คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6585/2557 ฉบับเต็ม

#562599
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6585/2557 พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นายทัศนัย มีสุข จำเลย ป.อ. มาตรา 80 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 45 จุดด่านตรวจที่จับกุมจำเลยได้อยู่ห่างจากเรือนจำประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นจุดตรวจค้นพบของกลางเท่านั้น ยังไม่ใช่จุดปฏิบัติการบังคับเครื่องบินซึ่งจำเลยเคยมาทดสอบการใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุมาแล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยจะปฏิบัติการบังคับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เข้าเรือนจำจึงอยู่ใกล้เรือนจำซึ่งสามารถกระทำได้ การกระทำของจำเลยถือว่าได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้เสียก่อน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามนำโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำ อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 4, 45, 58 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83 ริบเครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสาร และหมวกนิรภัยติดกล้องขยาย 1 ชุด เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุ 1 เครื่อง แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ก้อนใหญ่ แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ก้อนเล็ก อุปกรณ์ชาร์จหรือแปลงไฟ จำนวน 1 อัน วิทยุบังคับเฮลิคอปเตอร์พร้อมกล่อง จำนวน 1 ชุด ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 55 (ที่ถูก 45) วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 ลงโทษจำคุก 8 เดือน ริบเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์สื่อสาร หมวกนิรภัยติดกล้องขยาย จำนวน 1 ชุด เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับวิทยุ จำนวน 1 เครื่อง แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ก้อนใหญ่ แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ก้อนเล็ก อุปกรณ์ชาร์จไฟ จำนวน 1 ชุด วิทยุบังคับเฮลิคอปเตอร์พร้อมกล่อง จำนวน 1 ชุดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จุดที่ตรวจค้นพบของกลางอยู่ห่างจากเรือนจำกลางคลองไผ่ถึง 10 กิโลเมตร จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะสามารถใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวจากจุดที่ถูกจับกุมบังคับให้ไปส่งของที่เรือนจำกลางคลองไผ่ได้นั้น นายเผด็จพยานโจทก์เบิกความว่า จำเลยเคยมาทดสอบการใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุอยู่บริเวณทิศใต้ของเรือนจำซึ่งอยู่ห่างจากกำแพงสูงประมาณ 50 เมตร เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 จึงได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุอยู่ท้ายรถหลายเครื่องและพบอาวุธปืนอยู่ในรถ เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและจำเป็นเร่งด่วน ปรากฏตามบันทึกการจับโดยเจ้าพนักงาน เห็นว่า คดีนี้จุดด่านตรวจที่จับกุมจำเลยได้ เป็นจุดตรวจค้นพบของกลางเท่านั้น ยังไม่ใช่จุดปฏิบัติการบังคับเครื่องบินซึ่งจำเลยเคยมาทดสอบการใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุอยู่ทางทิศใต้ของกำแพงเรือนจำมาแล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยจะปฏิบัติการบังคับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เข้าเรือนจำจึงอยู่ใกล้เรือนจำซึ่งสามารถกระทำได้ มิใช่ระยะห่างถึง 10 กิโลเมตร ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย การกระทำของจำเลยถือว่าได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้เสียก่อน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามนำโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำ อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (วิทยา วีระประจักษ์-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร-จักษ์ชัย เยพิทักษ์) ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นางศราพร วงศ์พิทักษ์โรจน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2365/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ210/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1454/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562599
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสีคิ้ว",
        "judge": "นางศราพร วงศ์พิทักษ์โรจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081977482"
    }
}
date
2557
deka_no
6585/2557
deka_running_no
6585
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "วิทยา วีระประจักษ์",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร",
    "จักษ์ชัย เยพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 80"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2479",
        "sections": [
            "ม. 45"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทัศนัย มีสุข"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 4, 45, 58 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83 ริบเครื่องมือสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสาร และหมวกนิรภัยติดกล้องขยาย 1 ชุด เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุ 1 เครื่อง แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ก้อนใหญ่ แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ก้อนเล็ก อุปกรณ์ชาร์จหรือแปลงไฟ จำนวน 1 อัน วิทยุบังคับเฮลิคอปเตอร์พร้อมกล่อง จำนวน 1 ชุด ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 55 (ที่ถูก 45) วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 ลงโทษจำคุก 8 เดือน ริบเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์สื่อสาร หมวกนิรภัยติดกล้องขยาย จำนวน 1 ชุด เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับวิทยุ จำนวน 1 เครื่อง แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ก้อนใหญ่ แบตเตอรี่สำรองเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ก้อนเล็ก อุปกรณ์ชาร์จไฟ จำนวน 1 ชุด วิทยุบังคับเฮลิคอปเตอร์พร้อมกล่อง จำนวน 1 ชุดของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จุดที่ตรวจค้นพบของกลางอยู่ห่างจากเรือนจำกลางคลองไผ่ถึง 10 กิโลเมตร จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะสามารถใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวจากจุดที่ถูกจับกุมบังคับให้ไปส่งของที่เรือนจำกลางคลองไผ่ได้นั้น นายเผด็จพยานโจทก์เบิกความว่า จำเลยเคยมาทดสอบการใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุอยู่บริเวณทิศใต้ของเรือนจำซึ่งอยู่ห่างจากกำแพงสูงประมาณ 50 เมตร เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 จึงได้แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุอยู่ท้ายรถหลายเครื่องและพบอาวุธปืนอยู่ในรถ เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและจำเป็นเร่งด่วน ปรากฏตามบันทึกการจับโดยเจ้าพนักงาน เห็นว่า คดีนี้จุดด่านตรวจที่จับกุมจำเลยได้ เป็นจุดตรวจค้นพบของกลางเท่านั้น ยังไม่ใช่จุดปฏิบัติการบังคับเครื่องบินซึ่งจำเลยเคยมาทดสอบการใช้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับด้วยวิทยุอยู่ทางทิศใต้ของกำแพงเรือนจำมาแล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยจะปฏิบัติการบังคับเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์เข้าเรือนจำจึงอยู่ใกล้เรือนจำซึ่งสามารถกระทำได้ มิใช่ระยะห่างถึง 10 กิโลเมตร ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย การกระทำของจำเลยถือว่าได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้เสียก่อน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามนำโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำ อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ210/2554
primary_red_case_no
อ1454/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000336.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2365/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557