คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11898/2557 ฉบับเต็ม

#562600
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11898/2557 พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว โจทก์ นายมงคล ผ่องสวัสดิ์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 33, มาตรา 244, มาตรา 247 จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางติดต่อกับสายลับ จำเลยที่ 2 และติดต่อซึ่งกันและกัน เพื่อซื้อขายและจัดหาธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปลอม โทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ของกลาง จึงเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ใช้ในการกระทำความผิดฐานร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศปลอม อันพึงต้องริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 244, 247, 249 ริบของกลาง จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยที่ 5 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 หลบหนี ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244 ประกอบมาตรา 247,83 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพ คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 3 ให้ความช่วยเหลือเจ้าพนักงานตำรวจในการสืบสวนขยายผลจับกุมจำเลยที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 5 กึ่งหนึ่ง และจำเลยที่ 3 หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 ปี ริบธนบัตรปลอม โทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง และเครื่องนับเงินของกลาง ให้ยกฟ้องข้อหาร่วมกันจำหน่ายบัตรซึ่งมีลักษณะและขนาดคล้ายคลึงเงินตราและยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 และที่ 6 คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของและให้คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 08 9180 4709 และ 08 6922 0085 ของกลางแก่จำเลยที่ 4 และที่ 6 จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่อีก 7 เครื่อง และเครื่องนับเงินของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่และเครื่องนับเงินของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางติดต่อกับสายลับ จำเลยที่ 2 และติดต่อซึ่งกันและกัน เพื่อซื้อขายและจัดหาธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปลอม และเจ้าพนักงานตำรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางได้ที่ตัวจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ดังนี้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ของกลาง จึงเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ใช้ในการกระทำความผิดฐานร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศปลอม อันพึงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ส่วนเครื่องนับเงินของกลาง ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้จากห้องพักของจำเลยที่ 5 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันนำเครื่องนับเงินของกลางมาใช้ในการนับธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปลอม สำหรับการร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศปลอมตามที่โจทก์ฟ้องอย่างไร ดังนี้ เครื่องนับเงินของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 จึงยังไม่อาจริบได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่องของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-ทวีศักดิ์ ทองภักดี-เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์) ศาลจังหวัดสระแก้ว - นางสาวนภา พัชรโกมล ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2464/2557 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2214/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ841/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
562600
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระแก้ว",
        "judge": "นางสาวนภา พัชรโกมล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081976238"
    }
}
date
2557
deka_no
11898/2557
deka_running_no
11898
deka_year
2557
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี",
    "เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33",
            "ม. 244",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมงคล ผ่องสวัสดิ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 244, 247, 249 ริบของกลาง

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยที่ 5 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 หลบหนี ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244 ประกอบมาตรา 247,83 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพ คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 3 ให้ความช่วยเหลือเจ้าพนักงานตำรวจในการสืบสวนขยายผลจับกุมจำเลยที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 5 กึ่งหนึ่ง และจำเลยที่ 3 หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 ปี ริบธนบัตรปลอม โทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง และเครื่องนับเงินของกลาง ให้ยกฟ้องข้อหาร่วมกันจำหน่ายบัตรซึ่งมีลักษณะและขนาดคล้ายคลึงเงินตราและยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 และที่ 6 คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของและให้คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 08 9180 4709 และ 08 6922 0085 ของกลางแก่จำเลยที่ 4 และที่ 6

จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่อีก 7 เครื่อง และเครื่องนับเงินของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่และเครื่องนับเงินของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางติดต่อกับสายลับ จำเลยที่ 2 และติดต่อซึ่งกันและกัน เพื่อซื้อขายและจัดหาธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปลอม และเจ้าพนักงานตำรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางได้ที่ตัวจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ดังนี้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ของกลาง จึงเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ใช้ในการกระทำความผิดฐานร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศปลอม อันพึงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ส่วนเครื่องนับเงินของกลาง ทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้จากห้องพักของจำเลยที่ 5 โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันนำเครื่องนับเงินของกลางมาใช้ในการนับธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปลอม สำหรับการร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลต่างประเทศปลอมตามที่โจทก์ฟ้องอย่างไร ดังนี้ เครื่องนับเงินของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 จึงยังไม่อาจริบได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยบางส่วน ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่องของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2214/2551
primary_red_case_no
อ841/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000325.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2464/2557
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2557