่ 1 มีตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยว่า จำเลยละเมอกระทำความผิดไม่รู้สำนึกในการที่กระทำ ไม่ได้กระทำโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสอง ไม่ต้องรับผิดในทางอาญาตามมาตรา 59 วรรคแรก อันแตกต่างขัดแย้งกับผลการประชุมของคณะแพทย์และได้ความว่าผู้เสียหายที่ 1 ถูกแทงที่หลัง 8 แผล หน้าอก 1 แผล รักษาประมาณ 6 เดือน ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ผู้เสียหายที่ 2 ถูกแทงที่หน้าอกซ้ายมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอด ถูกแทงบริเวณชายโครงขวาทะลุกระบังลม ตับและกระเพาะ รักษาประมาณ 3 เดือน ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ดังนั้น พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาทำร้ายเท่านั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (สุรพันธุ์ ละอองมณี-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-สมสันต์ ศุภศาสตรสิน) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายดำรง ยาน้ำทอง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางมยุรี วัฒนวรลักษณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1088/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1322/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5663/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562579
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายดำรง ยาน้ำทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางมยุรี วัฒนวรลักษณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982340"
    }
}
date
2556
deka_no
1798/2556
deka_running_no
1798
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "สุรพันธุ์ ละอองมณี",
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "สมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 80",
            "ม. 288",
            "ม. 295"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายจินตวีร์ สุเสวี กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไชยพงศ์ ลิ่มสมบูรณ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 288, 295, 297 ริบมีดปอกผลไม้และลูกเหล็กดัมเบลของกลาง

จำเลยให้การว่า กระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบและไม่สามารถบังคับตนเองได้

ระหว่างพิจารณา นายจินตวีร์ ผู้เสียหายที่ 1 และนางสาวเลิศลักษณ์ ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 295 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 ปี คำรับสารภาพชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ประกอบกับจำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาลโจทก์ร่วมทั้งสองและผู้เสียหายที่ 3 และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมทั้งสองและผู้เสียหายที่ 3 จนพอใจและไม่ติดใจเอาความ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี คืนมีดปอกผลไม้และลูกเหล็กดัมเบลของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 และ 295 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรกำหนด เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้ยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดพยายามฆ่าโจทก์ร่วมทั้งสองนั้น เห็นว่า โจทก์ร่วมทั้งสองลงลายมือชื่อท้ายคำร้องจำเลยลงวันที่ 28 ธันวาคม 2549 ว่า โจทก์ร่วมทั้งสองตกลงยอมรับค่าเสียหายดังกล่าวข้างต้นและได้รับไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ติดใจเรียกร้องอย่างอื่นอีกและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งทางแพ่งและทางอาญาอีกต่อไป แปลความหมายได้ว่าโจทก์ร่วมทั้งสองไม่ติดใจหรือประสงค์ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์อีกต่อไป โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่อาจฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสองมาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้และมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมทั้งสองถอนคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องหรือไม่ และมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยแทงทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 โดยไม่รู้ตัวและไม่รู้สาระสำคัญว่ากำลังแทงทำร้ายโจทก์ร่วมทั้งสองหรือไม่ ซึ่งเห็นควรวินิจฉัยรวมกันไป เห็นว่า ชั้นสอบสวนจำเลยให้การตามบันทึกคำให้การว่า จำเลยไม่รู้สึกตัวว่าได้ใช้อาวุธมีดและลูกเหล็กดัมเบลทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่รายงานการตรวจวินิจฉัยทางนิติจิตเวชสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ คณะผู้ตรวจรักษาได้ประชุมสรุปผลการตรวจว่า ผลการตรวจวินิจฉัยทางนิติเวชในขณะนี้ไม่พบความผิดปกติทางสมองและการนอนหลับที่เป็นสาเหตุของความผิดปกติของพฤติกรรม อันนำไปสู่การก่อคดี เมื่อพิจารณาบันทึกสรุปการประชุมวินิจฉัยทางนิติจิตเวช (แพทย์) ครั้งที่ 2 แล้ว มีแพทย์เข้าร่วมประชุม ลงนาม 6 คน จริงอยู่แม้บันทึกสรุปการประชุมวินิจฉัยทางนิติจิตเวช (แพทย์) ครั้งที่ 1 มีแพทย์เข้าร่วมประชุมลงนาม 7 คน จะให้ความเห็นเรื่อง Sleep Walking และ Sleep Apnea Syndrome แปลว่า การเดินขณะหลับ เดินละเมอ และกลุ่มอาการของโรคที่เกิดขึ้นพร้อมกันจากภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ แต่คณะแพทย์ไม่ได้สรุปผลการประชุมดังกล่าว การวินิจฉัยทางคลินิกครั้งที่ 2 ระบุว่า No significant abn. Finding แปลว่า ไม่พบความผิดปกติที่สำคัญ ดังนี้ รายงานการตรวจวินิจฉัยทางนิติจิตเวช สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพแพทย์โดยเฉพาะแพทย์คนที่ 1 มีตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยว่า จำเลยละเมอกระทำความผิดไม่รู้สำนึกในการที่กระทำ ไม่ได้กระทำโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสอง ไม่ต้องรับผิดในทางอาญาตามมาตรา 59 วรรคแรก อันแตกต่างขัดแย้งกับผลการประชุมของคณะแพทย์และได้ความว่าผู้เสียหายที่ 1 ถูกแทงที่หลัง 8 แผล หน้าอก 1 แผล รักษาประมาณ 6 เดือน ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ผู้เสียหายที่ 2 ถูกแทงที่หน้าอกซ้ายมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอด ถูกแทงบริเวณชายโครงขวาทะลุกระบังลม ตับและกระเพาะ รักษาประมาณ 3 เดือน ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ ดังนั้น พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาทำร้ายเท่านั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1322/2549
primary_red_case_no
อ5663/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000379.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1088/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556