คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11092/2556 ฉบับเต็ม

#562582
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11092/2556 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายชัยรัตน์ โพธิ์สัย จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, มาตรา 55, มาตรา 72 วรรคหนึ่ง, มาตรา 78 วรรคหนึ่ง อาวุธปืนของกลางสามารถใช้ยิงได้กับกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 (5.56 มิลลิเมตร) แสดงให้เห็นว่าอาวุธปืนของกลางถูกดัดแปลงแก้ไขจนสามารถใช้ยิงกับกระสุนปืนเล็กกลของกลางได้ เจตนาในการมีอาวุธปืนของกลางและกระสุนปืนเล็กกลของกลางของจำเลย จึงมีความประสงค์เดียวกันเพื่อที่จะใช้กระสุนปืนเล็กกลของกลางเข้ากับอาวุธปืนของกลาง ทั้งอาวุธปืนและกระสุนปืนมีไว้ในครอบครองด้วยกัน โดยกระสุนปืนนั้นเป็นกระสุนปืนที่ใช้ยิงได้กับอาวุธปืน ซึ่งถือว่าเป็นกรรมเดียว เช่นนี้ การกระทำของจำเลยในการมีอาวุธปืนของกลางและกระสุนปืนเล็กกลของกลางจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376, 91, 32, 33 ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง จำคุก 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน 5 วัน ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่ง และให้ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง จำคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้นเป็นจำคุก 1 ปี 9 เดือน 5 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยในความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานนี้และลงโทษมา จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษากลับกัน จำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามบทบัญญัติใด ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และมีภาระที่ต้องดูแลบิดามารดาดังที่อ้างมาในฎีกาก็ตามแต่ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคามที่จำเลยไม่คัดค้าน ปรากฏว่าจำเลยได้อาวุธปืนของกลางมาโดยการซื้อในระหว่างเป็นนักศึกษา ทั้งยังขวนขวายหากระสุนปืนของกลางมาใช้กับอาวุธปืนของกลางอีกด้วยผิดปกติวิสัยของนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทุ่มเทความสนใจไปกับการศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตที่ก้าวหน้าต่อไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายอันจะบั่นทอนอนาคตของตนลง ใช่แต่เพียงนี้ลำพังแต่เพียงมีปากเสียงกับพี่เขย จำเลยถึงกับไปเอาอาวุธปืนของกลางมาจากหอพักไปใช้ยิงข่มขู่ที่หน้าร้านค้า เป็นการประพฤติตนดุจนักเลงอันธพาล คดีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลย ส่วนที่จำเลยขอให้ลงโทษสถานเบานั้นก็ปรากฏว่าโทษจำคุกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วางมาก่อนที่จะลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น เป็นอัตราโทษขั้นต่ำสุดอยู่แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจวางโทษให้เบาไปกว่านี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดโทษมาและไม่รอการลงโทษนั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ดี อาวุธปืนของกลางสามารถใช้ยิงได้กับกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 (5.56 มิลลิเมตร) ดังที่โจทก์กล่าวบรรยายมาในฟ้องข้อ 1 (ง) และกล่าวมาในข้อ 2 ว่า เจ้าพนักงานยึดได้ปลอกกระสุนขนาด .22 (ที่ถูก .223) (5.56 มิลลิเมตร) จำนวน 1 ปลอก ตามฟ้องข้อ 1 (ข) ซึ่งก็คือปลอกกระสุนของกระสุนปืนเล็กกลอันเป็นเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าอาวุธปืนของกลางถูกดัดแปลงแก้ไขจนสามารถใช้ยิงกับกระสุนปืนเล็กกลของกลางได้ เจตนาในการมีอาวุธปืนของกลางและกระสุนปืนเล็กกลของกลางของจำเลยจึงมีความประสงค์เดียวกันเพื่อที่จะใช้กระสุนปืนเล็กกลของกลางเข้ากับอาวุธปืนของกลางไม่ต่างจากกรณีการมีอาวุธปืนและกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ทั้งอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองด้วยกัน โดยกระสุนปืนนั้นเป็นกระสุนปืนที่ใช้ยิงได้กับอาวุธปืน ซึ่งถือว่าเป็นกรรมเดียว เช่นนี้ การกระทำของจำเลยในการมีอาวุธปืนของกลางและกระสุนปืนเล็กกลของกลางจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทมิใช่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนกระทงหนึ่ง และฐานมีกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้อีกกระทงหนึ่งดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามา ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่งและมาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ อันเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 2 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานพาอาวุธปืนและยิงปืนโดยใช่เหตุแล้ว รวมเป็นจำคุก 1 ปี 3 เดือน 5 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 (สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์-อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย-สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์) ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายกิตตภัฎ โหรชัยยะ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายบุญส่ง โพธิ์พุทธชัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1267/2556 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1784/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2363/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562582
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมหาสารคาม",
        "judge": "นายกิตตภัฎ โหรชัยยะ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายบุญส่ง โพธิ์พุทธชัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081980558"
    }
}
date
2556
deka_no
11092/2556
deka_running_no
11092
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์",
    "อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย",
    "สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 55",
            "ม. 72 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 78 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัยรัตน์ โพธิ์สัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376, 91, 32, 33 ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่มีทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน และฐานยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง จำคุก 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 9 เดือน 5 วัน ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่ง และให้ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง จำคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้นเป็นจำคุก 1 ปี 9 เดือน 5 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยในความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานนี้และลงโทษมา จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษากลับกัน จำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามบทบัญญัติใด ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน และมีภาระที่ต้องดูแลบิดามารดาดังที่อ้างมาในฎีกาก็ตามแต่ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคามที่จำเลยไม่คัดค้าน ปรากฏว่าจำเลยได้อาวุธปืนของกลางมาโดยการซื้อในระหว่างเป็นนักศึกษา ทั้งยังขวนขวายหากระสุนปืนของกลางมาใช้กับอาวุธปืนของกลางอีกด้วยผิดปกติวิสัยของนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทุ่มเทความสนใจไปกับการศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตที่ก้าวหน้าต่อไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายอันจะบั่นทอนอนาคตของตนลง ใช่แต่เพียงนี้ลำพังแต่เพียงมีปากเสียงกับพี่เขย จำเลยถึงกับไปเอาอาวุธปืนของกลางมาจากหอพักไปใช้ยิงข่มขู่ที่หน้าร้านค้า เป็นการประพฤติตนดุจนักเลงอันธพาล คดีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลย ส่วนที่จำเลยขอให้ลงโทษสถานเบานั้นก็ปรากฏว่าโทษจำคุกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วางมาก่อนที่จะลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น เป็นอัตราโทษขั้นต่ำสุดอยู่แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจวางโทษให้เบาไปกว่านี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดโทษมาและไม่รอการลงโทษนั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อย่างไรก็ดี อาวุธปืนของกลางสามารถใช้ยิงได้กับกระสุนปืนเล็กกลขนาด .223 (5.56 มิลลิเมตร) ดังที่โจทก์กล่าวบรรยายมาในฟ้องข้อ 1 (ง) และกล่าวมาในข้อ 2 ว่า เจ้าพนักงานยึดได้ปลอกกระสุนขนาด .22 (ที่ถูก .223) (5.56 มิลลิเมตร) จำนวน 1 ปลอก ตามฟ้องข้อ 1 (ข) ซึ่งก็คือปลอกกระสุนของกระสุนปืนเล็กกลอันเป็นเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าอาวุธปืนของกลางถูกดัดแปลงแก้ไขจนสามารถใช้ยิงกับกระสุนปืนเล็กกลของกลางได้ เจตนาในการมีอาวุธปืนของกลางและกระสุนปืนเล็กกลของกลางของจำเลยจึงมีความประสงค์เดียวกันเพื่อที่จะใช้กระสุนปืนเล็กกลของกลางเข้ากับอาวุธปืนของกลางไม่ต่างจากกรณีการมีอาวุธปืนและกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ทั้งอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองด้วยกัน โดยกระสุนปืนนั้นเป็นกระสุนปืนที่ใช้ยิงได้กับอาวุธปืน ซึ่งถือว่าเป็นกรรมเดียว เช่นนี้ การกระทำของจำเลยในการมีอาวุธปืนของกลางและกระสุนปืนเล็กกลของกลางจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทมิใช่เป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนกระทงหนึ่ง และฐานมีกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้อีกกระทงหนึ่งดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามา ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองประกอบมาตรา 225

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่งและมาตรา 55, 78 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานมีเครื่องกระสุนปืนชนิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ อันเป็นบทหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 2 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดฐานพาอาวุธปืนและยิงปืนโดยใช่เหตุแล้ว รวมเป็นจำคุก 1 ปี 3 เดือน 5 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1784/2554
primary_red_case_no
อ2363/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000363.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1267/2556
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556